ไฟเบรคด้านหน้าจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ
ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ในสหรัฐอเมริกา มีข้อบังคับให้รถติดตั้งไฟเบรคดวงที่ 3 โดยติดตั้งในระดับสูง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สามารถช่วยลดการบาดเจ็บ จนถึงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการชนได้มาก ล่าสุดนักค้นคว้าได้พบแนวคิดใหม่ที่จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุด้วยการ “ติดตั้งไฟเบรคด้านหน้า”
ก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอแนะ การติดตั้งไฟเบรคด้านหน้ามาแล้ว โดยทางทฤษฎีเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณของรถคันที่อยู่ในทางหลัก เพื่อช่วยให้ผู้ขับรถที่จะเข้าไปในทางแยก เข้าใจเจตนาของคนขับรถคันที่วิ่งเข้ามา และตัดสินใจได้ถูกต้อง
ทีมงานจากสถาบันด้านความปลอดภัยยานยนต์ ที่ Graz University of Technology ในออสเตรีย ได้ทำการเก็บข้อมูลเพื่อยืนยันทฤษฎีดังกล่าว ด้วยการวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุจริง 200 ครั้ง และสร้างแบบจำลองการทดลองในคอมพิวเตอร์ พบว่าการติดตั้งไฟเบรคด้านหน้า ช่วยให้คนขับที่กำลังจะตัดเข้าไปในทางแยก สามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น
การวิเคราะห์สรุปว่า การติดตั้งไฟเบรคด้านหน้าสามารถลดการเกิดการชนได้ 7.7-17 % ขึ้นอยู่กับความเร็วของการตอบสนองของแต่ละเหตุการณ์จำลอง แม้ไฟเบรคด้านหน้าไม่ได้ช่วยป้องกันการชนได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดความเร็ว ขณะถูกชนได้ถึง 1 ใน 4 ของเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งความรุนแรงการบาดเจ็บอยู่ในระดับต่ำกว่าด้วย
อย่างไรก็ตาม พบว่า 1 ใน 3 ของอุบัติเหตุการณ์จำลอง ผู้ขับขี่รถไม่สามารถสังเกตเห็นไฟเบรคด้านหน้าได้ จึงมีคำแนะนำให้ติดตั้งไฟเบรคด้านข้างของรถยนต์รุ่นใหม่ด้วย
ถ้าเทียบกับยุคแรกของระบบความปลอดภัยก่อนหน้านี้ เช่น กันชนยุบตัว, แอร์แบกยุคแรก ซึ่งมีผลต่อรูปลักษณ์ของรถในสมัยนั้น แต่ในการติดตั้งไฟเบรคด้านหน้า และด้านข้าง คงไม่เป็นความท้าทายสำหรับการออกแบบรูปทรงของรถสมัยปัจจุบัน แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก คือ ความปลอดภัย

นักวิจัยจาก Graz TU อ้างอิงจากการทดสอบบนถนนจริงในประเทศสโลวะเกีย แม้ไม่แจ้งข้อมูลด้านการลดโอกาสการชน แต่ได้ข้อสรุปว่า คนขับมีความเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์จริง และเข้าใจง่าย
ในการทดสอบนี้ มีรถเข้าร่วมการทดสอบ 3,072 คัน โดยติดไฟเบรคด้านหน้า และเข้าร่วมการทดสอบด้วยเวลาระหว่าง 6-11 เดือน เมื่อสิ้นสุดการทดสอบ ผู้เข้าร่วมทดสอบส่วนใหญ่ได้รับประสบการณ์เชิงบวกจากการทดสอบ และคนขับถึง 75 % สนับสนุนให้รถใหม่ติดตั้งไฟเบรคด้านหน้า
คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีรถใหม่แบรนด์ไหนติดตั้งไฟเบรคหน้า และด้านข้าง ออกมาจากโรงงานเป็นรายแรก
Mercedes-AMG พัฒนาเครื่องยนต์ วี 8 สูบ บลอคใหม่
27 Sep 2025

ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เครื่องยนต์ วี 8 สูบของ Mercedes ในปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยกว่าทศวรรษที่แล้ว และมีการเครื่องยนต์ 4 สูบ ไฮบริด มาใช้แทน Mercedes-AMG หลายรุ่น แต่บริษัทก็ยังมุ่งพัฒนาเครื่องยนต์ วี 8 สูบ บลอคใหม่ โดยใช้ฐานการผลิตที่ Affalterbach
ยังไม่มีการเปิดเผยความคืบหน้าของเครื่องยนต์ วี 8 สูบ บลอคใหม่ ทั้งกำหนดเปิดตัว หรือจะใช้กับรถรุ่นไหน แต่มีการยืนยันว่าจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้น แต่มลพิษลดลง ซึ่งเป็นการสวนกระแสกับบริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่ มักจะเลือกการลดขนาดเครื่องยนต์ เช่น เปลี่ยนจากเครื่องยนต์ วี 8 สูบ เป็นเครื่องยนต์ วี 6 สูบ แต่ Affalterbach ไม่ทำเช่นนั้น และยังคงพัฒนาเครื่องยนต์ วี 8 สูบ ต่อไป
Steffen Jastrow หัวหน้าฝ่ายพัฒนารถของ AMG แจ้งว่า ทางทีมวิศวกรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องยนต์ วี 8 สูบ บลอคใหม่ ให้มีการตอบสนองรวดเร็ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการใช้เพลาข้อเหวี่ยงระนาบเรียบ (Flat Plane Crankshaft) แทนเพลาข้อเหวี่ยงระนาบกากบาท (Cross Plane Crankshaft)

เพลาข้อเหวี่ยงระนาบเรียบจะทำให้เครื่องยนต์มีรอบการทำงานเพิ่มขึ้น และจะมีเสียงการทำงานของเครื่องยนต์แผดสไตล์เดียวกับรถสปอร์ทสัญชาติอิตาเลียน
Michael Schiebe ประธานฝ่ายบริหาร AMG กล่าวเสริมว่า นโยบายหลัก คือ การตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากลูกค้ายังต้องการเครื่องยนต์ วี 8 สูบ บริษัทต้องทำให้ได้ ด้วยเป้าหมายด้านวิศวกรรมของบริษัท และไม่ขัดกับข้อกำหนดด้านการควบคุมมลพิษ
ทีมพัฒนาเครื่องยนต์ของ AMG ได้กำหนดกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ใหม่ไว้ระดับหนึ่ง ซี่งทำได้สูงกว่าเครื่องยนต์ วี 8 สูบ รุ่นปัจจุบัน ทั้งยังให้การตอบสนองการเร่งรวดเร็วกว่าเครื่องยนต์ในปัจจุบันด้วย

