• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0710056 ตอนเราไม ไม ใครเห นห ตอนเราม งก นเข ามาหา part 2

admin79 by admin79
October 7, 2025
in Uncategorized
0
T0710056 ตอนเราไม ไม ใครเห นห ตอนเราม งก นเข ามาหา part 2

เปิดตัว 777 Hypercar รถแข่งตัวโหด 730 แรงม้า ที่สร้างเพียง 7 คัน กับสนนราคา 7 ล้ายยูโร หรือราว 260 ล้านบาท

777 Motors แบรนด์น้องใหม่ ที่ก่อตั้งโดยผู้ประกอบการและนักสะสม Andrea Levy ได้เปิดตัวภาพอย่างเป็นทางการของรถรุ่นแรกในชื่อ 777 Hypercar ที่สร้างขึ้นจากความร่วมมือกับหลายหน่วยงานในโลกยานยนต์ โดยได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เป็นไฮเปอร์คาร์สำหรับสนามแข่ง ที่มีความแปลกใหม่ โดดเด่น และรวดเร็วอย่างแท้จริง

777 Hypercar สร้างขึ้นจากเฟรมโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์แบบเดียวกับที่พบในรถแข่ง F-1 และรถในระดับซูเปอร์คาร์ และไฮเปอร์คาร์ของ McLaren รวมถึงระบบเบรก ช่วงล่าง และกระปุกเกียร์ล้วนมาจากรถแข่ง มีรายงานว่าตัวรถมีน้ำหนักเพียงแค่ 900 กก.

ในด้านขุมพลังจะติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 730 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุด 370 กม./ชม. และสามารถสร้างแรงกดมากถึง 2,100 กก. และได้รับการทดสอบที่ Autodromo Nazionale di Monza โดยสามารถวิ่งครบรอบภายใน 1 นาที 33 วินาที ซึ่งเร็วกว่า Glikchenhaus SGC007 ที่ขับโดย Romain Dumas ในการแข่งขัน WEC 6 Hours of Monza ปี 2022 ถึง 2 วินาที

777 Hypercar จะถูกสร้างขึ้นเพียง 7 คันเท่านั้น โดยมีราคาอยู่ที่ 7,000,000 ยูโร หรือประมาณ 260,000,000 บาท และจะเริ่มส่งมอบในปี 2025

รถต้นแบบขนาดเต็มคันแรกจะเปิดตัวและจัดแสดงที่ Monza Autodrome ในปี 2023 ที่จริงแล้ว 777 Hypercar ทั้งหมดที่สร้างขึ้นจะถูกเก็บไว้ที่สนามแข่งที่มีชื่อเสียง เนื่องจากบริษัทของ Andrea Levy จะมีที่ตั้งประจำอยู่ที่นั่น ผู้ที่ชื่นชอบจะสามารถชื่นชมรถยนต์ได้ทุกวันและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการของแบรนด์

ประเภทรถยนต์ Segment Car คืออะไร แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

Segment รถ

สำหรับรถยนต์ที่เราพบเห็นทั่วไปในท้องถนนนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่รถเก๋ง รถกระบะ หรือรถตู้เท่านั้น เพราะยังมีการแบ่งประเภทตาม Segment รถยนต์ อีกด้วย ซึ่งการทำความรู้จักรถยนต์แต่ละ Segment ยังสามารถช่วยให้เราเลือกรถยนต์ได้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ในวันนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์อย่าง CARSOME ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการแบ่ง Segment รถยนต์มาให้ทุกคนได้อ่านกันแบบจัดเต็ม โดยจะมีอะไรบ้าง เราลองมาดูไปพร้อม ๆ กันได้เลย

ซื้อรถยนต์มือสอง กับ CARSOME การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจเช็กอย่างละเอียดถึง 175 จุด พร้อมรับประกันนานสูงสุด 2 ปีเต็ม ราคาโปร่งใส คุ้มค่า ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินภายใน 30 วัน

นึกถึง รถยนต์มือสอง ต้อง CARSOME

สารบัญ

Segment รถยนต์
A SegmentB SegmentC SegmentD SegmentE SegmentCompact Executive CarMid-Size Luxury CarFull-Size Luxury CarSports CarGrand TourerSuper CarHypercarPick upSUVB-SUVMVPPPV

Segment Car คืออะไร

Segment รถ

Segment Car คือ การแบ่งประเภทของรถยนต์ตามขนาด ซึ่งมักจะใช้กับรถยนต์นั่งหรือรถเก๋งโดยการจำแนกตาม Segment นั้นเกิดขึ้นในยุโรปและถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน โดยการแบ่งประเภทของรถยนต์นั้นจะใช้แทนความหมายด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ และมีการไล่เรียงลำดับจากรถขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เช่น Segment A แทนรถขนาดเล็ก และ Segment B รถยนต์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมา นอกจากเรื่องของขนาดแล้ว อาจจะมีการแบ่งตามลักษณะของการใช้งาน ขนาดของเครื่องยนต์ และราคาด้วยเช่นกัน

รถแต่ละ Segment แตกต่างกันยังไง?

การแบ่งแยกประเภทของรถนอกจากขนาดของรถยนต์แล้ว ก็ยังมีเรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน อุปกรณ์ภายใน เทคโนโลยีการขับขี่ และขนาดของเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งลักษณะต่าง ๆ ของรถยนต์จะเป็นตัวจำแนกว่าแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร โดยสามารถแบ่งออกเป็นแต่ละ Segment ได้ดังนี้

รถ A segment

A-Segment

จัดอยู่ในประเภทรถยนต์ที่มีขนาดเล็ก เน้นคล่องแคล่ว ทั้งด้านของการขับขี่และการขับเข้าซอยแคบ ๆ ขับเข้าลานจอดรถ อีกทั้งยังสามารถหาที่จอดได้คล่องตัวที่สุด และยังเป็นรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองและแถบชานเมือง

ข้อดี – ข้อเสีย : ในส่วนของข้อดีนั้น รถประเภทนี้จะให้ความคล่องตัวได้ดีกว่ารถคันใหญ่ ไม่เปลืองเชื้อเพลิง มีอัตราเร่งที่ดี อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพงด้วย ส่วนข้อเสียนั้นด้วยความที่เป็นรถขนาดเล็กอาจทำให้จุสัมภาระได้ไม่มาก ห้องโดยสารมีขนาดเล็ก และยังไม่สามารถขับลุย ๆ ได้ 

เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่เพิ่มเริ่มหัดขับรถใหม่ หรือต้องการรถขนาดเล็กที่ให้ความคล่องตัว และขับรถในเมืองเป็นประจำ

ตัวอย่าง : Nissan March, Mitsubishi Mirage, Suzuki Celerio, ORA Good Cat,Chery EQ1

ช่วงราคา : เริ่มต้นตั้งแต่ 300,000 ต้น ๆ ไปจนถึง 1 ล้านต้น ๆ 

รถ B Segment

B Segment

สำหรับในกลุ่มนี้จะมีขนาดตัวถังและเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า Segment A ถือเป็นหมวดหมู่ของรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีขนาดที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป สมรรถนะกำลังของเครื่องยนต์อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะกับทุกการเดินทาง และที่สำคัญมีราคาที่จับต้องได้ ซึ่งยังแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

รถยนต์ Eco Car  ถือว่าจัดอยู่ในรถยนต์ประเภท B Segment โดยส่วนใหญ่รถยนต์ประเภทนี้จะมีขนาดเครื่องยนต์ประมาณ 1,200 cc.

รถยนต์ปกติ ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 cc. ที่นับว่ามีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่กว่ารถประเภท Eco Car  แต่ก็ถือว่าเป็นรถประเภท B- Segment ด้วย ไม่ใช่เพียงขนาดเครื่องยนต์ที่เพิ่มมา แต่จะมีออปชันเสริมให้เลือกเพิ่มขึ้นอีกไปต่างๆกัน

ข้อดี – ข้อเสีย : ข้อดีของรถประเภทนี้ คือ จะช่วยประหยัดน้ำมันและยังเป็นอีโคคาร์ในบางรุ่นด้วย ส่วนฟังก์ชันการใช้งานก็เหมาะกับเป็นรถอนกประสงค์ จุสัมภาระได้เยอะ ส่วนข้อเสียคือ เครื่องอาจจะอืดเล็กน้อยเมื่อทำการเร่งเครื่อง

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับผู้ที่มีครอบครัวเล็ก ๆ หรือคนที่ต้องการรถที่จุของได้เยอะ

ตัวอย่าง : Honda City, Toyota Vios, Mazda 2, MG 3, Honda HR-V, Nissan Almera, Suzuki Swift, Toyota Yaris, Honda City Hatchback, Audi A1 Sportback, Audi Q2, Honda Brio, Honda Mobilio, MG ZS-EV

ช่วงราคา: เริ่มต้นที่ 420,000 บาท – 2 ล้านต้น ๆ 

รถ C segment

C-Segment

ในส่วนของรถยนต์กลุ่มนี้จะมีขนาดของตัวถังที่ใหญ่กว่ารถยนต์ในกลุ่ม Segment B รวมไปถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ที่จะสูงกว่า 1,500 ซี.ซี. ไปจนถึง 2,200 ซี.ซี. มีการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานที่หนักมากขึ้น ทั้งการโดยสารหรือการขนสิ่งของต่าง ๆ มากกว่ารถยนต์ประเภท A, B – Segment โดยส่วนใหญ่แล้วรถประเภทนี้จะมีความยาวของรถประมาณ 4.4 -4.75 เมตร

ข้อดี – ข้อเสีย : รถประเภทนี้เหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายสไตล์ ขับได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง ช่วงล่างเกาะถนนได้ดี ขนาดของตัวรถและความกว้างของห้องโดยสารกำลังพอดี ส่วนข้อเสียนั้นราคาค่อนข้างสูง ซึ่งในบางรุ่นอาจสามารถข้ามไปซื้อรถ PPV หรือกระบะได้เลย

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัว หรือต้องการรถที่ดีไซน์สวย ขับได้สนุก ไม่มีปัญหาเรื่องช่วงล่าง ขับได้คล่องตัวทั้งในเมืองและนอกเมือง

ตัวอย่าง : Honda Civic, Toyota Altis, Mazda 3, Honda BR-V, MG 5, MG ZS

ช่วงราคา: เริ่มต้นที่ 830,900 – 1,198,000 บาท

รถ D Segment

D-Segment

ถือว่าเป็นรถยนต์ที่มีที่นั่งขนาดใหญ่และยังมาพร้อมกับความหรู ความสะดวกสบาย และมีเทคโนโลยีหรือฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มาให้ รวมไปถึงในเรื่องของสมรรถนะที่ดีกว่ารถยนต์ในกลุ่ม Segment C ส่วนใหญ่จะมีขนาดของเครื่องยนต์มากกว่า 2,500 ซี.ซี. ขึ้นไป อีกทั้งยังมีการใช้วัสดุที่ดีกว่าเพื่อรองรับการใช้งานของเทคโนโลยีหรือฟังก์ชันต่างๆ 

ข้อดี – ข้อเสีย : ข้อดีของรถประเภทนี้คือ มักใช้เทคโนโลยีใหม่ดีไซน์ล้ำสมัย รวมทั้งใช้วัสดุที่คัดสรรมาในระดับพรีเมี่ยม และยังอัดออปชั่นไว้เพียบ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและอรรถประโยชน์ในห้องโดยสารเพื่อให้ผู้ขับและผู้โดยสารไม่อึดอัด ส่วนข้อเสียนั้นการซ่อมบำรุงอาจจะแพงและไม่เหมาะกับการขับลุย ๆ เท่าไหร่นัก

เหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความพรีเมียมหรูหรา และเทคโลโนโลยี ฟังก์ชันที่สะดวกสบายต่อการขับขี่ อีกทั้งผู้ที่นิยมการขับขี่ที่เหนือชั้นบวกกับการตกแต่งภายในที่หรูหรา

ตัวอย่าง : Honda Accord, Toyota Camry, BMW Series 3, Nissan Teana, Ford Fusion, Mazda 6, Mazda CX-8, BMW 3-SERIES, AUDI A4, MERCEDES-BENZ C-CLASS 

ช่วงราคา : เริ่มต้นที่ 1,270,000 บาท ไปจนถึง 2,069,000 บาท

รถ E Segment

E-Segment

E Segment เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา เพราะเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ที่สุด หรือในต่างประเทศ E Segment จะเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “Full Size Car” แต่ด้วยความที่รถยนต์ประเภทนี้มีขนาดใหญ่ รวมทั้งส่วนประกอบต่างถูกจัดไว้ชั้นดีเลิศ ทำให้รถยนต์ประเภทนี้มีราคาค่อนข้างสูง ที่สำคัญรถประเภทนี้ยังมีสมรรถนะและกำลังเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น แต่ก็มักจะมีราคาตัวรถที่สูงด้วยเช่นกัน

ข้อดี – ข้อเสีย : ในส่วนของข้อดีนั้นรถประเภทนี้มักจะมีขนาดใหญ่ภายในถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้บริหารอย่างแท้จริง ทั้งเบาะตอนหลังที่โอ่อ่า บางคันมาพร้อมระบบนวด และ ระบบสาระบันเทิงมากมาย ตกแต่งภายในอย่างเหนือระดับด้วยวัสดุพรีเมี่ยม ส่วนข้อเสียคือ ค่าบำรุงรักษาที่แพงลิบลิ่ว บวกกับต้องหมั่นดูแลเป็นประจำ

เหมาะกับใคร : ถือว่าเป็นรถซีดานสำหรับผู้บริหาร มีขนาดใหญ่ภายในถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้บริหารอย่างแท้จริง

ตัวอย่าง : BMW 5-Series, BMW Series 7, Audi A6, Mercedes-Benz E-Class,Volvo S90

ช่วงราคา: เริ่มต้นที่ 3,190,000 – 6,139,000 บาท

Entry-level luxury / Compact Executive Car

Compact Executive Car

สำหรับรถประเภทนี้เป็นรถยนต์ที่เน้นความหรูหราทั้งในเรื่องของการตกแต่งและวัสดุที่นำมาใช้ อีกทั้งขนาดเครื่องยนต์ที่ใช้จะเป็นเครื่องสมรรถนะสูงเพิ่มความดุดันและการขับขี่ที่มั่นใจในหลายๆ สภาวะ โดยรถยนต์มีขนาดเท่ากับ Compact Car

ข้อดี – ข้อเสีย : ดีไซน์หรูหรา ปราดเปรียว ทั้งภายในและภายนอก ระบบขับเคลื่อนดีเยี่ยม พร้อมกับสมรรถนะการขับขี่สูง แต่ข้อจำกัดคือ ราคาตัวรถและอะไหล่ค่อนข้างสูง ด้านหลังค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด และอาจใช้งานยุ่งยาก

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่มองหารถขนาดเล็กคล่องตัว รูปทรงอินเทรนด์ แต่ต้องการแบรนด์หรูมีระดับ และที่ต้องการรถแบรนด์หรู

ตัวอย่าง : Mercedes-Benz C-Class, Lexus IS, Audi A4 และ BMW Series3

ช่วงราคา: เริ่มต้นที่ 2,590,000 – 3,890,000 บาท

นึกถึง รถยนต์มือสอง ต้อง CARSOME

Mid-Size Luxury Car

Mid-Size Luxury Car

รถยนต์นั่งหรูหราระดับกลาง ตัวรถที่มีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ขนาดกลางทั่วไป เพิ่มเติมที่คุณภาพด้านต่างๆ ของตัวรถสูงกว่ารถยนต์ขนาดใหญ่ มีการตกแต่งที่หรูหรา พร้อมทั้งสมรรถนะที่สูงกว่ารถยนต์ขนาดกลางและรถยนต์ขนาดใหญ่กว่ารถทั่วไป

ข้อดี – ข้อเสีย : ภายในห้องโดยสารสามารถนั่งได้สะดวกสบาย ไม่อึดอัด ให้ความหรูหราทั้งภายในและภายนอก สมรรถนะการขับขี่ดี ออปชันครบครัน รวมไปถึงเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัย สำหรับการดูแลรักษาอาจจะจุกจิกและยุ่งยากเป็นพิเศษ รวมไปถึงค่าบำรุงรักษาที่แพงลิบลิ่วอีกด้วย

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับนักธุรกิจ ผู้บริหาร ขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองระยะทางไกล

ตัวอย่าง : Mercedes-Benz E-Class, Lexus G8, Audi A6, BMW Series 5 ,Volvo S80, Toyota Crown, Nissan Pressident

ช่วงราคา: เริ่มต้นที่ 3,190,000 – 10,200,000 บาท

Full-Size Luxury Car

Full-Size Luxury Car

สำหรับ Full-Size Luxury Car เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่หรูหรา ถือว่าเป็นรถยนต์หรูหราที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 3,000 cc. ถึง 4,500 cc. มีเครื่องยนต์แบบ 6-12สูบ 

ข้อดี – ข้อเสีย : เป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับความหรูหรา มีการใช้เทคโนโลยีระดับสูง ให้ความสะดวกสบายระดับ First class  แต่อาจจะมีข้อเสียบ้างในเรื่องของค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างสูงและราคาสูง

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับนักธุรกิจ ผู้บริหารที่ต้องการรถยนต์ที่ให้ความหรูระดับ First Class และสะดวกสบาย

ตัวอย่าง : Mercedes-Benz S-Class, Lexus LS, Audi A8, BMW Series 7, Jaguar XJ, Maserati Quttroporte

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้นที่ 6,139,000 – 14,500,000 บาท

Sports Car

Sport Car

เป็นรถยนต์ 2 ที่นั่งสะส่วนใหญ่ ตัวถังรถยนต์นั้นจะมาในแบบคูเป้แต่บางรุ่นก็จะมาเป็นตัวถังแบบซีดาน ก็นับเเป็น Sport Car แต่จะมีการลดน้ำหนักของตัวถังให้เบากว่ารถปกติทั่วไป เพื่อที่จะทำให้รถนั้นมีสมรรถนะให้ออกมาได้มากที่สุด

ข้อดี – ข้อเสีย : มีสมรรถนะเครื่องยนต์สูง ดีไซน์สวย โดดเด่น ขับได้แรง ขับขี่ได้ง่าย คล่องตัว เวลาขับขี่บนท้องถนน และส่วนใหญ่รถสปอร์ตนั้นค่อนข้างเป็นรถที่กินน้ำมันมาก ที่สำคัญต้องหมั่นรักษารถทั้งภายในและภายนอกเป็นประจำ

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่ชอบความแรงและเร็วของรถยนต์ บวกกับดีไซน์รถยนต์สวยหรู มีระดับ 

ตัวอย่าง : Toyota 86 , Chevrolet Corvette , Mitsubishi Lancer Evolution, Subaru WRX STi, Subaru BR-Z, Ford Mustang

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้นที่ 2,699,000 -4,509,000 บาท

Grand Tourer

Grand Tourer

เป็นรถสปอร์ตที่มีความหรูหรา ขึ้นมามากกว่า รถยนต์ประเภท Sports Car ขึ้นมาอีกระดับ และจะมีสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับ

ข้อดี – ข้อเสีย : เป็นรถความเร็วสูงที่เหมาะกับการเดินทางระยะไกล รถ GT ที่ยอดเยี่ยมจึงต้องมีทั้งความสะดวกสบาย ความเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงในการขับขี่ข้ามทวีปเลยก็ว่าได้ แต่ข้อเสียของรถประเภทนี้คือ มีค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างแพง 

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่รักความเร็วและความแรงของเครื่องยนต์

ตัวอย่าง : Nissan GT-R, Porsche 911, Aston Martin DB9

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้นที่ 9,900,000 – 23,400,000 บาท

Super Car

Super Car

เป็นรถที่มีเครื่องยนต์ขนาด 6 สูบขึ้นไป เน้นในเรื่องของสมรรถนะและเชื่อได้เลยว่ารถประเภทนี้เป็นรถยนต์ในฝันของใครหลายๆ คน หรือที่หลาย ๆ คุ้นเคยอย่างรถ Lamborghini และ Ferrari นั่นเอง

ข้อดี – ข้อเสีย : ดีไซน์มีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากรถยนต์ประเภทอื่น ๆ มีระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานมากมาย แต่ที่สำคัญคือ รถประเภทนี้จะค่อนข้างเตี้ย นั่งได้ไม่สบาย ช่วงล่างมีความแข็งฝืดมาก และมีค่าบำรุงรักษาที่สูง

เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์ล้ำสมัย และชอบรถที่วิ่งได้บนท้องถนนอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่าง : Lamborghini Huracan, Lamborghini Aventador, Ferrari 458 italia, Ferrari F12 หรือ McLaren MP4-12C

ช่วงราคา : ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10 ล้านบาท – 50 ล้านบาท

Hypercar

Hyper Car

เน้นไปที่เรื่องการทำความเร็วสูงสุด ซึ่งรถประเภทนี้จะต้องทำความเร็วได้ถึง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยจุดเด่นที่พละกำลังแรงม้าและมีสมรรถนะที่สูงมากทั้งคัน ระดับแรงม้าของรถที่เกิน 700-800 แรงม้าและมีบางรุ่นที่มีแรงม้าสูงถึง 1,000 แรงม้าหรือมากกว่าอีกด้วย

ข้อดี – ข้อเสีย : เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะเหนือชั้นกว่ารถประเภทอื่น ๆ และเป็นรถที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสนามแข่งโดยเฉพาะ ไม่ค่อยเหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่นัก

เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงและเครื่องยนต์เต็มกำลังเป็นพิเศษ 

ตัวอย่าง : Bugatti Veyron, Pagani Huayra, Ferrari LaFerrari, McLaren P1

ช่วงราคา : เริ่มต้นที่ 31,623,300 – 88,545,240 บาท

รถกระบะ (Pick up)

กระบะ

รถกระบะ รถยอดนิยมของคนไทย เป็นรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการบรรทุกหรือขนสิ่งของต่าง ๆ โดยจะมีพื้นที่กระบะด้านท้ายไว้รองรับสัมภาระ มีตัวถังให้เลือกทั้งแบบสูง เตี้ย 2 ประตู และ 4 ประตู

ข้อดี – ข้อเสีย : รถกระบะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย รวมไปถึงมีสมรรถนะการขับขี่ที่แข็งแรง สามารถลุยได้ทุกสภาพถนน อีกทั้งยังเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันด้วย แต่ข้อเสียของรถกระบะคือ ภายในห้องโดยสารอาจจะนั่งได้ไม่สะดวกสบายเท่าไหร่นักซึ่งในบางรุ่นที่กระบะตอนท้ายยาวอาจทำให้ห้องโดยสารเล็ก ไม่สามารถนั่งได้หลายคน

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้รถในการบรรทุกสัมภาระ หรือครอบครัวที่มีสมาชิกเยอะ รวมไปถึงคนที่ทำอาชีพขนส่งสินค้า

ตัวอย่าง : Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton, Nissan Navara, Ford Ranger, Mazda BT-50, MG Extender

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้น 519,000 – 1,146,000 บาท

รถ SUV

SUV

รถยอดฮิตในปัจจุบัน ซึ่งเป็นรถที่มีคุณสมบัติอเนกประสงค์ครอบคลุมทุกการใช้งาน เช่น การโดยสาร ขนของ หรือเดินทางไกล ด้วยรูปร่างของตัวรถที่มีขนาดใหญ่ กว้าง สูง มีสมรรถนะและกำลังเครื่องยนต์ที่แรงกว่ารถยนต์ทั่วไป

ข้อดี – ข้อเสีย : ห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขวางและตัวรถยกสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปทำให้นั่งสบาย วิสัยทัศน์ในการขับขี่ดี และยังสามารถขับขี่ไปในพื้นที่ลุยๆ ได้ เช่นพื้นที่ขุรขะ นอกจากนี้ยังมีช่วงล่างที่นุ่มนวล ส่วนการบำรุงรักษาอาจจะมีค่าซ่อมแซมของอะไหล่ที่แพง อีกทั้งยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย

เหมาะกับใคร: เหมาะกับผู้ขับขี่ที่ต้องการรถขนาดใหญ่ในการบรรทุกสิ่งของสำหรับเดินทางไกลบ่อยครั้ง บรรจุคนได้จำนวนมาก หรือเป็นขาลุย ชอบขับขี่เชิงผจญภัยที่ต้องการกำลังของเครื่องยนต์มาก ๆ

ตัวอย่าง : Honda CR-V, Toyota C-HR, MG HS, Mazda CX-5 Nissan X-Trail, Subaru Forester, Isuzu MU-X

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้นที่ 689,000 – 1,579,000 บาท

รถ B-Suv หรือ Crossover Utility Vehicle (CUV)

B-SUV

SUV B-Segment เป็นกลุ่มย่อยที่แตกจากกลุ่ม B-Segment  โดยมีการนำพื้นฐานของรถเก๋งมายกให้สูงให้เหมาะกับการขับทางไกล พร้อมพัฒนาให้การขับขี่นุ่มกว่ารถในกลุ่ม SUV แน่นอนว่าการทำให้สมรรถนะะการขับนุ่ม การขับลุยป่าหรือบนถนนขรุขระจะด้อยลง และความอเนกประสงค์ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็น้อยลงเช่นกัน บางค่ายรถยนต์จึงเพิ่มจุดเด่นด้วยสมรรถะเครื่องยนต์ เช่น ระบบ Hybrid หรือ EV 

ข้อดี – ข้อเสีย : ให้ความคล่องตัว สะดวกสบาย ใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน มีเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำมัน แต่อาจจะมีข้อด้อยในส่วนของการขับขี่ และพื้นที่ที่ด้อยกว่ารถ SUV ไปบ้าง

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับรถครอบครัวในเมือง ใช้งานทั่วไป เน้นความสะดวกสบาย

ตัวอย่าง  : Toyota COLORA CROSS, Honda HR-V, MG ZS, Mazda CX-3, Subaru XV

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้นที่ 769,000 – 1,389,000 บาท

รถ MPV

MPV

รถเอนกประสงค์รุ่นนี้จุดเด่น คือ มีที่นั่งผู้โดยสาร 7 คน แบบนั่งได้จริงและสะดวกสบาย แถวท้ายสุดจะกว้างกว่ารถ SUV บางรุ่นที่สามารถปรับให้เป็น 7 ที่นั่งได้ แต่รถกลุ่มนี้จะไม่ถูกยกสูง และดีไซน์ไม่โฉบเฉี่ยวนัก รูปทรงคล้ายรถตู้ แต่ไม่กว้างเท่า

ข้อดี – ข้อเสีย : สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้จำนวนมาก (6-11 ที่นั่ง แล้วแต่รุ่น) มีการออกแบบบห้องโดยสารที่กว้างขวาง และมีหลังคาสูงโปร่งให้ความรู้สึกไม่อึดอัด นิยมทำบานประตูแบบสไลด์ให้ใช้งาน สามารถขึ้น-ลง รถได้ง่าย วางระบบช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลในการขับขี่ มีการทรงตัวที่ดี

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน

ตัวอย่าง  : Mitsubishi Xpander, Honda BR-V, Suzuki Ertiga, Honda Mobilio 

ช่วงราคา: ราคาเริ่มต้นที่ 659,000 – 980,000 บาท 

รถ PPV

PPV

รถในกลุ่มนี้กับกลุ่ม SUV อาจทำให้หลายคนสับสน เพราะคล้ายกันมาก แต่ที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือ PPV จะสร้างจากพื้นฐานของรถกระบะ จึงมีความสมบุกสมบันพร้อมลุย มากกว่า SUV แต่ในยุโรปและอเมริกาไม่มีแยกย่อยกลุ่มนี้ จะเรียกรวมว่า SUV ส่วนสาเหตุที่ประเทศไทยแยกเป็น PPV เพราะพระราชกิจจานุเบกษาจากกระทรวงการคลังเมื่อปี 2547 กำหนดคุณลักษณะให้รถประเภทนี้ พร้อมตั้งชื่อว่า รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก หรือ PPV

ข้อดี – ข้อเสีย : สามารถขับลุยได้ทุกเส้นทาง ห้องโดยสารสามารถบรรจุผู้โดยสารและสำภาระต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก และยังสามารถขับไปลุยในที่สมบุกสมบันได้สบายๆ ส่วนข้อเสียของรถประเภทนี้คือมีราคาในตลาดที่สูงมาก

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป

ตัวอย่าง : Toyota Fortuner, Isuzu Mu-X, Mitsubishi Pajero Sport, Ford Everest

ช่วงราคา : ราคาเริ่มต้นที่ 1,154,000 – 1,854,000 บาท

หากคุณกำลังสนใจจะ ซื้อรถมือสอง หรือ ขายรถ แล้วล่ะก็… ที่ CARSOME เสนอราคาให้คุณคุ้มที่สุด! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากใด ๆ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!

CTA CARSOME ซื้อขายรถยนต์มือสอง

อ่านบทความต่อ: รถ ECO Car 2023 รุ่นไหนดี ประหยัดน้ำมันที่สุด หรือ ใบขับขี่หาย ไม่ต้องแจ้งความ จองผ่านแอปแค่ 7 ขั้นตอน

Previous Post

T0710057 เด กน กเร ยนแอบเห นคร แอบช บพ อของเขา เลยต อรองข อสอบก บคร part 2

Next Post

T0710058 เศรษฐ ดส นใจมอบมรดก100ล านให บคนนอก เพราะอะไรเขาถ งทำแบบน ep1 part 2

Next Post
T0710058 เศรษฐ ดส นใจมอบมรดก100ล านให บคนนอก เพราะอะไรเขาถ งทำแบบน ep1 part 2

T0710058 เศรษฐ ดส นใจมอบมรดก100ล านให บคนนอก เพราะอะไรเขาถ งทำแบบน ep1 part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.