กรุงเทพฯ – 23 กันยายน 2568 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ผ่าบทพิสูจน์ศักยภาพของอีวีระดับ โกลบอล โมเดล NEW MG4 ELECTRIC หลัง NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER ยืนตำแหน่งโพเดี้ยมในรายการแข่งขัน GC Grid Competition Gymkhana 2025 สะท้อนถึงพละกำลัง และสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องปรับจูน อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับสนุก เร้าใจ มีความคล่องตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลกอย่างแท้จริง

Photo from MG
การแข่งขัน GC Grid Competition Gymkhana 2025 นอกเหนือจากความสามารถของนักแข่งแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีความคล่องตัว ช่วงล่างแน่นหนึบ ตอบสนองว่องไว ควบคุมขับขี่ง่าย แม่นยำดั่งใจสั่ง ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติของ NEW MG4 ELECTRIC โดยเฉพาะรุ่น XPOWER ที่มาพร้อม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ปล่อยพละกำลังได้สูงสุดถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร และเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที เท่านั้น คุณสมบัติเหล่านี้จึงถูกรีดใช้ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

Photo from MG
นายน้อง เอมอมร นักแข่งผู้ขับ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER เผยว่า “สิ่งที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างคือ ความสมดุลที่ไร้การปรุงแต่งเกินจำเป็น เพราะแทบไม่มีการปรับเปลี่ยนใด ๆ นอกจากล้อ Maxion Wheel 18 x 8.5 นิ้ว และยาง Yokohama AD09 245/45R18 ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ แต่สมรรถนะหลักทั้งหมดที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น มาจากมาตรฐานของ อีวี โกลบอล โมเดล โดยไม่ดัดแปลง หรือปรับจูนใด ๆ ทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย จึงสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่แม่นยำ รวดเร็ว และมั่นคง สามารถผ่านโค้งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ช่วงทางตรงที่ต้องการความเร็วสูงก็สามารถเดินเกมได้อย่างไร้ที่ติ ศักยภาพของ NEW MG4 ELECTRIC จึงไม่เพียงแค่ขับขี่บนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งจนสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ในสนามแข่งด้วย ด้านความปลอดภัย NEW MG4 ELECTRIC ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP”

Photo from MG
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “NEW MG4 ELECTRIC ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนไทย โดยมียอดขายสะสมแล้วกว่า 20,000 คัน ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของ อีวี โกลบอล โมเดล รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งออกแบบมาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ ออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ หนึ่งเดียวในคลาสที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง จึงเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุก ซึ่ง เอ็มจี มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเส้นทางนี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานจริง แต่ยัง เติมเต็มประสบการณ์การควบคุมขับขี่ที่ดี ส่งมอบการบริการที่มีคุณภาพด้วยศูนย์บริการที่ครอบคลุม 125 แห่ง ทั่วประเทศ การจัดสรรอะไหล่ที่ครบครัน รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ให้ลูกค้า เอ็มจี ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสบายใจ”
Pininfarina Battista Targamerica เผยโฉมรุ่นพิเศษ
A Abhishek Katariya ส.ค. 19, 2024

กรุงเทพ: Automobili Pininfarina เผยโฉม Battista Targamerica ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่งาน Monterey Car Week รถคันนี้ถูกสั่งทำพิเศษ โดยนักสะสมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงและเป็นเจ้าของปัจจุบันของ Battista ถือเป็นการเปิดตัวของ Battista ในสไตล์ตัวถังแบบ Targa แบบเปิดประทุน Targamerica เปิดตัวที่ The Quail ซึ่งเป็นงานมอเตอร์สปอร์ตที่มอนเทอเรย์ โดยเป็นรถยนต์ที่สั่งทำพิเศษครั้งแรกของแบรนด์ที่สร้างขึ้นตามคำสั่งของลูกค้า
KEY TAKEAWAYS
อะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของรูปแบบตัวถังของ Battista Targamerica?
Battista Targamerica โดดเด่นด้วยสไตล์ตัวถัง Targa แบบเปิดโล่ง ทำให้ Battista เป็นรุ่นแรกและรายเดียวที่มีดีไซน์นี้
Battista Targamerica ขับเคลื่อนด้วยอะไร วิ่งได้เร็วแค่ไหน?
Battista Targamerica ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์สี่ตัวที่มีกำลัง 1,900 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 300 กม./ชม.

Battista Targamerica มีความโดดเด่นในฐานะ Battista แบบเปิดหลังคาเพียงคันเดียวที่เคยสร้างมา โดยโดดเด่นด้วยการตกแต่งภายนอกและภายในที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า รถยนต์คันนี้เข้าประจำการที่งาน Monterey Car Week ปี 2023 และส่งมอบอีกหนึ่งปีต่อมาในงานปี 2024 ชื่อ ‘Targamerica’ สะท้อนถึงการออกแบบที่ไม่มีหลังคาและประเทศที่จะอาศัยอยู่ Pininfarina เน้นย้ำว่าไฮเปอร์คาร์คันนี้ถูกสร้างขึ้นตามความต้องการของเจ้าของอย่างละเอียด

การออกแบบของ Targamerica ได้รับแรงบันดาลใจจาก Ferrari Testarossa Spider ปี 1986 ซึ่งออกแบบโดย Pininfarina เช่นกัน สไตล์ตัวถัง Targa จำเป็นต้องปรับโครงสร้างส่วนท้ายใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับโครงสร้างแบบไม่มีหลังคาและช่องเก็บสัมภาระด้านหลัง ตัวรถตกแต่งด้วยสีเงินพร้อมรายละเอียดสีน้ำเงินและสีดำ รวมถึงแถบสีน้ำเงิน Icona Blue ที่วาดด้วยมือใต้ปีกหลัง นอกจากนี้ยังมีล้ออัลลอยห้าก้านขัดเงาเซรามิก แผ่นประตูสั่งทำพิเศษ และชุดเครื่องประดับขัดเงาและชุบอโนไดซ์

ภายใน Targamerica ตกแต่งด้วยเบาะหนังสีน้ำตาล ตัดกับหนังสีดำบนพวงมาลัยและแผงหน้าปัด และพนักพิงศีรษะสั่งทำพิเศษพร้อมโลโก้ Pininfarina ‘F’ ที่วางซิการ์และเครื่องทำความชื้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีไฟแบ็คไลท์เพื่อให้เข้ากับโหมดการขับขี่ของรถ ถูกรวมไว้ในห้องโดยสาร รถยังมีชุดสัมภาระที่เข้ากับเบาะอีกด้วย
โดยกลไกแล้ว Targamerica นั้นเหมือนกับ Battista รุ่นมาตรฐาน โดยมีการติดตั้งมอเตอร์สี่ตัวที่ให้กำลัง 1,900 แรงม้า และแรงบิด 2,340 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
กรุงเทพ: BYD Sealion 6 DM-i เปิดตัวในไทยแล้ว

