หัวข้อ: ส่องปรากฏการณ์ Zeekr 9X และ Chery Tiggo 8 CSH PHEV: สองพยัคฆ์จีนทะลวงตลาดรถหรูและ SUV ไทยปี 2025
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะน่าตื่นตาตื่นใจเท่ากับการก้าวขึ้นมาของแบรนด์ยานยนต์จากประเทศจีนที่มิได้มาเพียงเพื่อเป็นทางเลือกราคาประหยัดอีกต่อไป หากแต่มาพร้อมกับนวัตกรรมล้ำยุค ความหรูหราที่เหนือความคาดหมาย และสมรรถนะที่ท้าชนกับเจ้าตลาดดั้งเดิมจากยุโรปและญี่ปุ่นอย่างเต็มภาคภูมิ และในปี 2025 นี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยการมาถึงของสองดาวเด่นอย่าง Zeekr 9X และ Chery Tiggo 8 CSH PHEV ที่ไม่เพียงแต่สร้างความฮือฮาในตลาดบ้านเกิด แต่ยังส่งสัญญาณถึงการพลิกโฉมภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ SUV และรถยนต์ Plug-in Hybrid ในระดับโลกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย
Zeekr 9X: อภิมหา SUV PHEV ที่สั่นสะเทือนบัลลังก์รถหรูโลก
หากย้อนกลับไปในช่วงต้นเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา วงการยานยนต์ทั่วโลกต้องหันมาจับตามองมหกรรมยานยนต์เฉิงตู (Chengdu Auto Show 2025) ด้วยความตะลึงงัน เมื่อ Zeekr 9X (ซีเคอร์ 9 เอกซ์) เอสยูวี Plug-in Hybrid (PHEV) รุ่นแรกจากแบรนด์พรีเมียมในเครือ Geely Automobile ได้สร้างปรากฏการณ์ยอดจองล่วงหน้า (Pre-Order) ทะลุ 42,667 คัน ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงแรกของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวจีน แต่ยังเป็นคำประกาศก้องถึงศักยภาพของ Zeekr ในการท้าทายบัลลังก์ของบรรดาเอสยูวีหรูระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz GLS และ BMW X7 ที่ครองตลาดมายาวนาน นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของรถยนต์หรูราคาคุ้มค่าที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่
, Polestar และ Lotus เดิมที Zeekr มุ่งเน้นไปที่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) แต่ด้วยความเข้าใจในพลวัตของตลาดจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่ม PHEV ทำให้ Zeekr ตัดสินใจขยายขอบเขตการแข่งขันด้วย Zeekr 9X ซึ่งเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเข้ากับความต้องการของตลาดได้อย่างลงตัว กลยุทธ์นี้ทำให้ Zeekr สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทั้งสมรรถนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความยืดหยุ่นในการเดินทางระยะไกลได้อย่างไร้กังวล
ปรัชญาการออกแบบที่ผสมผสานความสง่างามและความล้ำสมัย
เบื้องหลังรูปลักษณ์อันโอ่อ่าและสง่างามของ Zeekr 9X คือฝีมือการรังสรรค์ของทีมออกแบบระดับโลก ภายใต้การนำของ Stefan Sielaff หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Geely Group ผู้ซึ่งมีประสบการณ์อันโชกโชนจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Audi และ Bentley ทำให้ Zeekr 9X ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สะท้อนปรัชญา “Life in Motion” อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเส้นสายที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและสมดุล ดุจดั่งเรือยอชท์สุดหรูที่กำลังแล่นอยู่บนผืนน้ำ การเลือกใช้แพลตฟอร์ม SEA-S (Sustainable Experience Architecture-SUV) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์ม SEA อันโด่งดังของ Geely ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างรถยนต์ที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
รูปลักษณ์ภายนอกของ Zeekr 9X โดดเด่นด้วยฝากระโปรงหน้าที่กว้างถึง 2.15 ตารางเมตร พร้อมกระจังหน้าโครเมียมชิ้นเดียวที่กว้างที่สุดในโลกถึง 1.2 เมตร ได้รับแรงบันดาลใจจาก “รากฐานของพระราชวังหลวง” สื่อถึงความยิ่งใหญ่และมั่นคง ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน “Vast Star Diamond Matrix” ประดับด้วยเหลี่ยมเพชรมากถึง 42,242 เหลี่ยม สะท้อนความหรูหราทุกรายละเอียด เมื่อพิจารณามิติตัวถัง Zeekr 9X มีความยาว 5,239 มม. กว้าง 2,029 มม. สูง 1,819 มม. และระยะฐานล้อ 3,169 มม. ด้วยความยาวที่เกิน 5.2 เมตรนี้ ทำให้มันมีขนาดใหญ่กว่า BMW X7 และใกล้เคียงกับ Mercedes-Benz GLS อย่างชัดเจน ชี้ให้เห็นถึงความโอ่อ่าของพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการท้าชนคู่แข่งรถยนต์หรูจากเยอรมนี
อาณาจักรแห่งความสะดวกสบายและเทคโนโลยีล้ำสมัยในห้องโดยสาร
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Zeekr 9X คุณจะพบกับอาณาจักรแห่งความสะดวกสบายและความล้ำสมัยที่จัดเต็มในรูปแบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2) คอนโซลกลางเป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 16 นิ้ว ถึง 2 จอ เสริมด้วยจอ Head-up Display (HUD) แสดงผลแบบ Augmented Reality ขนาด 47 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17 นิ้ว ความละเอียด 3K ติดตั้งบนเพดาน ทุกการประมวลผลเป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 ถึง 2 ตัว ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นใหม่ ที่ต้องการมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือระดับ
แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุดคงหนีไม่พ้นการติดตั้งระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก Naim Audio แบรนด์ดังสัญชาติอังกฤษ ที่เคยเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงคู่บุญให้แก่รถซูเปอร์คาร์อย่าง Bentley การที่ Zeekr สามารถดึง Naim มาพัฒนาระบบเสียงสำหรับ Zeekr 9X ถือเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการแข่งขันในตลาดรถหรู ระบบเสียง Naim ใน Zeekr 9X มาพร้อมกำลังขับสูงสุดถึง 3,868 วัตต์ ซึ่ง Zeekr อ้างว่าเป็น “สถิติโลกใหม่” สำหรับกำลังขับของระบบเสียงที่ติดตั้งในรถยนต์จากโรงงาน ประกอบด้วยลำโพง 32 ตัว และตัวสั่นสะเทือน (Exciters) ที่เบาะนั่งอีก 8 ตัว พร้อม 40 แชนแนลอิสระ การจัดวางลำโพงแบบ 9.2.4.8 มอบรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนทุกมิติ ตั้งแต่เสียงเบสทุ้มลึกไปจนถึงเสียงแหลมใสคมชัด ประสบการณ์เสียงระดับนี้จะยกระดับการเดินทางให้เหนือกว่ารถยนต์ SUV ทั่วไปอย่างแท้จริง
ขุมพลัง PHEV ที่นิยามคำว่า “ที่สุด” ขึ้นใหม่ พร้อมช่วงล่างอัจฉริยะ
หัวใจหลักของ Zeekr 9X คือระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ซับซ้อนและทรงพลัง มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของรถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่ผสมผสานขุมพลังอย่างลงตัว:
รุ่น Max: เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังรวม 885 แรงม้า แบตเตอรี่ 55 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 300 กม. (CLTC) ระยะทางรวม 1,200 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที
รุ่น Ultra: เพิ่มออปชันหรูหรา และสามารถอัปเกรดแบตเตอรี่เป็น 70 kWh ได้
รุ่น Hyper: เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ + มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังรวม 1,381 แรงม้า แบตเตอรี่ 70 kWh (มาตรฐาน) วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 355 กม. (CLTC) ระยะทางรวม 1,165 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.1 วินาที ที่น่าทึ่งคือเครื่องยนต์ 2.0T ที่ Zeekr พัฒนาขึ้นเอง มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงกว่า 46% ซึ่งเป็นตัวเลขระดับแนวหน้าของโลก และใช้แบตเตอรี่ CATL 6C ที่รองรับการชาร์จความเร็วสูงพิเศษ
นอกจากขุมพลังแล้ว Zeekr 9X ยังติดตั้งแชสซีส์อัจฉริยะ “Haohan AI Digital Chassis” ช่วงล่างถุงลมแบบ Dual-Chamber ปรับระดับความสูงได้ 110 มม. เพิ่มระยะห่างจากพื้นสูงสุด 288 มม. โช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า CCD ควบคุมการยุบตัวและคืนตัวอย่างอิสระ เพื่อความนุ่มนวลและเสถียรภาพสูงสุด เหล็กกันโคลงไฟฟ้า 48V Active Stabilizer เทคโนโลยีเดียวกับรถยนต์หรูราคาระดับสิบล้าน ช่วยลดอาการโคลงขณะเข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม (Zero-Roll Performance) มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ G-Pilot ในรุ่นท็อปที่มีเซนเซอร์ LiDAR ถึง 5 ตัว และชิปประมวลผล Nvidia Drive Thor-U 2 ตัว (รวม 1,400 Tops) ซึ่ง Zeekr ยืนยันว่านี่คือระบบที่ “พร้อมสำหรับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ Level 3”
ปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของ Zeekr 9X และแนวโน้มในประเทศไทย
ยอดจองล่วงหน้ากว่า 42,667 คัน ภายใน 1 ชั่วโมงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ผนึกกำลังกันอย่างลงตัว:
สมรรถนะ “แรง” ดุจซูเปอร์เอสยูวี: ขุมพลัง Plug-in Hybrid มหาศาล 1,381 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.1 วินาที ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสิ่งที่เหนือกว่ารถยุโรปทั่วไป
เทคโนโลยีล้ำสมัย: ระบบขับขี่อัจฉริยะ G-Pilot H9 พร้อมสำหรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม
ศักดิ์ศรีของแบรนด์จีน (Made-in-China Pride): ผู้บริโภคจีนหันมาสนับสนุนแบรนด์ไฮเอนด์ของประเทศตัวเองที่พิสูจน์แล้วว่ามีคุณภาพ ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร
แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่ Zeekr 9X จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ในฐานะรถ SUV หรูเพื่อสร้างภาพลักษณ์และแข่งขันในตลาดรถยนต์ PHEV 2025 โดยอาจได้เห็นการเปิดตัวช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 เพื่อต่อกรกับ BMW X7 และ Mercedes-Benz GLS การมาของ Zeekr 9X จะทำให้ตลาดรถยนต์พรีเมียมในไทยคึกคักและมีการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
Chery Tiggo 8 CSH PHEV: SUV 7 ที่นั่ง ผู้ท้าชิงบัลลังก์ในไทยอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ Zeekr 9X กำลังสร้างปรากฏการณ์ในตลาดโลก อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง Chery ก็กำลังเตรียมพร้อมสร้างความสั่นสะเทือนในสมรภูมิรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ในประเทศไทยอย่างเต็มตัว ด้วยการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่พร้อม Chery Tiggo 8 CSH PHEV เอสยูวี 7 ที่นั่ง ที่พร้อมจะเขย่าบัลลังก์เจ้าตลาด และด้วยความที่ตลาดรถยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Plug-in Hybrid อย่างรวดเร็ว การเลือกนำเสนอ Tiggo 8 CSH PHEV ซึ่งเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นใหม่ จึงถือเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดและตรงจุดกับความต้องการของตลาดรถยนต์ประเทศไทย 2025
Chery Tiggo 8 ถือกำเนิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม T1X ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยานยนต์โมดูลาร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะนี่คือแพลตฟอร์มที่ Chery พัฒนาขึ้นโดยอาศัยองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากความร่วมมือกับ Jaguar Land Rover (JLR) ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์หรูในเครือ โครงสร้างหลักของแพลตฟอร์มนี้เน้นการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-strength Steel) มากกว่า 60% เพื่อความแข็งแกร่งและความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก แสดงให้เห็นถึงคุณภาพงานวิศวกรรมที่เชื่อถือได้ของรถจีนพรีเมียม
งานดีไซน์ระดับโลกและการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่ชาญฉลาด
เบื้องหลังเส้นสายที่เฉียบคม ดูเป็นสากลและทันสมัยของ Tiggo 8 มาจากฝีมือของ “เควิน ไรซ์” (Kevin Rice) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ BMW และ Mazda ยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ Chery ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล Kevin Rice ได้นำปรัชญาการออกแบบ “Life in Motion 3.0” มาใช้กับ Tiggo 8 สร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง กระจังหน้าแบบ “Diamond-shaped” ที่เป็นเอกลักษณ์ และไฟท้าย LED ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมจีนโบราณ เป็นการผสมผสานความทันสมัยเข้ากับรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว Tiggo 8 CSH PHEV สำหรับตลาดไทยมีพื้นฐานมาจากรุ่น Tiggo 8 Pro (โฉมที่จำหน่ายในตลาดโลก) ซึ่งดีไซน์มีความสมดุลระหว่างความหรูหราและความทันสมัยเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
รูปลักษณ์ภายนอกของ Chery Tiggo 8 CSH PHEV โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full LED ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกหรูหรา กว้างขวาง ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง แผงหน้าปัดดิจิทัลและหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่รวมกันกว่า 24.6 นิ้ว มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและลื่นไหล และระบบเครื่องเสียงจาก SONY ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างความแตกต่างในตลาด SUV 7 ที่นั่ง การวางตำแหน่งแบบนี้ทำให้ Chery Tiggo 8 CSH PHEV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ SUV ที่ดีที่สุด ที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและเทคโนโลยี
เมื่อเปรียบเทียบมิติตัวถังกับคู่แข่งในตลาดประเทศไทย Chery Tiggo 8 CSH PHEV มีขนาดตัวถังที่น่าสนใจและสามารถแข่งขันได้อย่างสูสี ด้วยความยาว 4,745 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร ความสูง 1,747 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาว 2,710 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Honda CR-V e:HEV หรือ Haval H6 PHEV พบว่า Chery Tiggo 8 CSH PHEV มีขนาดที่ใหญ่กว่าเกือบทุกมิติ ซึ่งบ่งบอกถึงความได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถ SUV 7 ที่นั่ง ที่ต้องการความกว้างขวางและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคน
ขุมพลัง Chery Super Hybrid (CSH) ที่ผสานประสิทธิภาพและสมรรถนะ
หัวใจสำคัญของ Chery Tiggo 8 CSH PHEV คือระบบขับเคลื่อน Chery Super Hybrid (CSH) ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กับมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว และส่งกำลังผ่านเกียร์ Dedicated Hybrid Transmission (DHT) เครื่องยนต์ 1.5L Turbo ให้กำลังสูงสุดประมาณ 156 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 170 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกัน จะให้กำลังรวมสูงสุดถึง 326 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลที่ 545 นิวตันเมตร ทำให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาประมาณ 7.2 วินาที ซึ่งถือเป็นสมรรถนะที่น่าประทับใจสำหรับ SUV 7 ที่นั่ง
แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน (Ternary Lithium) ความจุ 19.27 kWh สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 80-95 กม. ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย ช่วยลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลงได้อย่างมาก มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 58.82 กม./ลิตร (ตามมาตรฐาน WLTC) รองรับการชาร์จเร็วแบบ DC (Fast Charging) โดยสามารถชาร์จจาก 30-80% ได้ในเวลาประมาณ 25 นาที และการชาร์จแบบปกติ AC จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะนี้ทำให้ Tiggo 8 CSH PHEV เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในกลุ่มรถ Plug-in Hybrid ดีที่สุด
ช่วงล่างและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
Tiggo 8 CSH PHEV ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และความมั่นคงบนท้องถนน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) และเชิงปกป้อง (Passive Safety) มาอย่างครบครัน รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่รถยนต์ SUV ในปัจจุบันควรมี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
Chery ได้ประกาศการเข้ามาทำตลาดของ Tiggo 8 CSH PHEV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมโรดโชว์ “CHERY Welcome Drive Welcome Deal on Tour” ทั่วประเทศ และเปิดรับจอง Chery Tiggo 8 CSH PHEV ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและเริ่มส่งมอบรถได้ภายในช่วงปลายปี 2568 นี้ การมาของ Chery Tiggo 8 CSH PHEV จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดรถ SUV 7 ที่นั่งในไทยมีการแข่งขันที่ดุเดือด และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่มองหารถ Plug-in Hybrid รุ่นใหม่ที่คุ้มค่าและครบครัน
บทสรุปและอนาคตของรถยนต์จีนในตลาดโลกและไทย
ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการก้าวขึ้นมาของแบรนด์จากจีนที่มิได้เป็นเพียงผู้ตามอีกต่อไป แต่เป็นผู้เล่นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมและกำหนดทิศทางของตลาด Zeekr 9X ด้วยความหรูหรา สมรรถนะเหนือชั้น และเทคโนโลยีระดับสูง กำลังท้าทายบัลลังก์ของแบรนด์ยุโรปในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม ขณะที่ Chery Tiggo 8 CSH PHEV ก็พร้อมที่จะเข้ามาเป็นผู้นำในตลาด SUV 7 ที่นั่ง ด้วยแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง งานออกแบบระดับโลก และระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid ที่ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในประเทศไทย ทั้งสองรุ่นนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ารถยนต์จีนคุณภาพสูง ไม่เพียงแต่มีราคาคุ้มค่า แต่ยังสามารถมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่านี่เป็นโอกาสทองสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่จะได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ที่ก้าวหน้าในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น และเป็นการกระตุ้นให้แบรนด์เดิมต้องปรับตัวและพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก อนาคตของตลาดรถยนต์ PHEV 2025 และ SUV กำลังสดใสและน่าตื่นเต้นอย่างที่สุด
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติยานยนต์ครั้งนี้! หากคุณกำลังมองหารถยนต์หรูราคาคุ้มค่า หรือ SUV 7 ที่นั่งที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ผมขอเชิญชวนให้คุณเปิดใจศึกษาและสัมผัสกับปรากฏการณ์ Zeekr 9X และ Chery Tiggo 8 CSH PHEV ด้วยตัวคุณเอง เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางที่เหนือกว่า และกำหนดนิยามใหม่ของคำว่า “ยานยนต์คุณภาพ” ไปพร้อมกัน!
![[ครบชุด] T2211037 เหน อยก องทน เพราะความจนม นน ากล Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/11/image-1421.png)
![[ครบชุด] T2211038 องเช าไร ำใจ Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/11/image-1422.png)