BMW XM ใหม่ ตัวแรงตระกูล M ขุมพลัง PHEV 653 แรงม้า
BMW XM ใหม่ รถอเนกประสงค์ SAV สมรรถนะสูง รุ่นแรกในตระกูล M ขุมพลัง PHEV เสียบปลั๊กชาร์จไฟ ที่รีดกำลังแรงม้าได้มากถึง 653 ตัว เตรียมพร้อมให้เปิดรับจองผ่านช่องทางออนไลน์ในเมืองไทย
บีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย เปิดตัว BMW XM ใหม่ รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ Sports Activity Vehicle (SAV) สมรรถนะสูงรุ่นแรกในตระกูล M ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด กัลเครื่องยนต์ขนาด 4.4 ลิตร ที่ให้กำลังมากถึง 653 แรงม้า โดยทางบีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย จะเปิดให้จองรถรุ่นนี้แบบออนไลน์เร็ว ๆ นี้ ในตลาดเมืองไทย

สำหรับ BMW XM ใหม่ จะโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตา ดูโฉบเฉี่ยว และหรูหรา ด้านหน้าจะมากับไฟหน้าแบบแยกส่วน กระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบต่อเนื่อง ไฟหน้า Adaptive LED มาพร้อมระบไฟสูง – ต่ำโดยอัตโนมัติ


อีกทั้งยังมากับความล้ำสมัยด้วยระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตู


ส่วนบริเวณด้านข้างมีแถบสีที่ชวนให้นึกถึงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M1 ทำให้รถดูโดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ XM ใหม่ยังรวมเอาคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้นึกถึงอดีตไม่ว่าจะเป็นโลโก้บีเอ็มดับเบิลยูที่กระจกหลังหรือไฟท้ายทรงเรียว บีเอ็มดับเบิลยู XM ยังสะดุดตายิ่งกว่าใครด้วยล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ขนาด 23 นิ้ว ลาย star spoke แบบสลับสี ซึ่งติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน

สำหรับภายในห้องโดยสาร ยังมอบความสะดวกสบายเหนือระดับ เบาะนั่งตอนหน้าแบบ M Multifunctional มาพร้อมระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันนวดผ่อน ภายในตกแต่งด้วยดีไซน์ M ที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ตกแต่งภายใน พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M และเข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวในการขับขี่
นอกจากนี้ผ้าบุหลังคายังเป็นเสมือนงานประติมากรรม 3 มิติ ลวดลายแบบปริซึม และเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน

คอนโซลด้านบนยังบุด้วยหนังแบบ BMW Individual ทำให้การตกแต่งภายในดูสะดุดตาและหรูหราไปอีกขั้น นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับหน้าจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW OS 8 ใหม่ล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

ด้านชุดอุปกรณ์ยังได้รับระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond ที่ให้กำลังขับรวม 1,475 W และลำโพงพิเศษอีก 4 ตำแหน่งบนหลังคา อีกทั้งยังได้รับระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน

ในด้านพละกำลังของจะเป็นครั้งแรกของแผนก M ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าร่วมกับ ICE โดยมากับเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร BMW M TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 489 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-มตร ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 197 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร เมื่อระบบทั้ง 2 ทำงานร่วมกันจะส่งผลทำให้มีสมรรถนะกำลังที่มากถึง 653 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive

มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือก 3 โหมด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 270 กม./ชม. มาพร้ออมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุขนาด 25.7 kWh ติดตั้งอยู่บริเวณใต้ท้องรถ ให้ระยะทางขับขี่ในโหมดไฟฟ้า 82-88 กม. และวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าด้วยความเร็วสูงสุดที่ 140 กม./ชม.
ขณะที่ระบบช่วงล่างระบบเฟืองท้าย M Sport ช่วยกระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน และช่วงล่างแบบ Adaptive M Suspension Professional เพื่อมอบการควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่




สำหรับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ จะมากับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความเร็วของรถในระดับที่ต้องการและคงระยะห่างจากรถคันหน้าให้สม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รถยนต์อยู่ในเส้นทางอย่างคงที่ด้วยระบบบังคับพวงมาลัย และเพื่อความสะดวกสบายที่เหนือกว่ายังมากับระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัยสําหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างและถุงลมนิรภัยศีรษะ ระบบ Teleservices, ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่, ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก, ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ, ระบบ Active Protection, ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้าง และระบบปกป้องคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ



BMW XM ใหม่ จะมีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีดำ Black Sapphire, สีเขียว Cape York Green, สีดำ Carbon Black, สีเทา Dravit Grey, สีฟ้า Marina Bay Blue, สีขาว Mineral White และสีแดง Toronto Red และมีสีภายในกับหนัง BMW Individual ‘Merino’ ให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Deep Lagoon, สีขาว Silverstone, สีดำ Black และ สีส้ม Sakhir Orange มาพร้อมกับแถบตกแต่งด้านข้างรถทั้งหมด 2 ตัวเลือกคือสีทองและสีดำซึ่งพาดผ่านกรอบประตูและล้อรถ ส่งให้ตัวรถโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น

ทั้งนี้ BMW XM จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น โดยจะเริ่มให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองผ่านช่องทางออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand ขณะที่ด้านราคาจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
The best 10 of BMW M cars
ถ้าพูดถึง BMW ที่มี Performance ระดับสูงคงจะไม่พูดถึงรุ่น “M” คงเป็นไปไม่ได้ ด้วยสมรรถนะและพละกำลังที่ผสานเข้ากับดีไซน์ของตัวรถ มันจึงปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่น M คือ BMW ที่ดีที่สุด วันนี้เราจะพาไปชม 10 อันดับ BMW M ที่ดีที่สุดตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา

1. BMW M1
M1 คือรถที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต แต่น่าเสียดายที่มันไม่เคยได้วิ่งในสนามแข่งจริง เนื่องจาก
การเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ แต่มันก็ยังคงเป็นรถที่หาชมได้ยาก ด้วยจำนวนการผลิตที่น้อย และราคาที่ค่อนข้างสูง มันจึงเป็น M
ที่เหล่านักสะสมต่างแสวงหา

2. BMW M5 (E28)
M5 E28 คือ M รุ่นแรกของ 5 Series หรือที่เรารู้จักกันในนาม E28 M5 ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 1,431 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรถ ณ เวลาปัจจุบัน ที่มีน้ำหนักถึง 2,000 กิโลกรัม E28 M5 มาพร้อมเครื่องยนต์หกสูบ พร้อมสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม มันจึงไม่น่าแปลกใจที่หลาย ๆ คน อยากจะมีไว้ในครอบครอง

3. BMW M3 (E30)
M3 E30 ถูกผลิตขึ้นด้วยเหตุผลเพียงสองประการ หนึ่งคือเพื่อเป็นการประกาศศักดาของ BMW ถึงการเป็นผู้นำด้านยานยนต์
สองคือเพื่อคว้าชัยในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต และมันสามารถทำได้ทั้งสองประการ มันจึงเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของรุ่น M ที่ผู้คนตามหามากที่สุด ณ เวลานี้

4. BMW M5 (E39)
E39 M5 เผยโฉมในปี 1998 รถรุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 ขนาดความจุ 4.9 ลิตร ด้วยขนาดและดีไซน์ของตัวรถที่ผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว จนหลายคนให้คำนิยามรถรุ่นนี้ว่าเป็นรถผู้บริหารที่เร็วที่สุดในช่วงเวลานั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นหนึ่งในรุ่น M
ที่ดีที่สุด

5. BMW M3 CS (E46)
M3 CS (E46) ผลิตขึ้นเพียง 250 คันทั่วโลก มันคือรถที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากรุ่น CSL ซึ่งเป็นรุ่นน้ำหนักเบา M3 CS มาพร้อมกับระบบเบรกที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ด้วยการพัฒนาสมรรถนะของตัวรถให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มันจึงเป็นหนึ่งในสิบรุ่นที่หลายคนพูดถึงเช่นกัน

6. BMW M3 CRT (E90)
M3 CRT เป็นรถรุ่นพิเศษสี่ประตูที่ผลิตขึ้นมาเพียง 67 คัน มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาดความจุ 4.4 ลิตร เป็นเหมือนการอัพเกรดจาก M3 GTS ด้วยการถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออก ทำให้รถมีน้ำหนักที่เบาลง แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสมรรถนะจึงไม่น่าแปลกใจที่มันยังเป็นหนึ่งในรถตระกูล M ที่หลายคนต้องการ

7. BMW M5 Touring (E61)
M5 Touring (E61) คือการเปลี่ยนมุมมองให้กับ M5 E60 4 ประตู ด้วยเครื่องยนต์ V10 ขนาดความจุ 5.0 ลิตร ที่มีพละกำลังถึง 507 แรงม้า ไม่เพียงแต่สมรรถนะและความเร็ว แต่มันยังสามารถขนสัมภาระได้จำนวนมากได้อีกด้วย มันจึงเป็น M ที่สามารถใช้เป็นรถครอบครัวสไตล์พ่อบ้านสายโหดได้

8. BMW 1 Series M Coupe
1 Series M Coupe รถ M ขนาดเล็กที่จิ๋วแต่แจ๋ว ผลิตออกมาจำนวนจำกัด มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบหกสูบ ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ถึงแม้ว่าจะเป็นรถคันเล็กแต่มันมีกำลังถึง 340 แรงม้า มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต ง่ายต่อการขับขี่บนท้องถนนในเมือง เป็นอีกหนึ่งรุ่นของ M ที่หลายคนมองหา

9. BMW M2 CS
M2 CS รุ่นนี้เป็นเหมือนการก้าวข้ามขีดจำกัดของรถอย่างแท้จริง ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่เต็มรูปแบบ มีพละกำลังถึง 444 แรงม้า มันอาจจะเป็นการส่งท้ายรถยนต์ Sport Coupe แบบเดิมที่ยอดเยี่ยมที่สุด เนื่องด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังจะมาถึง

10. BMW M5 CS
M5 CS ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและพละกำลัง ถูกพัฒนาจากรุ่นก่อนหน้าด้วยการถอดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเพื่อลดน้ำหนักของตัวรถซึ่งหายไปถึง 70 กิโลกรัม แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพ M5 CS มีกำลังถึง 635 แรงม้า หลายคนให้คำนิยามรถรุ่นนี้ว่าเป็น M5 ที่ดีที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่มันคือรุ่นปิดท้ายของ 10 รถยนต์ตระกูล M ที่ดีที่สุดนั่นเอง

