ด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น ทำให้รถ Hybrid กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนไทยในปี 2025 โดยรถยนต์ไฮบริดจะมีจุดเด่นตรงเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ธรรมดากับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไป และยังช่วยลดมลพิษอีกด้วย
ปัจจุบันมีรถไฮบริด 2025 หลากหลายรุ่นให้เลือกในตลาดรถยนต์ไทย แต่จะเลือกรุ่นไหนดี? วันนี้ประกันติดโล่จะพาคุณไปรู้จักกับรถ Hybrid ที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้ พร้อมแนะนำว่ารุ่นไหนที่เหมาะกับความต้องการและการใช้งานของคุณ มาดูกันเลยครับ
เลือกเพื่ออ่านได้เลย ซ่อน
แนะนำ 9 ยี่ห้อรถ Hybrid 2025 ราคาไม่เกินล้าน
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Honda City e:HEV
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Mitsubishi Xpander HEV
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Toyota Yaris Cross
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด MG VS HEV
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด MG3 Hybrid+
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด BYD SEALION 6 DM-I
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Nissan Kicks e-POWER
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Honda HR-V e:HEV
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Haval Jolion
สรุป ทำประกันรถยนต์ไฮบริดกับประกันติดโล่ อุ่นใจทุกเส้นทาง
แนะนำ 9 ยี่ห้อรถ Hybrid 2025 ราคาไม่เกินล้าน

ในปี 2025 ตลาดรถไฮบริดในไทยมีให้เลือกหลากหลายทั้งรถขนาดเล็กที่คล่องตัวเหมาะกับการขับในเมือง รถอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไปจนถึงรถสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง โดยรุ่นรถไฮบริดที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้ จะมีราคาไม่เกินหนึ่งล้านบาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมสำหรับรถ EV ครับ
1. Honda City e:HEV

Honda City e:HEV ถือเป็นรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดไทย ด้วยความโดดเด่นในด้านการประหยัดน้ำมันที่สูงถึง 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นเรื่องสนุก คล่องตัว และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีให้เลือกทั้งแบบ 4 ประตูซีดาน และ 5 ประตูแฮตช์แบ็ก พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่ทันสมัยเป็นมาตรฐานทุกรุ่นครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Honda City e:HEV
- Honda City e:HEV รุ่น SV ราคา 769,000 บาท
- Honda City e:HEV รุ่น RS ราคา 839,000 บาท
- Honda City Hatchback e:HEV รุ่น SV ราคา 729,000 บาท
- Honda City Hatchback e:HEV รุ่น RS ราคา 799,000 บาท
2. Mitsubishi Xpander HEV

Mitsubishi Xpander HEV ตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการรถกว้างขวาง 7 ที่นั่ง แต่ยังอยากได้ความประหยัดของรถยนต์ไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดรวมถึง 250 นิวตันเมตร ทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารและสัมภาระได้เป็นอย่างดี มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 19 กิโลเมตรต่อลิตร ที่ถือว่าดีมากสำหรับรถ MPV ขนาดนี้ พื้นที่ภายในออกแบบมาอย่างชาญฉลาดให้สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการใช้งาน และระบบกันสะเทือนที่นุ่มนวลช่วยให้การเดินทางไกลสบายยิ่งขึ้นครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Mitsubishi Xpander HEV
- Mitsubishi Xpander HEV ราคา 933,000 บาท
3. Toyota Yaris Cross

Toyota Yaris Cross เป็นรถไฮบริดแบบ Crossover SUV ขนาดซับคอมแพกต์ที่มาแรงในปี 2025 ด้วยการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของรถเล็กกับความอเนกประสงค์ของ SUV ได้อย่างลงตัว มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 111 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ในรุ่น Premium และ Premium Luxury ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางทั้งในเมืองและการเดินทางไกลต่างจังหวัดครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Toyota Yaris Cross
- Toyota Yaris Cross รุ่น HEV Smart ราคา 789,000 บาท
- Toyota Yaris Cross รุ่น HEV Premium ราคา 849,000 บาท
- Toyota Yaris Cross รุ่น HEV Premium Luxury ราคา 899,000 บาท
4. MG VS HEV

MG VS HEV โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Crossover SUV ที่ทันสมัยและโฉบเฉี่ยว มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว ให้กำลังรวมสูงถึง 177 แรงม้า ซึ่งถือว่าแรงมากในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดขนาดนี้ และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 24.4 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมระบบความปลอดภัย ADAS ที่ทันสมัยและระบบอำนวยความสะดวก i-SMART เป็นมาตรฐาน รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถสไตล์ SUV ในงบไม่เกิน 8 แสนบาท
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด MG VS HEV
- MG VS HEV รุ่น D ราคา 699,000 บาท
- MG VS HEV รุ่น X ราคา 759,000 บาท
5. MG3 Hybrid+

MG3 Hybrid+ เป็นรถแฮตช์แบ็กไฮบริดราคาประหยัดที่สุดในตลาดขณะนี้ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวที่ดึงดูดสายตา ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้แรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตันเมตร ทำให้การขับขี่มีความสนุกและคล่องตัวในเมือง ประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.72 กิโลเมตรต่อลิตร ที่สำคัญคือมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ได้รับการรับประกันยาวนานถึง 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถไฮยนต์บริดราคาประหยัดเป็นคันแรกครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด MG3 Hybrid+
- MG3 Hybrid+ รุ่น D ราคา 579,900 บาท
- MG3 Hybrid+ รุ่น X ราคา 619,900 บาท
6. BYD SEALION 6 DM-I

BYD SEALION 6 DM-I เป็นรถ SUV ปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยจากแบรนด์จีนที่กำลังมาแรงในตลาดรถยนต์ไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดดเด่นที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 95 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะมากกับการใช้งานในเมือง และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 21.18 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมแบตเตอรี่ Blade Battery ที่มีความปลอดภัยสูง ออกแบบมาให้ทนทานต่อการเจาะทะลุและความร้อนสูง พร้อมระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด BYD SEALION 6 DM-I
- BYD SEALION 6 DM-I รุ่น Dynamic ราคา 939,900 บาท
7. Nissan Kicks e-POWER

Nissan Kicks e-POWER โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ด้วยการใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร เป็นเพียงตัวปั่นไฟให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ทำให้ได้ความรู้สึกในการขับขี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 280 นิวตันเมตร ทำให้ตอบสนองได้ฉับไวในทุกสภาวะการขับขี่ พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.6 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมระบบ One-Pedal ที่ช่วยให้การขับขี่ในเมืองสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้รถ EV อย่างเต็มตัวครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Nissan Kicks e-POWER
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น E ราคา 779,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น V ราคา 849,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น VL ราคา 919,900 บาท
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น Star Edition ราคา 939,000 บาท
- Nissan Kicks e-POWER รุ่น AUTECH ราคา 979,900 บาท
8. Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV เป็นรถ SUV ขนาดซับคอมแพกต์ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตทรงคูเป้ที่ดูทันสมัย ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ให้กำลังรวมสูงถึง 131 แรงม้า และแรงบิด 253 นิวตันเมตร ทำให้การขับขี่มีความสนุกและราบรื่น มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 25.6 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางและเบาะนั่ง ULTRA Seats ที่สามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่ครบครัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถ SUV ขนาดกะทัดรัดที่มีประสิทธิภาพสูงครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Honda HR-V e:HEV
- Honda HR-V e:HEV รุ่น E ราคา 949,000 บาท
9. Haval Jolion

Haval Jolion เป็นรถ SUV ไฮบริดน้องใหม่จากแบรนด์จีนที่นำเสนอความคุ้มค่าในด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ครบครัน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 190 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลที่ 375 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่ม มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีถึง 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ที่ทันสมัยเป็นมาตรฐานทุกรุ่น รวมถึงหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV ไฮบริดที่มีอุปกรณ์ครบครันในราคาที่เข้าถึงได้ครับ
ราคาจำหน่ายของรถไฮบริด Haval Jolion
- Haval Jolion รุ่น Sport ราคา 799,000 บาท
- Haval Jolion รุ่น Ultra ราคา 999,000 บาท
สรุป ทำประกันรถยนต์ไฮบริดกับประกันติดโล่ อุ่นใจทุกเส้นทาง
จากข้อมูลข้างต้น คุณจะเห็นว่ารถไฮบริด 2025 มีให้เลือกหลากหลายรุ่น หลากหลายราคา ตั้งแต่ 5 แสนกว่าบาทไปจนถึงเกือบล้านบาท ขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานของคุณว่าต้องการรถแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ และมีงบประมาณเท่าใด แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกรถไฮบริดรุ่นไหน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการทำประกันรถยนต์ที่เหมาะสม
ประกันติดโล่พร้อมดูแลรถยนต์ไฮบริดของคุณด้วยแผนประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ทั้งอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ และความเสียหายต่อตัวรถ รวมถึงแบตเตอรี่และระบบไฮบริดที่มีมูลค่าสูง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ให้คุณขับรถไฮบริดได้อย่างอุ่นใจในทุกเส้นทาง เปรียบเทียบและเลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณได้ง่ายๆ ที่ประกันติดโล่ การันตีราคาที่คุ้มค่าและความคุ้มครองที่ครอบคลุมครับ
ที่มา: Kapook

รถหรู ซูเปอร์คาร์ ทำประกันชั้นไหนดี?

เมื่อพูดถึงการใช้ “รถยนต์ส่วนตัว” แน่นอนว่า เจ้าของรถเกือบทุกๆ คันน่าจะมีประกันรถยนต์ไว้อยู่แล้ว เพื่อคุ้มครองตัวเราและรถสุดที่รักของเรา แต่มีอีกประเด็นที่น่าสนใจ และหลายคนตั้งข้อสงสัยกันว่า นอกเหนือจากรถยนต์ทั่วไปแล้ว คนที่มีรถหรู รถสปอร์ต รถซุปเปอร์คาร์ สามารถทำประกันรถยนต์ได้ไหม? แล้วควรเลือกประกันรถยนต์ชั้นไหนดี? วันนี้เพนกวิน bolttech กูรูด้านประกันภัยมีคำตอบมาให้ทุกคน
รถซูเปอร์คาร์ คืออะไร ?

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจเคยได้ยินคำว่า “ซุปเปอร์คาร์” มาบ้างแล้ว แต่ก็ยังสงสัยว่ารถซุปเปอร์คาร์คืออะไร พูดให้เข้าใจง่ายๆ รถซุปเปอร์คาร์คือ รถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง มีการออกแบบเพื่อใช้งานด้านความเร็วโดยเฉพาะ ลักษณะเป็นรถยนต์ทรงสปอร์ต ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ระดับไฮคลาส
บอกเลยว่า เจ้ารถซุปเปอร์คาร์ รถหรูๆ เหล่านี้มีช่วงล่างระดับเทพ วัสดุเกรดพรีเมี่ยม รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จัดเต็มมากกว่ารถยนต์ตลาดทั่วไปหลายเท่า! มีรูปทรงที่แตกต่างและโดดเด่น ดึงดูดสายตาผู้ที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นรถตัวท็อปที่ยกระดับทั้งสมรรถนะความแรง เทคโนโลยี และวัสดุชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ จึงทำให้รถซูปเปอร์คาร์ราคาแพงกว่ารถยนต์ตลาดทั่วไปนั่นเอง
ตัวอย่างรถซุปเปอร์คาร์ 2021 ตัวท็อป ใหม่ล่าสุด
จริงๆ แล้วรถหรูราคาแพง รถซุปเปอร์คาร์ มีมากมายหลายยี่ห้อ เช่น เช่น ลัมโบร์กินี (Lamborghini), เฟอร์รารี่ (Ferrari), ปอร์เช่ (Porsche), บูกัตติ (Bugiti), แมคคัลเลน (McLaren) และโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) แต่เราจะมายกตัวอย่างรถซูเปอร์คาร์ 2021 รุ่นใหม่ล่าสุด แรง เร็วสมราคา
- Bentley Continental GT V8 2021

รถซูเปอร์คาร์สุดหรู Bentley Continental GT Convertible ที่มีพละกำลังสูงสุด 542 แรงม้า ใช้ความเร็วสูงสุด 318 กม./ชม. ดีไซน์ภายนอกดูหรูหรา โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ทันสมัย พร้อมล้ออัลลอยสีดำตัดกับสีเงินแบบใหม่ขนาด 21 นิ้ว ออกแบบเรียบหรู เฉียบคม ภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุไม้ และหนังแท้คุณภาพสูง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Bentley ราคาจำหน่ายประมาณที่ 16,990,000 บาท
- Nissan GT-R Premium Luxury

อีกหนึ่งรถหรูที่ยกระดับของนิสสัน รถซุปเปอร์คาร์ใหม่ล่าสุด ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ วี 6 ขนาด 3.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 555 แรงม้า พิเศษที่มาพร้อมสีภายนอก 6 สี ได้แก่ สีฟ้า เบย์ไซด์ บลู (Bayside Blue) สีแดง แวเรียนต์ เรด (Variant Red) และ สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) เป็นต้น มีอุปกรณ์ชุดแต่ง สเกิร์ต สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก และงานตกแต่งภายในห้องโดยสารที่ประณีต และล้ำสมัย ราคาจำหน่ายประมาณที่ 10,700,000 บาท
ประกันรถหรูคุ้มครองเหมือนรถทั่วไปไหม?
แล้วประกันรถหรูต่างจากรถทั่วไปไหม? ซึ่งความคุ้มครองประกันรถยนต์ กับประกันสำหรับรถหรูก็ใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ว่าเจ้าของรถซุปเปอร์คาร์ที่มีรถรุ่นพิเศษ จ่ายเบี้ยประกันรถซุปเปอร์คาร์สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเนื่องจากทุนประกันสูงกว่า เพราะว่าซุปเปอร์คาร์ เป็นรถนำเข้าที่มีมูลค่าสูง หาอะไหล่ยากและแพง อาจมีการเพิ่มทุนประกันเพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น
รถหรูควรเลือกประกันชั้นไหนดี?

เนื่องจาก “ซูเปอร์คาร์” เป็นรถที่มีสมรรถนะสูง ออกแบบเพื่อใช้งานด้านความเร็ว เครื่องยนต์ระดับไฮคลาส พร้อมมีดีไซน์หรูหรา และวัสดุใช้งานทนทาน ส่วนใหญ่นิยมทำประกันชั้น 1 เพราะให้ความคุ้มครองมากที่สุด ดูแลทุกเหตุการณ์บนถนน เช่น คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คุ้มครองรถยนต์และทรัพย์สินของคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนแบบมีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี
ดังนั้น ประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเหมาะสมสำหรับรถหรูมากที่สุด เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับรถหรูๆ ที่ต้องจ่ายแพงนั่นเอง
ข้อกำหนดทั่วไปการพิจารณาประกันรถซูเปอร์คาร์
- เป็นรถยนต์ที่มีจำนวนประตูน้อยกว่า 4 ประตู
- ขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 2,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ขึ้นไป
- มีกำลังเครื่องยนต์ 250 แรงม้าขึ้นไป
- น้ำหนักรถยนต์น้อยกว่า 2,000 กิโลกรัม
- อัตราเร่ง 0-100 กม. ได้ภายในเวลา 5 วินาทีหรือน้อยกว่า
- ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. หรือมากกว่านี้
- ราคาขายปีแรกจากผู้จัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
โดยมีหลายปัจจัยในการคำนวณเบี้ยประกัน เช่น ราคามูลค่ารถ อุปกรณ์เสริม การตกแต่งต่างๆ อายุการใช้งานของรถ เป็นต้น แล้วยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ ข้อมูลของเจ้าของรถ ประวัติการขับขี่รถยนต์ ประวัติอาชญากรรม หรือรถซูเปอร์คาร์จะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ก็มีผลต่อการพิจารณาการทำประกันเช่นเดียวกัน
และ ทางบริษัทประกันจึงเน้นรับประกันภัยจากบริษัทนำเข้ารถซูเปอร์คาร์ หรือจากดีลเลอร์เท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้รถผิดกฎหมายด้วย

ส่วนค่าเบี้ยประกันรถซุปเปอร์คาร์ ทางที่ดีเราควรเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจ หรือสอบถามรายละเอียดอื่นๆ กับบริษัทประกันภัยโดยตรงได้ เพื่อให้คุณเลือกประกันภัยที่คุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด
หากใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ สามารถเข้ามาอ่านข้อมูลได้ที่ bolttech.co.th มีความคุ้มครองประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุมมากที่สุด เช็กเบี้ยออนไลน์ได้ คุ้มครองอุบัติเหตุทั้งรถชนรถแบบมีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ประกันจะช่วยคุณทันที ดูแลหายห่วงแบบนี้ เข้ามาเทียบแผนได้เลย!!

