ข่าวจากอังกฤษ ระบุว่า BAC (Briggs Automotive Company) เตรียมเปิดตัวรถใหม่ พลิกหน้าประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยในปี 2566 จะเปิดตัวรถเจเนอเรชันใหม่ รูปแบบสปอร์ทที่นั่งเดี่ยว ใช้แชสซีส์น้ำหนักเบา และใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์เจอร์ที่มีมลพิษต่ำ BAC Mono F สื่อถึงพละกำลังที่มากขึ้น นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ของ BAC จากเดิมใช้เครื่องยนต์ Mountune ขนาด 2.5 ลิตร และเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์ Ford Ecoboost ความจุ 2.3 ลิตร ที่ผ่านการปรับแต่งเพิ่ม จนสามารถผ่านข้อกำหนดด้านการควบคุมมลพิษ และวางขายในอเมริกาเหนือได้ จากนั้นจึงจะขยายไปยังภาคพื้นอื่นๆ ต่อไป จากข้อมูลทางเทคนิคของบริษัท แจ้งว่า BAC Mono F ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ มีกำลังสูงสุดที่ 332 แรงม้า ซึ่งมากกว่าเครื่องเดิมที่มีกำลัง 302 แรงม้า ส่วนแรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 30 % เป็น 43.2 กก.-ม. BAC Mono F จะใช้ระบบส่งกำลังแบบ Sequential 6 จังหวะของ Hewland ส่วนระบบรองรับใช้ชุดเดิม ซึ่งนับว่าดีอยู่แล้ว แต่เปลี่ยนชอคอับ Ohlins แบบปรับได้ 2 ทิศทาง จากรุ่น Mono R พร้อมยาง Pirelli Trofeo R ชิ้นส่วนตัวรถใช้ร่วมกันกับ Mono R ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า BAC Mono F ปรับปรุงแชสซีส์ให้มีน้ำหนักเบา โดยใช้วัสดุโลหะผสม Niobium ซึ่งมีน้ำหนักเบา และมีความมั่นคงสูง แหล่งข่าวไม่ได้แจ้งว่าแชสซีส์ใหม่มีน้ำหนักเท่าไร และทนทานต่อแรงบิดแค่ไหน คาดว่าจะมีน้ำหนักประมาณ 570 กก. ซึ่งหนักกว่ารุ่น Mono R ประมาณ 20 กก. เพิ่มการรองรับการติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ และไม่ได้ใช้เบรคคาร์บอนเซรามิคเหมือนกับที่ใช้ในรุ่นพิเศษ สำหรับราคาโดยประมาณของ Mono F ที่จะขายในอังกฤษ คาดว่าจะอยู่ในระหว่าง 6.3-7.4 ล้านบาท

รีวิว Ferrari Purosangue เอสยูวีไม่สนโลก
ฐานเศรษฐกิจ
24 ธ.ค. 2566 | 14:05 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ธ.ค. 2566 | 14:23 น.
ในขณะที่บรรดาค่ายรถยนต์ระดับไฮเอนด์ ตั้งใจทำเอสยูวี ออกมาเพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง พร้อมตอบสนองด้านยอดขายในเชิงธุรกิจ ทว่า เฟอร์รารี่ อาจจะมีแนวคิดที่ต่างจากคู่แข่ง กับรถอเนกประสงค์อย่าง Ferrari Purosangue
เฟอร์รารี่ไม่ได้ยอมรับครับว่า Ferrari Purosangue (อ่านว่า พูโรซังกเว้) เป็นเอสยูวี แต่ถ้าพิจารณาจากคุณลักษณะ อรรถประโยชน์ รถมี 4 ประตู ยกสูงแล้ว ให้เด็กน้อยแถวๆ มาราเนลโลมาเห็นรถคันนี้ ก็ต้องบอกว่า นี่มันคือเอสยูวียี่ห้อเฟอร์รารี่ แบบฉ่ำเลย
แม้ Ferrari Purosangue จะเปิดตัวมาหลังสุด แต่ด้วยแนวทางการพัฒนาเอสยูวี และการทำตลาดของเฟอร์รารี่ ดูจะแตกต่างไปจากคู่แข่งพอสมควร ด้วยการเลือกวางเครื่องยนต์ V12 แบบ N/A ไม่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งไมลด์ไฮบริด ขณะที่ราคาขายกระโดดไปถึง 40.7 ล้านบาท ต่างจาก Lamborghini Urus หรือ Aston Martin DBX เครื่องยนต์ V8 ที่ราคากว่า 20 ล้านบาท
Ferrari Purosangue
Ferrari Purosangue
เท่านั้นไม่พอครับ ค่ายม้าลำพอง ยังยึดแนวทางเดิมคือ ไม่เร่งหรือเพิ่มกำลังการผลิต ตามความต้องการของตลาด (แม้ปัจจุบันนี้จะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ถึง 2 หมื่นคันต่อปีทั่วโลก) ดังนั้นใครที่ตัดสินใจจอง Ferrari Purosangue วันนี้ ต้องรอการส่งมอบรถไม่ตํ่ากว่า 2 ปี
นั่นแสดงให้เห็นว่า เฟอร์รารี่ พยายามก้าวอย่างระมัดระวังกับโปรดักต์สายพันธุ์ใหม่นี้ เพื่อรักษาอัตลักษณ์ และคุณค่าของแบรนด์ที่สั่งสมมากว่า 70 ปี (คือต้องทำออกมาไม่ให้โดนด่า) โดยไม่เน้นขยายตลาด หรือทำราคาตํ่ามากเกินไป (ใส่เครื่อง ยนต์ V12 มาแบบไม่แคร์) หรือเพิ่มยอดขายแบบก้าวกระโดด ซึ่งตรงนี้ต่างจากแนวคิดของ ลัมโบร์กินี, แอสตัน มาร์ติน, เบนท์ลีย์ ที่ทำเอสยูวีออกมาเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
สำหรับ Ferrari Purosangue เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายนปี 2022 จากนั้นนำรถออกไปโรดโชว์ในหลายๆ ประเทศ และคาวาลลิโน มอเตอร์ ก็มียอดจองในไทยแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งลูกค้าล็อตแรกจะได้รับรถตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นไป (แน่นอนว่าเป็นลูกค้าเดิมที่มีเฟอร์รารี่ จอดในโรงรถอยู่แล้ว)
Ferrari Purosangue
Ferrari Purosangue
Ferrari Purosangue
Ferrari Purosangue
ช่วงปลายปีอากาศดีๆ คาวาลลิโน มอเตอร์ ชวนลูกค้าและสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ ให้ไปลองขับ Ferrari Purosangue (รถเดโมของบริษัทแม่) ที่อาณาจักร Reignwood Park ลำลูกกา ซึ่งผมมีโอกาสไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วย
สัมผัสแรกของ Ferrari Purosangue คือเป็นเฟอร์รารี่ อารมณ์ใหม่จริงๆ ครับ ทั้งการเข้า-ออกภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะตำแหน่งคนขับสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลว่าหัวจะโขกหลังคา เช่นเดียวกับท่านั่ง และตำแหน่งนั่งสูงๆ เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น ส่วนเบาะคู่หลังแบ่งซ้าย-ขวา ที่สามารถเรียกรวมๆ เป็นรถ 4 ที่นั่งได้เต็มปาก ต่างจากกลุ่มรถจีทีเฟอร์รารี่ ที่เป็น 2+2 ที่นั่ง
ตัวถังขึ้นรูปมาจากวัสดุที่หลากหลาย ทั้ง อะลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเหล็กกล้า High Strength Steel กับรถ 4 ประตูครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเฟอร์รารี่ ทั้งยังออกแบบการเปิดประตูในสไตล์ Coach Doors เหมือนกับโรลส์-รอยซ์
Ferrari Purosangue
Ferrari Purosangue
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งผู้โดยสารแถวหลัง จะมีพื้นที่ขยับขยายได้มากขึ้น เฮดรูมเหลือเพียบ แต่ยังมากับอารมณ์สปอร์ตแบบแปลกๆ ที่เหมือนจะนั่งไม่ค่อยสบายนัก เมื่อเทียบกับเอสยูวีหรูรุ่นอื่นๆ
ในตำแหน่งนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ของเฟอร์รารี่จริงๆ ผมตื่นเต้นกับการออกแบบที่พักแขน ที่วางแก้วนํ้า มาพร้อมจอทัชกรีนทรงกลมเล็กๆ ให้เราเลือกควบคุมฟังก์ชัน อุณหภูมิของระบบปรับอากาศและเบาะนั่ง ความเข้ม-ใสของหลังคาแก้วได้ (หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์เป็นมาตรฐาน แต่หลังคาแก้วแบบพาโนรามิค เป็นออพชัน) ขณะเดียวกันเบาะหลังยังพับลง เพิ่มความอเนกประสงค์ได้อีกด้วย
เรื่องช่วงล่าง การทรงตัว ผมไม่มีข้อสงสัยแม้รถจะมีกราวด์เคลียร์แลนซ์ที่สูงขึ้น (185 มม.) และมีประตูเพิ่มขึ้นมาอีก 2 บาน เพราะเฟอร์รารี่ ยังเน้นการออกแบบรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ เรื่องการไหลของอากาศ และแรงกดด้านท้าย ยังใส่ใจแบบละเอียดยิบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาษีใหม่ปลั๊ก-อินไฮบริด 2569 ดันแลนด์โรเวอร์ ขึ้นราคา-ลัมโบร์กินี ถูกลง
GWM เสริมทัพปิกอัพดีเซล POER จัดงานใหญ่ขาย TANK 300 ทะลุเป้า
BMW จ่อเปิดตัว EV ประกอบไทย ดันสัดส่วนขายปี’69 เพิ่มขึ้น 13%
ไทยฮอนด้า ปรับกำลังผลิตปี 2568 เหลือ 1.54 ล้านคัน เพิ่มประกอบ EV
Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupe นำเข้ามาเลเซีย ขยับราคา 4 แสนบาท
ช่วงล่างแบบแอคทีฟ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไปควบคุมความหนืด ระยะยุบของแดมเปอร์ไฮดรอลิก แบบเป็นอิสระต่อกันทั้ง 4 ล้อ สามารถสั่งงานรวดเร็วแบบรีลไทม์ตามสภาพการขับขี่
โดยเฟอร์รารี่ ชี้แจงว่า ระบบกันสะเทือนแบบแอ็คทีฟ จะใช้ตัววัดอัตราเร่งและเซ็นเซอร์ที่อยู่ในช่วงล่างแต่ละล้อ สื่อสารกับระบบควบคุมการลื่นไถลด้านข้าง (Side Slip Control- SSC) 8.0 และเซ็นเซอร์ของระบบ 6w-CDS ที่ทำงานร่วมกับแดมเปอร์ TASV ของระบบ Multimatic จะจัดการองค์ประกอบด้านประสิทธิภาพของช่วงล่างแบบแอ็คทีฟเต็มรูปแบบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
Ferrari Purosangue
Ferrari Purosangue
เทคโนโลยีนี้ ช่วยปรับสมรรถนะการเข้าโค้งให้เหมาะสมที่สุดด้วยการกระจายความแข็งแบบแปรผันและต่อเนื่อง ตลอดจนลดแรงเหวี่ยงลงได้แบบแอคทีฟ (ลดลงตํ่าสุด 10 มม.) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของแรงด้านข้างที่กระทำต่อยางสูงสุด และความสมดุลระหว่างโอเวอร์และอันเดอร์สเตียร์ การควบคุมความถี่สูงจะควบคุมทั้งการเคลื่อนไหวของตัวถังและการเคลื่อนที่ของล้อ ช่วยลดโอกาสพลิกควํ่าและยกตัว รวมทั้งดูดซับความขรุขระของพื้นถนน
ในส่วนสมรรถนะจากเครื่องยนต์ V12 ที่ผมเคยโดนมาแล้วกับ 812 Superfast เมื่อมาประจำการในรถเอสยูวี ก็ไม่มีอะไรขัดเขิน ด้วยความจุกระบอกสูบ 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 725 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 716 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด
ขับจริงๆ ก็เอาเรื่องครับ ทั้งการตอบสนองฉับไว เสียงเครื่อง เสียงท่อที่คำรามดุดัน โดยเฉพาะในโหมดสปอร์ต สัมผัสอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.3 วินาที หรือจากจุดหยุดนิ่งไล่ไปจนถึง 200 กม./ชม. ทำได้ 10.6 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดของรถคันนี้ล็อคไว้ 310 กม./ชม. (แน่นอนว่าผมทำไม่ถึงจากการทดสอบวันนั้น)
รวบรัดตัดความ…ด้วยความแรง และบาลานซ์ การทรงตัวที่ยอดเยี่ยม Ferrari Purosangue ไม่มีอะไรต้องสงสัย สำหรับใครที่อยากได้รถใช้งานจริงจัง ฟังก์ชันหลากหลายตามสมัยนิยม ทั้งระบบความปลอดภัย พร้อมความสะดวกสบายตามสไตล์รถบ้านทั่วๆ ไป ในราคาเริ่มต้น 40.7 ล้านบาท เพียงแต่ตอนนี้ ถ้ามีเงินก็ยังต้องรอรถนาน หรืออาจจะต้องให้เฟอร์รารี่ อนุมัติว่าคุณจะมีสิทธิ์ซื้อรถของเขาหรือเปล่า
รีวิว Ferrari Purosangue : กรกิต กสิคุณ

