ASPARK OWL The Fastest SuperEv Hits 0-100 Km/h in 1.9 seconds
หลังจากที่ในช่วงปีก่อนได้มีการเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่จากค่าย Tesla ไปกับ Tesla Roadster ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก โดยพิษสงของเจ้าคันนี้สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 1.9 – 2.0 วินาที เท่านั้น
วันนี้มีรถที่จะมาปราบเจ้า Tesla Roadster แล้วโดยเป็นรถสัญชาติญี่ปุ่น ในนาม Aspark Owl พิษสงก็ไม่น้อยหน้าเช่นเดียวกันเพราะ ณ ปัจจุบัน (ในช่วงทดสอบ) สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 1.9 วินาที เท่านั้น แถมทีมพัฒนากล่าวว่าเมื่อพัฒนาเสร็จสิ้นทั้งหมด น่าจะทำตัวเลขได้ตำกว่านี้อีกด้วย


เราไปชมสเปคคร่าวๆ กันก่อนดีกว่าเจ้า Aspark Owl มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 430 แรงม้า พร้อมแรงบิดราว 763 นิวตันเมตร อาจจะดูไม่มากมายเท่าไรนัก แต่อย่าลืมว่าขุมพลังไฟฟ้าสามารถทำความเร็วได้ทันทีไม่ต้องรอรอบ บวกกับน้ำหนักรวมรถยนต์ที่หนักเพียง 862 กิโลกรัม เท่านั้น
และที่สำคัญเจ้า Aspark Owl จะผลิตขายเพียง 50 คัน ทั่วโลกเท่านั้น โดยราคาจะอยู่ราวๆ 4.4 ล้านเหรียญ หรือตีเป็นเงินไทยได้ราวๆ 137 ล้านบาท ก็เอาเป็นว่าราคาขนาดนี้ ให้พี่เค้าไปเถอะ 5555
ชมคลิปด้านล่างได้เลยครับ ช่วงออกตัวอยู่ประมาณนาทีที่ 1.05 ครับ
ติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติม ได้ที่นี่
ค้นหารถยนต์มือสองสภาพดีการันตีจาก วันทูคาร์ ได้ที่นี่
จุดเปลี่ยนซูเปอร์คาร์? สหภาพยุโรปจ่อบังคับใช้กฎระเบียบลดมลพิษทางเสียงครั้งใหญ่

โดย Admin
โพสต์เมื่อ 25 December 2555
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปหรืออียูเตรียมกำหนดกฎระเบียบว่าด้วยการลดระดับมลพิษทางเสียงที่เกิดจากรถยนต์ใหม่ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องลดระดับเสียงลงถึงครึ่งหนึ่งภายในอีก 7 ปีข้างหน้า
กฎระเบียบดังกล่าวได้รับการอนุมัติในหลักการจากคณะกรรมการของอียูแล้ว ที่น่าสนใจคือกฎนี้มีผลครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภทรวมถึงรถสมรรถนะสูงด้วย โดย Judith Merkies หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมของอียู ซึ่งเป็นคนเนเธอร์แลนด์ชี้ว่า “รถสปอร์ตและรถซูเปอร์คาร์ในปัจจุบันถือเป็นแหล่งปล่อยมลพิษทางเสียงที่แย่ที่สุด”
อย่างไรก็ดี การบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าวจะต้องได้รับการลงมติจากอียูอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2556 หากได้รับไฟเขียว คาดว่าทุกค่ายรถที่ทำตลาดในยุโรปจะต้องปรับตัวครั้งใหญ่และเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎควบคุมระดับเสียงของอียูอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนถึงปี 2020
สื่อมวลชนหลายสำนักแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎระเบียบดังกล่าว พร้อมกับตั้งคำถามไปในทิศทางเดียวกันว่า อียูควรเริ่มบังคับใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมีมลพิษทางเสียงย่ำแย่กว่ารถยนต์อย่างเห็นได้ชัด

