“GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic” ยนตรกรรมที่รวมความเป็นที่สุดในทุกด้านของเอสยูวีขนาด Full-size จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยภายใต้คอนเซปต์ “COMMITTED TO GREATNESS” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบอันทรงพลังสูงสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,989 ซีซี 2-stage turbocharger ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V electrical system โดยมอบพละกำลังได้สูงถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์คันนี้มีกำลังแรงม้าสูงสุด 367 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 2,800 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) สามารถ ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.1 วินาที

ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบภายใต้ปรัชญา Sensual Purity ที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งอย่างเต็มพิกัด เริ่มต้นด้วยการตกแต่งแบบ AMG Exterior Bodystyling พร้อมการติดตั้งไฟหน้าอัจฉริยะแบบ MULTIBEAM LED สามารถส่องพื้นถนนข้างหน้ารถได้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังมีระดับความเข้มของแสงที่สว่างและเหมาะสมกับทุกสภาพแวดล้อม ผสานการทำงานร่วมกับระบบไฟสูง Adaptive Highbeam Assist Plus มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 22 นิ้ว พร้อมระบบกันสะเทือนขั้นสูงแบบถุงลม (AIRMATIC) และระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ตลอดเส้นทาง ทั้งยังมอบความสะดวกสบายด้วยระบบช่วยปิดประตูแบบ Power closing door ระบบเปิด-ปิด บานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า และระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งแบบ AMG interior package ที่ถอดแบบความลักชัวรี่มาจากรุ่น S-Class ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอเชื่อมต่อกัน พร้อมจอแสดงผลแบบ Head-up display ให้การแสดงผลที่คมชัดในทุกสภาพแสง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa และเบาะหนังที่ติดตั้งระบบนวดแบบ MULTI CONTOUR SEAT ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งการนั่งได้อย่างเหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าขณะเดินทาง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL with ENERGIZING Package แอร์อัตโนมัติ THERMOTRONIC 5 โซน พร้อมระบบปรับสมดุลอากาศแบบ AIR BALANCE package ฯลฯ
ความโดดเด่นอีกด้านหนึ่งของ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic คือการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งความบันเทิงระดับไฮเอนด์ โดยการส่งมอบประสบการณ์สุดเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารด้านหลังโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ หูฟังแบบไร้สาย 2 ชุด และแท็บเล็ตบริเวณเบาะโดยสารตอนหลัง ให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งยังสามารถรับชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง และฟังเพลงด้วยระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® 3D surround sound system ทรงพลังด้วยลำโพงคุณภาพสูง 13 ตัว รอบห้องโดยสารที่มีกำลังขับขนาด 590 วัตต์ และเทคโนโลยี Dolby Atmos® ให้ความรื่นรมย์ราวกับนั่งฟังเพลงในสตูดิโอระดับเฟิร์สคลาส โดยสามารถปรับให้เหมาะสมกับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังอย่างลงตัว
GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic มีการติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอย่างครบครันตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Driving Assistance Plus Package) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking with reversing camera) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Transparent bonnet ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพจริงในจุดอับสายตาบริเวณหน้ารถและ ใต้ท้องรถ พร้อมให้ทุกการขับขี่แบบ Off-Road ไปสู่จุดหมายอย่างสะดวกและปลอดภัยขั้นสุด











Koenigsegg Gemera ไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่ง ครั้งแรกกับพละกำลัง 1,700 แรงม้า

โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 06 March 2563
Koenigsegg ชื่อนี้มั่นใจได้กับการผลิตรถระดับ ไฮเปอร์คาร์ และรุ่นล่าสุด Koenigsegg Gemera แบบ 4 ที่นั่งครั้งแรก กับการเปิดตัวแบบ เสมือนจริง หลังจากที่งาน Geneva Motor Show ยกเลิก Gemera ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เท่านั้น


สำหรับ Koenigsegg Gemera ได้ถูกพัฒนา โดดเด่นตั้งแต่หน้าตาด้วยงานดีไซน์ตามหลักแอร์โรไดนามิกรอบคัน พร้อมการใช้แซสซีส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque มีอลูมิเนียมเสริมแกร่ง ตามจุดยึดต่างๆ โดยมีน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,715 กิโลกรัม มีพื้นที่เก็บสัมภาระทั้งด้านหน้า และหลังรวม 200 ลิตร กล้องมองภาพถูกนำมาใช้แทนที่กระจกมองข้างแบบเดิม ประตูยังคงเอกลักษณ์แบบ Dihedral synchro-helix เปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้อเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์ Aircore เจนที่ 2 ด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว และหลัง 22 นิ้ว ท้ายรถให้ฝาครอบเครื่องแบบกระจก พร้อมการวางตำแหน่งท่อไอเสียอยู่ด้านบนแบบไทเทเนียม จาก Akarapovic ตัวถังออกแบบให้ยกเป็นสปอยเลอร์ท้ายในตัว และเสริม Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไว้ด้านล่าง



ภายในห้องโดยสาร มาในรูปแบบ 4 ที่นั่ง เป็นเบาะ Bucket Seats วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ที่วางแก้วมากถึง 8 ช่อง ส่วนคนขับมีพวงมาลัยปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ยึดติดกับจอมาตรวัดความเร็วสุดล้ำ มีกล้อง 360 องศา ให้จอสัมผัส Infotainment ขนาด 13 นิ้ว ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ควบคุมระบบภายในรถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ความบันเทิงมากมาย พร้อมลำโพง 11 ตำแหน่ง

ไฮไลท์สำหรับเครื่องยนต์ สำหรับ Koenigsegg Gemera เรียกว่าเป็นลูกผสมพร้อมระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตรสามสูบ Twin-turbo Freevalve กำลังสูงสุด 600 แรงม้า (BHP) ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-7,000 รอบ/นาที ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า อีก 3 ตัว ที่ล้อหลัง 2 ตัว และอีกตัวอยู่ตำแหน่งชุดเพลาะข้อเหวี่ยง ที่มาพร้อมพละกำลัง 800 กิโลวัตต์หรือ 1,100 แรงม้า ส่งผลให้ได้กำลังรวมถึง 1,700 แรงม้า (BHP) แรงบิดมหาศาล 3,500 นิวตัน-เมตร ซึ่งสามารถเร่ง 0-100 ในเวลาเพียง 1.9 วินาที ท๊อปสปีดระดับ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบ Koenigsegg Direct Drive (KDD)
นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งแบบไฟฟ้า 100% ด้วย EV โหมด ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร ส่วนถ้าเดินทางไกลสามารถใช้โหมด Hybrid ได้แบบยาวๆ ถึง 950 กิโลเมตร ระบบเบรคจานคาร์บอน-เซรามิค คาลิปเปอร์ด้านหน้า 6 สูบ ขนาด 415 มม. และคาลิปเปอร์หลัง 4 สูบ ขนาด 390 มม. พร้อม ABS และ Electric Brake Booster




ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

