เจาะจุดเด่น BMW M2 CS และ M3 CS Touring เปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์ในไทย Rare Edition ที่ทั้งแรงและหรูที่สุดในตระกูล M
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ชื่อของ BMW M มักถูกพูดถึงในฐานะสัญลักษณ์ของสมรรถนะ ที่รวมเอาเทคโนโลยีจากสนามแข่งเข้ากับรถที่ใช้ได้จริงบนถนน รุ่นในตำนานอย่าง M3 E30 ที่เปิดโลกคอมแพ็คสปอร์ตในยุค 80s หรือ M5 ที่พลิกโฉมซีดานหรูให้กลายเป็นรถแรงระดับซูเปอร์คาร์ ต่างก็ทำให้ BMW M กลายเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอในวงการคนรักรถ
และในวันนี้ BMW M กลับมาเขย่าตลาดไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวสองรุ่นลิมิเต็ดที่ทั้งทรงพลัง แม่นยำ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่ BMW M2 CS รถคอมแพ็คสปอร์ตที่รีดสมรรถนะได้เกินขนาด และ BMW M3 CS Touring รถแวกอนที่เร็วที่สุดบนสนาม Nürburgring

สำหรับ BMW M2 CS แม้จะอยู่ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ แต่ M2 CS ไม่ได้มาเล่น ๆ ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo พละกำลังทะลุ 530 แรงม้า พร้อมแรงบิด 650 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ในราว 3.4–3.8 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ชม. น้ำหนักเบาลง 30 กก. จากรุ่นมาตรฐาน ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เต็มคัน ตั้งแต่ฝากระโปรง หลังคา ไปจนถึงสปอยเลอร์ Ducktail เรียกได้ว่าเป็นคอมแพ็คสปอร์ตที่ทั้งเบาและดุดัน
ภายในของ M2 CS ชัดเจน เป็นเบาะ Bucket Seat คาร์บอนไฟเบอร์พร้อมตรา CS เรืองแสง, คอนโซลกลางคาร์บอนไฟเบอร์, พวงมาลัย Alcantara แถบแดงตำแหน่ง 12 นาฬิกา และระบบ Active Sound Design NEXT ที่ปรับจูนมาเพื่อรุ่น CS โดยเฉพาะ ทุกดีเทลออกแบบมาเพื่อให้คนขับรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามแข่ง แม้ขับอยู่บนถนนจริง

อีกรุ่นที่เป็นไฮไลต์คือ BMW M3 CS Touring รถแวกอนที่ถูกบันทึกสถิติ Nürburgring 7:29.490 นาที เร็วที่สุดในโลกสำหรับทัวริ่งคาร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบ M TwinPower Turbo 551 แรงม้า เร่ง 0–100 กม./ชม. เพียง 3.5 วินาที (หรือ 3.2 วินาทีตามมาตรฐาน 1-foot rollout) ขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ควบคู่ระบบ Active M Differential ให้การควบคุมแน่นหนึบทุกโค้ง ที่สำคัญคือยังใช้งานได้จริง พื้นที่เก็บสัมภาระ 500–1,510 ลิตร เหมาะทั้งการขับท่องเที่ยวและซัดลงแทร็ก
ทั้ง M2 CS และ M3 CS Touring ถูกสร้างขึ้นในจำนวนจำกัด โดยเฉพาะ M3 CS Touring ที่ผลิตเพียงปีเดียวเท่านั้น ดีไซน์จัดเต็มด้วยไฟหน้า Adaptive LED เรืองแสงสีเหลือง, ล้ออัลลอย M4 CS design, และเบาะหนัง Merino Black/Red พร้อมสัญลักษณ์ CS สะท้อนตัวตนรุ่นพิเศษชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ราคาเริ่มต้นของ M2 CS อยู่ที่ 7,999,000 บาท และสามารถอัปเกรดจนถึงเกือบ 9 ล้านบาท สำหรับเวอร์ชัน Individual
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขายรถใหม่ แต่คือการยกระดับภาพลักษณ์ของ BMW M ในประเทศไทย จากรถที่เกิดมาเพื่อสนามแข่ง สู่การเป็นรถในชีวิตประจำวัน ที่ยังคงสมรรถนะเหนือชั้น เหมาะกับทั้งนักสะสมและคนที่รักการขับขี่
TAGS: #BMW#BMWM2CS#M3CSTouring#บีเอ็มดับเบิลยู#รถยนต์บีเอ็ม
Aston Martin DB11 AMR PERFORMANCE สปอร์ต แรง ดูดี มีสไตล์
22 พ.ย. 62 (16:11 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
อีกไม่กี่วัน ความหรูหราแห่งวงการยานยนต์ในงาน The Pinnacle of Luxury 2019 ก็จะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 26 พฤศจิกายน ไปจนถึง 10 ธันวาคม 2562 หนึ่งในรถคันงามที่ทุกคนจะได้สัมผัสกันนั่นก็คือ Aston Martin DB11 AMR PERFORMANCE ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทยอีกด้วย
บอกเลยว่าสายรถสปอร์ตที่ชื่นชอบความแรงคงจะชื่นชอบเจ้า Aston Martin DB11 AMR PERFORMANCE ได้ไม่ยาก กับเครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ 630 แรงม้า ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นปกติถึง 30 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำเวลาได้ 3.7 วินาที และวิ่งได้ความเร็วสูงสุดถึง 334 กม./ชม.
หลายคนยกย่องให้ Aston Martin DB11 AMR PERFORMANCE เป็นรถสปอร์ตจีทีที่ดูดีที่สุดในโลก ด้วยตัวถังอะลูมิเนียม น้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงทนทาน เส้นสายอันพลิ้วไหวบนตัวถัง กับกระจังหน้าที่กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถค่ายนี้ นอกจากนั้นยังมีครีบข้าง Aeroblade ทรงสปอร์ต สติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ส่วนช่วงล่างเป็นแบบอิสระ ทรงตัวและเกาะถนนอย่างยอดเยี่ยม กับล้อแม็กขอบ 20 นิ้ว
ส่วนห้องโดยสารก็หรูหราเอาการ ตกแต่งด้วยหนังแท้และวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะหน้าโอบกระชับแต่นั่งสบายสุดๆ ด้านเบาะหลังก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการโดยสาร และแน่นอนว่า เจ้ารถคันนี้มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน
ใครอยากยลโฉมคันจริง Aston Martin DB11 AMR PERFORMANCE สามารถไปรับชมที่งาน The Pinnacle of Luxury 2019 ได้ตั้งแต่ 26 พ.ย. – 10 ธ.ค. นี้ ณ สยามพารากอน

