Lamborghini Asterion หน้าต่างบานใหม่สู่มุมมองที่สุขุมขึ้น
9 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 12:06 น. | หมวดหมู่ World’s News | โดย HOMY DEMIO | อ่านไปแล้ว: 4196
ภาพจำของ Lamborghini ที่คนทั่วไปก็ตามชื่อมันล่ะครับคือ มันต้องมีรูปลักษณ์ดูเฉี่ยว ไม่ใช่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาธรรมดาด้วย
นะ มันต้องพันธุ์ดุด้วย เสมือนสัตว์ป่าเหล่าร้ายที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที นั่นคือภาพจำของรุ่นปัจจุบัน แต่ถ้ามองย้อนกลับใน
อดีตก็พบว่ามันเคยมีทรวงทรงสะโอดองค์นงคราญตามสไตล์อิตาเลียนผสมอยู่ ก็ไม่แปลกใจหรอกที่บางคนใน
Lamborghini ก็อยากจะฉีกภาพลักษณ์จากสัตว์ป่าสำหรับ Lambo ในอนาคต

Filippo Perini ผู้กุมบังเหียนงานออกแบบ Lamborghini คนล่าสุดพร้อมลูกทีมกำลังท้าทายงานออกแบบ
Lamborghini Asterion รถ Plug-in Hybrid คันแรกให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยการหลีกหนีเส้นเฉี่ยวลาดเอียงและ
ความดุดันให้มากที่สุด เปรียบเสมือนความพยายามในการนำ Miura ในอดีตมาขัดเกลาใหม่
Perini กล่าวว่ามันเป็นการเปิดหน้าต่างแนวทางการออกแบบใหม่ของ Lamborghini ในอนาคตที่จะดูเกรี้ยวกราดน้อยลง
เพิ่มความสุขุมเรียบร้อยและสง่างามขึ้น
สาเหตุหลักที่ Lamborghini Asterion ต้องออกแบบให้แตกต่างจากรถที่มีอยู่เนื่องจากต้องการสร้างรถคันนี้ให้แยกตัว
ออกจากความเป็น Volkswagen Group ให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงมรดกความเป็นมาจนเป็นแรงบันดาลให้
Lamborghini ยืนหยัดถึงวันนี้
Lamborghini Asterion มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ ไฟหน้าที่ทำจากไททาเนียม, คาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียม
ออกแบบให้มีความกลมมน ส่วนไฟท้ายก็มาพร้อมกับรายละเอียดโคมไฟทรง Y-Shape
สัดส่วนด้านหลังของ Lamborghini Asterion คือจุดเด่นของการออกแบบเพราะให้อารมณ์ไม่แตกต่างจาก Miura เลย
ภายในห้องโดยสารก็เป็นจุดสำคัญที่ Perini ใส่ใจเพราะมีการออกแบบทางเข้าออกห้องโดยสารให้เข้าไปนั่งได้ง่ายขึ้น,
จัดสรรเนื้อที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและออกแบบเบาะนั่งให้นั่งสบายมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม Lamborghini ก็ยังยืนยันที่จะสร้างรถ Supercar แบบสุดขีดเหมือนเช่นเคยทำ เพียงแต่ Lamborghini
Asterion มันเป็น Design Language ที่อาจเป็นทางเลือกหนึ่งให้แก่ลูกค้าได้ก็เท่านั้น
ที่มา : Automoive News
BMW X3 ครอสส์โอเวอร์ GEN 4 สปอร์ทกว่าเดิม
16 Jul 2025

BMW X3 (บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3) ในเจเนอเรชันที่ 4 ดีไซจ์นสปอร์ทกว่าเดิม พร้อม X3 M50 XDRIVE (เอกซ์ 3 เอม 50 เอกซ์ดไรฟ) ประสิทธิภาพระดับ M PERFORMANCE
X3 20D XDRIVE M SPORT PRO (เอกซ์ 20 ดี 3 เอกซ์ดไรฟ เอม สปอร์ท พโร) ใหม่ ซ่อนปลายท่อไอเสียไว้ในกันชนท้าย มาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้วในดีไซจ์น DOUBLE SPOKE แบบสลับสี ส่วน X3 M50 XDRIVE ขับเน้นความสปอร์ทเต็มพิกัดด้วยชุดท่อไอเสียคู่ทั้งด้านซ้าย และขวา พร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 21 นิ้ว ลาย STAR SPOKE แบบสลับสี

ภายในห้องโดยสารยังคงเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ทั้งจอโค้ง BMW CURVED DISPLAY ระบบควบคุมมัลทิฟังค์ชัน BMW INTERACTION BAR พวงมาลัยแบบตัดขอบล่าง และคันเกียร์ที่มาในดีไซจ์นใหม่
ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระก็กว้างขวางสมกับความอเนกประสงค์ของตระกูล X3 ด้วยความจุสัมภาระสูงสุด 1,700 ลิตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 100 ลิตร
เบาะนั่งสไตล์สปอร์ทที่ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า และหุ้มด้วยวัสดุ VEGANZA ในรุ่น X3 20D XDRIVE M SPORT PRO ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง X3 M50 XDRIVE ถือเป็นครั้งแรกที่นำหนัง BMW INDIVIDUAL LEATHER MERINO และใส่พวงมาลัยหนังสไตล์ M

X3 20D XDRIVE M SPORT PRO ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 197 แรงม้า/145 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที
ส่วนตัวแรง X3 M50 XDRIVE เครื่องยนต์ 6 สูบ เทคโนโลยี TWIN POWER TURBO ความจุ 3.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 398 แรงม้า/293 กิโลวัตต์ เกียร์อัตโนมัติ STEPTRONIC SPORT 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ BMW XDRIVE ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.6 วินาที
X3 M50 XDRIVE เสริมความคล่องตัวด้วยช่วงล่างแบบ ADAPTIVE M และเบรค M SPORT ส่วนในด้านระบบช่วยการขับขี่ BMW X3 ใหม่มาพร้อมระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนการออกนอกเลน เป็นมาตรฐาน มาพร้อม DRIVING ASSISTANT PLUS ซึ่งเพิ่มทั้งระบบเตือนการเปลี่ยนเลน และระบบช่วยจำกัดความเร็วสำหรับรุ่น X3 20D XDRIVE M SPORT PRO และ DRIVING ASSISTANT PROFESSIONAL ใน X3 M50 XDRIVE
BMW X3 20D XDRIVE M SPORT PRO ราคาเริ่มต้นที่ 3,799,000 บาท และ X3 M50 XDRIVE ราคาเริ่มต้นที่ 4,499,000 บาท โดยมีให้เลือกในสี ALPINE WHITE, BLACK SAPPHIRE METALLIC, BROOKLYN GREY METALLIC และ TANZANITE BLUE METALLIC ส่วน X3 M50 XDRIVE เพิ่มสีพิเศษ DUNE GREY METALLIC




