เป็นข่าวดีสำหรับใครที่จอง Mercedes-AMG ONE เพราะมันได้เริ่มเข้าสายการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว!!
Mercedes-AMG ONE ไฮเปอร์คาร์ตัวโหดสุดของค่าย เพียง 275 คัน ในโลก ค่าตัวระดับ 2.72 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 93 ล้านบาท จะบอกว่านี่คือ F1 ของถนนก็ว่าได้ เพราะเทคโนโลยีต่างๆ ดึงมาจาก F1 แบบจัดเต็ม ขุมพลัง V6 ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ตัวเดียวที่กับรถ F1 ผสานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 4 ตัว ทำให้กำลังรวมสองระบบเป็น 1,063 แรงม้า แน่นอนว่ารถระดับนี้จะมีการประกอบและทดสอบที่เนี๊ยบละเอียดมากราวกับนาฬิกาหรูชิ้นแพงๆ เรือนหนึ่ง
ภาพรวมขั้นตอนการผลิตจะมีอยู่หลักๆ 16 สถานี
สถานีที่ 1 ถึง 4: จะประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักรกลต่างๆ และชิ้นส่วนที่ใช้ไฟฟ้าแรงดันต่ำทั้งหมด ตลอดจนระบบส่งกำลัง รวมทั้งระบบไฟฟ้าในรถยนต์
สถานีที่ 5 ถึง 6: จะประกอบแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง และจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าแรงสูง ทดสอบการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป และมอเตอร์ไฟฟ้า และเช็คทดสอบระบบฟังชั่นก์ใช้งานต่างๆของรถ
สถานีที่ 7: ติดตั้งงาน Interior ในห้องโดยสาร
สถานีที่ 8: เริ่มการติดตั้งแผงตัวถังภายนอก บานประตู
สถานีที่ 9: ดำเนินการติดตั้งส่วนของภายนอกต่อไป ฝาหน้าและหลัง
สถานีที่ 10: การติดตั้งตัวถังภายนอกขั้นสุดท้าย
สถานีที่ 11: การประกอบล้อและแผงพื้น
สถานีที่ 12: การปรับตั้งล้อ และไฟหน้า
สถานีที่ 13: นำรถขึ้น Roller Dynamometer (ไดโน่) ทดสอบรถในทุกโหมดการขับขี่
สถานี 14: การทดสอบ NVH หรือ Noise, Vibration and Harshness (ระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และความกระด้าง) ที่เข้าภายในห้องโดยสาร
สถานีที่ 15 ทดสอบรถในสภาวะฝนมรสุม
สถานี 16: ตรวจสอบพื้นผิวทั้งหมดมีตำหนิหรือไม่ และการทดสอบการทำงานทางเทคนิคของส่วนประกอบทั้งหมด
Mercedes-AMG ONE ทุกคันจะต้องถูกวิ่งทดสอบในสนาม และรับรองขั้นสุดท้ายจากผู้ขับทดสอบในโรงงาน ทันทีที่ได้รับอนุมัติรถจะถูกขนขึ้นรถบรรทุกแบบปิด สู่สำนักงานใหญ่ Mercedes‑AMG ใน Affalterbach ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านตัวรถคอยให้ข้อมูล และจึงไปจบที่การส่งมอบรถ
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Mercedes-Benz















แฟนพันธุ์แท้! “โรนัลโด” ควัก 360 ล้านบาทซื้อซูเปอร์คาร์ Bugatti Centodieci (ภาพ)
15 ต.ค. 64 (08:37 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
Bugatti (บูกัตติ) บริษัทรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสได้ผลิตซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 110 ปีก่อตั้งองค์กร ใช้ชื่อรุ่นว่า Centodieci (เซนโทดิเอซี) ซึ่งในภาษาอิตาลีมีความหมายว่า “Hundred Ten” หรือ 110 ซึ่งซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง EB110 ที่ผลิตขึ้นมา 139 คันเมื่อปี 1991
เนื่องด้วยเป็นรุ่นพิเศษ ทำให้มันถูกผลิตขึ้นมาเพียง 10 คันบนโลกเท่านั้น ณ โรงงานในเมืองมอลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส โดยขั้นตอนการผลิตบางส่วนทำด้วยมือจากผู้เชี่ยวชาญอย่างประณีต ซึ่งราคาอยู่ที่คันละ 9.5 ล้านยูโร (หรือประมาณ 366 ล้านบาท) และเป็นที่แน่นอนว่ามีผู้สั่งซื้อซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ครบ 10 คันแล้ว
BILD สื่อจากประเทศเยอรมนีได้รายงานว่า คริสเตียโน โรนัลโด แข้งซูเปอร์สตาร์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็น 1 ใน 10 ผู้ซื้อรถรุ่นนี้เช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมา โรนัลโด แทบจะไม่พลาดซื้อซูเปอร์คาร์ของ บูกัตติ ที่ออกมาทุกรุ่น ตัวอย่างเช่นรุ่น Chiron และ Veyron
นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ferrari F430, Rolls-Royce Phantom, Lamborghini Aventador, Maserati GranCabrio, Bentley Continental GTC และ McLaren Senna แถมเจ้าตัวยังเคยซื้อ Mercedes G Wagon เป็นของขวัญวันเกิดให้กับภรรยาอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ดี Bugatti Centodieci จะถูกส่งถึงมือเจ้าของภายในปี 2022 ซึ่งต้องอดใจรออีกสักนิดให้เจ้าม้าเหล็กคันนี้ออกมาโลดแล่นบนท้องถนนสู่สายตาชาวโลก ทางด้านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ บูกัตติ ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่ผลิตขึ้นด้วยมือในเมืองมอลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส ว่า
“แรงบันดาลใจจากโมเดลประวัติศาสตร์ Centodieci ผลักดันขอบเขตของจินตนาการทั้งหมดด้วยประสิทธิภาพที่น่าทึ่งและการออกแบบที่บุกเบิก การตีความที่ทันสมัยของรูปทรงลิ่มแบบคลาสสิกและด้วยเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์ของ Centodieci นำ EB110 ไปสู่สหัสวรรษใหม่อย่างสง่างาม”
“รถยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นทั้ง 10 คันมีความโดดเด่นด้วยความสง่างามที่สมบูรณ์แบบและความงดงามของประติมากรรม ทำให้ Centodieci เป็นงานศิลปะที่จับต้องได้อย่างแท้จริง”

