Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์เวอร์ชั่นพิเศษ ที่มีเพียง 10 คันเท่านั้น ผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลมเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะทำการส่งมอบให้กับลูกค้าในปี 2022
Bugatti Centodieci เปิดตัวในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2019 ซึ่งรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Bugatti Chiron แต่ตัวรถได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Bugatti EB110

Bugatti Centodieci เปิดตัวในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2019 ซึ่งรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Bugatti Chiron แต่ตัวรถได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Bugatti EB110

ทั้งตัวรถยังมีน้ำหนักเบากว่า Bugatti Chiron ถึง 20 กก. และทรงพลังกว่า 100 แรงม้า ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ Quad-turbo W16 ขนาด 8.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.4 วินาที และความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 380 กม./ชม.

ด้วยโครงสร้างตัวถังที่เป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti Centodieci สร้างความท้าทายครั้งใหม่แกทีมวิศวกร ด้วยกระจังหน้าทรงเกือกม้าขนาดเล็กจึงทำให้มีความแตกในด้านกระแสลมจาก Bugatti รุ่นอื่นๆ ที่ทดสอบ

เพื่อให้แน่ใจว่าการควบคุมเป็นไปอย่างตรงจุด แม้จะขับด้วยความเร็วสูงกว่า 350 กม./ชม. นักพัฒนาก็ลองปรับในส่วนของกันชนด้านหน้า และสปอยเลอร์หลังในรุ่นต้นแบบ และจะนำไปแก้ไขในรุ่นผลิตจริง

นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจเช็คอุณหภูมิของเครื่องยนต์ ระบบเบรก และน้ำมันเกียร์กระปุกตลอด ในการทดสอบเพิ่มเติม ลมกระทบตัวถังรถในมุมด้านข้างต่างๆ เพื่อจำลองการควบคุมรถเมื่อเข้าโค้งอย่างรวดเร็วด้วยการเปลี่ยนเกียร์

แม้ว่า Bugatti Centodieci จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 9,400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 304,000,000 บาท และมีเพียง 10 คัน แต่มันก็ขายหมดเป็นที่เรียบร้อย

และมีรายงานว่าหนึ่งในยอดสั่งจองนั้น มี Cristiano Ronaldo นักฟุตบอลระดับโลกชาวโปรตุเกสเป็นหนึ่งในผู้โชคที่ได้เป็นเจ้าของรถรุ่นดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามด้วยกำหนดการส่งมอบในปีหน้าจึงทำให้การปรับจูน Bugatti Centodieci ยังคงดำเนินต่อไป
Rimac Nevera ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าคันแรกของโลก 0-100 ใน 1.97 วินาที

โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 11 August 2564
Rimac Nevera นี้คือชื่อของรถไฟฟ้าที่แรงและเร็วที่สุดในโลกที่ขายจริง สัญชาติโครเอเชีย พละกำลังสูงสุด 1,914 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 2,360 นิวตันเมตร 0-100 ใน 1.97 วินาที ตัวเลขจริง!!!!
Rimac Nevera
การเดินทาง ตั้งแต่ในปี 2018 Rimac ผู้ผลิตรถไฟฟ้าในประเทศโครเอเชีย เคยเผยโฉม รถคอนเซ็ปต์ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าชื่อ C_Two ออกมาให้ได้เห็น ภายในงาน Geneva Motor Show 2018 หลังจากนั้นได้พัฒนาทดสอบตัวรถมาอย่างต่อเนื่อง จนปี 2021 ถึงเวลาเวอร์ชั่นผลิตจริง ภายใต้ชื่อ ใหม่อย่างเป็นทางการว่า Rimac Nevera



Rimac Nevera ได้รับการปรับปรุงหลายส่วนจากตอนเป็นรถคอนเซ็ปต์ และในเวอร์ชั่นขายจริงนั้น ส่วนหลักของตัวรถกับแอร์โรไดนามิกที่ทางผู้ผลิตระบุว่ามีประสิทธิภาพดีขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการออกช่องด้านหน้าใหม่เพื่อให้ด้านหน้าของตัวรถต้านลมน้อยลง และด้วยการออกแบบที่ดีขึ้นนี้ทำให้การไหลของอากาศดียิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงหลัก ของฝากระโปรงหน้าใหม่ รวมไปถึงมีการออกแบบทั้ง Diffuser, Splitter,บานพับใต้ท้องรถ สามารถปรับด้วยไฟฟ้า




ทำให้ Nevera จัดการกับแอโรไดนามิกจาก High-Downforce หรือแรงกดสูงเป็น Low-Drag แรงฉุดต่ำเพื่อให้มีแอโรไดนามิกที่เหมาะกับลักษะการขับได้ ทำให้ผู้ขับขี่ สามารถเลือกได้จะขับในโหมด ‘low drag’ ลดแรงต้านค่าสัมประสิทธิ์อากาศเหลือเพียง 0.3 หรือจะโหมด ‘high downforce’ เน้นเพิ่มแรงกดเข้ามาอีก 326% และยังจัดการอากาศให้สามารถระบายความร้อนในส่วนต่างๆได้เพิ่มขึ้น 30%



หัวใจหลักของ Rimac Nevera ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกทำงานอิสระทั้ง 4 ล้อ ซึ่งให้กำลังรวมกัน 1,914 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 2,360 นิวตัน-เมตร ด้วยพลังทั้งหมดนี้ทำให้
มีอัตราเร่ง
- 0-100 กม./ชม. ภายใน 1.97 วินาที
- 0-300 กม./ชม ภายใน 9.3 วินาที
- ทำความเร็วสูงสุดถึง 412 กม./ชม.

ในส่วนของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน Manganese Nickel ขนาด 120 kWh ที่ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรง H-shape และได้รับการปกป้องจากการชนระดับสูงสุด และสามารถทำระยะทางในการวิ่งได้ไกลสุด 547 กิโลเมตร ต่อการชาร์จตามมาตรฐาน WLTP และยังมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวทำให้สามารถวิ่งในความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง ตัวรถรองรับกำลังไฟที่ 22 กิโลวัตต์ 3 เฟส สามารถชาร์จเร็ว DC Combo 0-80% จะใช้เวลาเพียง 22 นาที

และด้วยการออกแบบที่ดีนั้น โดยโครงสร้างตัวถังกว่า 37% ทำมากจาคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ได้ในเรื่องความเบา และที่สำคัญกับการจัดการแบตเตอรี่ ให้อยู่ในต่ำแหน่งกลางของพื้นที่รถ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำและสามารถกระจายน้ำหนักได้อย่างดีโดย น้ำหนักด้านหน้า 48% ด้านหลัง 52% ทำให้ Rimac Nevera มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2,150 กิโลกรัม

Rimac Nevera จะผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 150 คัน ทั่วโลก โดยตั้งราคาไว้ที่ 2 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 75 ล้านบาท ยังไม่คิดภาษีนำเข้า








![[ครบชุด] T0510022 กๆเห นแม เป นแค เคร องม อเล ยงล แบบน เร ยกอต ญญ ไหม](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-167.png)
