แฟนพันธุ์แท้! “โรนัลโด” ควัก 360 ล้านบาทซื้อซูเปอร์คาร์ Bugatti Centodieci (ภาพ)
15 ต.ค. 64 (08:37 น.) พิมพ์
แชร์เรื่องนี้
Bugatti (บูกัตติ) บริษัทรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสได้ผลิตซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 110 ปีก่อตั้งองค์กร ใช้ชื่อรุ่นว่า Centodieci (เซนโทดิเอซี) ซึ่งในภาษาอิตาลีมีความหมายว่า “Hundred Ten” หรือ 110 ซึ่งซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง EB110 ที่ผลิตขึ้นมา 139 คันเมื่อปี 1991
เนื่องด้วยเป็นรุ่นพิเศษ ทำให้มันถูกผลิตขึ้นมาเพียง 10 คันบนโลกเท่านั้น ณ โรงงานในเมืองมอลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส โดยขั้นตอนการผลิตบางส่วนทำด้วยมือจากผู้เชี่ยวชาญอย่างประณีต ซึ่งราคาอยู่ที่คันละ 9.5 ล้านยูโร (หรือประมาณ 366 ล้านบาท) และเป็นที่แน่นอนว่ามีผู้สั่งซื้อซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ครบ 10 คันแล้ว
BILD สื่อจากประเทศเยอรมนีได้รายงานว่า คริสเตียโน โรนัลโด แข้งซูเปอร์สตาร์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็น 1 ใน 10 ผู้ซื้อรถรุ่นนี้เช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมา โรนัลโด แทบจะไม่พลาดซื้อซูเปอร์คาร์ของ บูกัตติ ที่ออกมาทุกรุ่น ตัวอย่างเช่นรุ่น Chiron และ Veyron
นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ferrari F430, Rolls-Royce Phantom, Lamborghini Aventador, Maserati GranCabrio, Bentley Continental GTC และ McLaren Senna แถมเจ้าตัวยังเคยซื้อ Mercedes G Wagon เป็นของขวัญวันเกิดให้กับภรรยาอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ดี Bugatti Centodieci จะถูกส่งถึงมือเจ้าของภายในปี 2022 ซึ่งต้องอดใจรออีกสักนิดให้เจ้าม้าเหล็กคันนี้ออกมาโลดแล่นบนท้องถนนสู่สายตาชาวโลก ทางด้านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ บูกัตติ ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่ผลิตขึ้นด้วยมือในเมืองมอลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส ว่า
“แรงบันดาลใจจากโมเดลประวัติศาสตร์ Centodieci ผลักดันขอบเขตของจินตนาการทั้งหมดด้วยประสิทธิภาพที่น่าทึ่งและการออกแบบที่บุกเบิก การตีความที่ทันสมัยของรูปทรงลิ่มแบบคลาสสิกและด้วยเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์ของ Centodieci นำ EB110 ไปสู่สหัสวรรษใหม่อย่างสง่างาม”
“รถยนต์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นทั้ง 10 คันมีความโดดเด่นด้วยความสง่างามที่สมบูรณ์แบบและความงดงามของประติมากรรม ทำให้ Centodieci เป็นงานศิลปะที่จับต้องได้อย่างแท้จริง”
BUGATTI CENTODIECI ซูเพอร์คาร์สุดหรู สุดแรง สุดเร็ว และค่าตัวสุดโหด
13 Mar 2020

เซนโตดีเอซี ซูเพอร์คาร์รุ่นพิเศษฉลองอายุครบ 110 ปี บูกัตตี
ปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนแห่งการชุมนุมรถสปอร์ทระดับ “ซูเพอร์คาร์” ด้วยผลงานใหม่ของค่าย บูกัตตี ออโทโมบิลส์ เอสเอเอส (BUGATTI AUTOMOBILES SAS) ผู้ผลิตรถยนต์หลายชีวิต ซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 1919 และเปลี่ยนมือเจ้าของมาแล้วหลายครั้ง เจ้าของกิจการปัจจุบัน คือ กลุ่มบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ โฟล์คสวาเกน กรุพ (VOLKSWAGEN GROUP) ของเยอรมนี ซึ่งซื้อกิจการจากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นคนอิตาลีเมื่อปี 1998 ขณะนี้ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทสุดหรูซึ่งมีที่ทำการและโรงงานอยู่ในฝรั่งเศส ผลิตรถเพียง 2 แบบ คือ บูกัตตี ชีรน (BUGATTI CHIRON) ซึ่งเริ่มเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถรุ่นเดิม คือ บูกัตตี เวย์รน (BUGATTI VEYRON) เมื่อปี 2016 กับ บูกัตตี ชีรน สปอร์ท (BUGATTI CHIRON SPORT) ซึ่งพัฒนาต่อกิ่งต่อยอดมาอีกทอดหนึ่งจากรถแบบแรกและเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2018 กับมีรถอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ONE OFF ซึ่งเป็นรถที่ผลิตในจำนวนจำกัดอีก 3 แบบ คือ บูกัตตี ดีโว (BUGATTI DIVO) บูกัตตี ลา วัวตือเรอ นัวร์ (BUGATTI LA VOITURE NOIRE) และบูกัตตี เซนโตดีเอซี (BUGATTI CENTODIECI) โมเดลสุดท้าย คือ บูกัตตี เซนโตดีเอซี (BUGATTI CENTODIECI) ซึ่งเป็นรถแบบใหม่ล่าสุดนี้ เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2019 ผลิตเป็นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่ค่ายนี้มีอายุครบ 110 ปี ในปี 2019 (ชื่อ CENTODIECI เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า 110) รวมทั้งเพื่อรำลึกถึงรถสปอร์ท บูกัตตี อีบี 110 (BUGATTI EB110) ซึ่งเริ่มผลิตเมื่อปี 1991 และผลิตเพียง 118 คัน ในยุคที่เจ้าของกิจการ คือ โรมาโน อาร์ติโอลี (ROMANO ARTIOLI) นักธุรกิจชาวอิตาลี ก่อนขายกิจการให้แก่ค่าย โฟล์คสวาเกน เมื่อปี 1998 เป็นรถที่จะผลิตในจำนวนจำกัดมากๆ คือ เพียง 10 คัน ไม่มีขาดไม่มีเกิน ตั้งราคายังไม่รวมภาษีไว้สูงลิบลับที่ระดับ 8 ล้านยูโร หรือเท่ากับประมาณ 280 ล้านบาทไทย (เมื่อคิดว่าเงินของคนหัวแดง 1 ยูโร แลกได้ด้วยเงินของคนหัวดำ 35 บาทถ้วน) และบอกว่ามีผู้ซื้อหมดแล้วทุกคันตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดตัวด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับรถสไตล์เดียวกันนี้อีก 2 แบบที่กล่าวข้างต้น รถรุ่นพิเศษรุ่นนี้ไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่นำรถซึ่งมีอยู่แล้วในสายการผลิต คือ บูกัตตี ชีรน (BUGATTI CHIRON) มาพัฒนาต่อกิ่งต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม ปรากฏตัวที่งานมหกรรมยาน-ยนต์การกุศล PEBBLE BEACH CONCOURS D’ELEGANCE ซึ่งมีขึ้นที่สนามกอล์ฟเลื่องชื่อในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2019 ตัวถังซึ่งขนาดไม่ได้แตกต่างจากรถซึ่งเป็นที่มาอย่างมีสาระสำคัญ มีรายละเอียดของตัวถังภายนอกหลายจุดซึ่งออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถ บูกัตตี อีบี 110 (BUGATTI EB110) ที่กล่าวข้างต้น ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้า บานกระจกที่โอบล้อมเสาค้ำหลังคาคู่หน้าจนมองไม่เห็น และช่องดักลมด้านข้างช่องเล็กๆ จำนวน 5 ช่องในแต่ละด้านของตัวถัง อุปกรณ์ทางอากาศพลศาสตร์ก็ปรับเปลี่ยนหลายจุด รวมทั้งปีกท้ายขนาดใหญ่โตมโหฬารที่ค่ายนี้บอกว่าช่วยเพิ่มแรงกดท้ายรถได้ 90 กก. เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซินฉีดตรง DOHC ดับเบิลยู 16 สูบ 7,993 ซีซี ติดเทอร์โบ 4 ชุด ให้กำลังสูงสุด 1,176 กิโลวัตต์/1,600 แรงม้า และส่งกำลังสู่ล้อผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.4 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใช้เวลา 6.1 วินาที และอัตราเร่ง 0-300 กม./ชม. ทำได้ใน 13.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 380 กม./ชม. เห็นตัวเลขแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจึงจำกัดไว้แค่นี้ ? เพราะรถซึ่งเป็นที่มา คือ บูกัตตี ชีรน (BUGATTI CHIRON) ยังจำกัดไว้สูงกว่า คือ สูงถึง 420 กม./ชม.
BUGATTI CENTODIECI
- รถสปอร์ทซูเพอร์คาร์โมเดลพิเศษ ที่จำกัดจำนวนผลิตเพียง 10 คัน
- เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดตรง ดับเบิลยู 16 สูบ 7,993 ซีซี 1,176 กิโลวัตต์/1,600 แรงม้า
- ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ ขับเคลื่อนทุกล้อ
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 380 กม./ชม. (จำกัด)
- ราคายังไม่รวมภาษี 8.0 ยูโร (ประมาณ 280 ล้านบาทไทย)














