สุดยอด Hyper Car “Koenigsegg” เผยโฉมครั้งแรกในไทยรวม 2 คัน 3,000 กว่าแรงม้า
โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 20 October 2563
สุดยอด Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงกว่าทั่วไปหนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน และครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ได้เผยโฉมถึง 2 รุ่น
Koenigsegg
บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

พร้อมเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าประเทศไทย 4 คัน จองแล้ว 1 คัน เริ่มผลิตปี 2022 รับรถปี 2024

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท จัดจำหน่ายหมดแล้ว (นำมาโชว์)
Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท)
ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมาก


ยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ





เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ลากรอบได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที สามารถเค้นกำลังสูงสุดที่ 1,600 แรงม้า (ด้วยเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น


นั่นแปลว่ารถคันนี้ยังเป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถแตะความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. และมากกว่านั้น แต่ ข้อจำกัดสำคัญ คือ ยาง, สถานที่
Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT
รถ ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย


หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น


ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.



Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู





บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car
บซื้อ-ขายรถเบนซ์มือสอง ทั่วประเทศ ราคาดี คุณภาพคุ้มค่า
By
–
29/05/2025

การเลือกซื้อรถเบนซ์มือสองไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมอบประสบการณ์ความหรูหราและการขับขี่ที่มีคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mercedes-Benz ได้โดยไม่ต้องจ่ายแพง หากคุณกำลังมองหารถเบนซ์มือสองที่มีสภาพดี Benz BKK CERTIFIED คือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz มือสองที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน รถทุกคันได้รับการตรวจสภาพอย่างละเอียดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ มาพร้อมราคาสุดคุ้มค่า และการรับประกันคุณภาพทุกคัน เพื่อให้คุณมั่นใจอย่างสูงสุด พร้อมสัมผัสความหรูหราที่น่าภาคภูมิใจในทุกการขับขี่
“Mercedes-Benz” ยี่ห้อรถยนต์ยอดนิยมในตลาดรถมือสอง
Mercedes-Benz เป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมในตลาดรถมือสอง ด้วยคุณภาพของตัวรถที่ดีเยี่ยมแม้ว่าจะเป็นรถมือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้วก็ตาม รวมไปถึงความหรูหราภูมิฐานที่ทุกคนให้การยอมรับ จุดเด่นของรถยนต์ Mercedes-Benz มีมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ดีไซน์ที่หรูหราและสวยงาม ภายในที่กว้างขวางและสะดวกสบาย เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึงระบบความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง
ทั้งหมดนี้มาจากการออกแบบที่พิถีพิถัน และมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานเยอรมัน สามารถให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ได้ในทุกการเดินทาง ไม่เพียงเท่านั้น รถเบนซ์มือสองยังมีมูลค่าและมีราคาขายต่อที่ดี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวอีกด้วย
แนะนำรุ่นรถเบนซ์มือสองน่าใช้ ไม่จุกจิก

ปัจจุบันมีรถเบนซ์มือสองหลายรุ่นที่ราคาไม่แพงและยังดูไม่เก่ามาก ทำให้สามารถใช้งานในปัจจุบันได้อย่างไร้ปัญหา และยังคงให้ภาพลักษณ์ที่ดีแก่ผู้ขับขี่ โดยรถเบนซ์มือสองที่น่าใช้และไม่จุกจิกมีดังนี้
- Mercedes-Benz C220d มือสอง ปี 2014-2022 รหัส W205 รุ่นนี้เป็นรถเก๋งซีดาน 4 ประตูรุ่นยอดนิยม เครื่องยนต์ดีเซล จุดเด่นคือความประหยัดและสมรรถนะการขับขี่ที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นที่ไม่เก่ามาก และมีเทคโนโลยีทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ถือเป็นรถเบนซ์มือสองราคาถูกที่คุ้มค่าและใช้งานได้อีกหลายปี ราคาเริ่มต้นราว 1.2-1.3 ล้านบาท
- Mercedes-Benz C200 มือสอง ปี 2008-2014 รหัส W204 รุ่นนี้เป็นรถเก๋งซีดาน 4 ประตูสำหรับคนที่ต้องการ C-Class มือสองในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ถือเป็นรถที่มีดีไซน์สวยงามและมีเอกลักษณ์ เทคโนโลยีต่าง ๆ ยังไม่เก่ามาก สามารถใช้งานในปัจจุบันได้อย่างไม่มีปัญหา ภายในกว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีการขับขี่ที่ดี ราคาเริ่มต้นราว 3-4 แสนบาท
- Mercedes-Benz A200 มือสอง ปี 2019 จนถึงรุ่นปัจจุบัน รหัส W117 รุ่นนี้เป็นรถเก๋งซีดาน 4 ประตูสไตล์สปอร์ต รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ขับสนุกและคล่องตัว พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีทันสมัยที่ครบครัน ถือเป็นรถที่ยังไม่ตกรุ่นเพราะยังมีมือหนึ่งขายอยู่ในปัจจุบัน เหมาะกับคนที่ต้องการขับเบนซ์สปอร์ตมือสองในราคาย่อมเยา ราคาเริ่มต้นราว 1.1-1.3 ล้านบาท
- Mercedes-Benz GLA200 มือสอง ปี 2014-2020 รหัส W156 รุ่นนี้เป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีขนาดกะทัดรัด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน จุดเด่นคือรูปลักษณ์ดีไซน์สไตล์สปอร์ตโดนใจคนรุ่นใหม่ พร้อมด้วยความอเนกประสงค์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ให้การขับขี่ที่สนุกและคล่องตัว ถือเป็นเบนซ์มือสองอีกหนึ่งรุ่นที่เข้าถึงง่าย ราคาเริ่มต้นราว 6 แสนบาท
- Mercedes-Benz E200 Coupe มือสอง ปี 2010-2016 รหัส W212 รุ่นนี้เป็นรถคูเป้ 2 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายในหรูหราพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ขับขี่สนุกเร้าใจ ถือเป็น Benz Coupe มือสองที่น่าสนใจมากอีกหนึ่งรุ่น ราคาเริ่มต้นราว 1.2 ล้านบาท
ชวนอ่าน! ข้อดีและข้อเสียของรถเบนซ์มือสอง
รถเบนซ์มือสองถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หากเลือกรถได้คันที่มีสภาพดีก็สามารถใช้งานได้ยาวนานไม่ต่างจากการซื้อรถเบนซ์มือหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อรถเบนซ์มือสองมาใช้ผู้ซื้อควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียให้ละเอียดถี่ถ้วน แล้วพิจารณาดูว่าเหมาะกับตนเองหรือไม่ มาดูข้อดีและข้อเสียของรถเบนซ์มือสองกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
ข้อดีของรถเบนซ์มือสอง
- ราคาถูกกว่ารถใหม่ : รถเบนซ์มือสองมีราคาถูกกว่ารถเบนซ์มือหนึ่งมาก ทำให้เป็นเจ้าของได้ง่ายกว่า และหากเลือกรุ่นที่ปีไม่เก่ามากก็แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นรถเบนซ์มือสอง นอกจากนี้ การกู้ไฟแนนซ์ยังผ่านได้ง่ายกว่าเพราะรถมีราคาต่ำกว่า และสามารถซื้อเงินสดได้ทันทีถ้ารถมีราคาไม่สูงมาก
- มีให้เลือกหลายรุ่น : รถเบนซ์มือสองมีให้เลือกซื้อแทบจะทุกคลาส หลายโฉม หลายปี ยิ่งปีเก่าราคาจะยิ่งถูก สามารถเลือกได้ตามความต้องการหรือความชอบส่วนตัว นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังสามารถซื้อรถเบนซ์มือสองรุ่นเก่าหรือรุ่นดังในอดีตที่เคยชื่นชอบแต่ปัจจุบันไม่ผลิตแล้ว ก็ถือเป็นการเติมเต็มความฝันให้เป็นจริงได้
- ค่าเสื่อมสภาพตัวรถน้อยกว่าเบนซ์ป้ายแดง : รถเบนซ์มือสองมีค่าเสื่อมสภาพตัวรถน้อยกว่ารถเบนซ์ป้ายแดงเพราะถือเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ค่าเสื่อมสภาพตัวรถจึงลดลงช้ากว่า หากขายต่อก็จะได้ราคาที่ลดลงจากตอนที่ซื้อมาไม่มากนัก เมื่อเทียบกับรถเบนซ์มือหนึ่งแล้วจะเห็นได้ชัดว่าราคาขายต่อลดลงน้อยกว่า
- ได้รับรถทันที : เมื่อเซ็นสัญญาซื้อรถเบนซ์มือสอง คุณจะได้ขับรถคันนั้นกลับบ้านทันที ไม่ต้องเสียเวลาจองรถล่วงหน้าแล้วรอรถมาส่งที่ศูนย์ฯ เหมือนกับตอนซื้อรถเบนซ์มือหนึ่ง
- ได้รถที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ : รถเบนซ์มือสองยังคงเต็มไปด้วยคุณภาพและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานแบรนด์ Mercedes-Benz ขณะเดียวกัน รถเบนซ์มือสองรุ่นที่ยังไม่เก่ามากก็ยังคงมีเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ยังไม่ตกยุค สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
- มีการบำรุงรักษาที่ง่าย : การบำรุงรักษารถเบนซ์มือสองในปัจจุบันมีความสะดวกมากขึ้น เนื่องจากสามารถหาอะไหล่เบนซ์มือสองได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีอู่ที่เชี่ยวชาญการซ่อมรถ Mercedes-Benz มากขึ้น ทำให้การซ่อมหรือการบำรุงรักษาไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยก่อน นอกจากนี้ หากดูแลเครื่องยนต์รถเบนซ์มือสองดี ๆ ก็จะช่วยให้ใช้งานรถคันนั้นไปได้อีกนาน
ข้อเสียของรถเบนซ์มือสอง
- มีปัญหาเรื่องสภาพตัวรถ : รถเบนซ์มือสองคือรถที่ผ่านการใช้มาแล้ว ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ต่าง ๆ ย่อมมีการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ผู้ซื้อจึงหนีไม่พ้นการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ ถือเป็นค่าใช้จ่ายอีกหนึ่งก้อนใหญ่ที่ผู้ใช้รถเบนซ์มือสองต้องเจอ
- ความน่าเชื่อถือของประวัติตัวรถ : ผู้ที่ซื้อรถเบนซ์มือสองไม่อาจรู้ได้อย่างชัดเจน 100% ว่ารถคันนั้น ๆ มีประวัติเป็นอย่างไร เช่น มีการชนมาหรือไม่ มีการดัดแปลงส่วนไหนมาบ้าง หรือมีการโกงเลขไมล์หรือไม่ เป็นต้น ดังนั้นการซื้อรถเบนซ์มือสองจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ซื้อต้องแบกรับ และอาจต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์มาช่วยตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนซื้อ
- มีค่าบำรุงรักษาสูงกว่ารถใหม่ : รถเบนซ์มือสองมีค่าบำรุงรักษาสูงกว่ารถเบนซ์ป้ายแดงเนื่องจากเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ดังนั้นอาจต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่ที่เสื่อมสภาพ เปลี่ยนถ่ายของเหลว รวมถึงการซ่อมบำรุงตามระยะทางและอายุของรถ นอกจากนี้ ก็อาจเจอปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่ที่ผู้ซื้อไม่รู้มาก่อน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมมากขึ้น
- ไม่มีการรับประกันอะไหล่ : รถเบนซ์มือสองจะไม่มีการรับประกันอะไหล่หรือการรับประกันงานซ่อมเหมือนกับรถเบนซ์มือหนึ่ง ถ้าหากว่ามีประกันก็อาจจะไม่ครอบคลุม หรือมีระยะเวลารับประกันสั้นกว่า
- เทคโนโลยีเป็นรุ่นเก่า : เนื่องจากรถเบนซ์มือสองเป็นรถที่ผลิตออกมานานแล้ว หรือเป็นรถรุ่นเก่าที่ไม่ผลิตแล้วในปัจจุบัน เทคโนโลยีหรือฟังก์ชันต่าง ๆ จึงเป็นรุ่นเก่า ซึ่งบางครั้งอาจรู้สึกไม่สะดวกสบายเท่ากับรถใหม่ หรืออาจจะส่งผลถึงสมรรถนะการขับขี่ที่อาจสู้รถเบนซ์รุ่นใหม่ ๆ ไม่ได้
- เบี้ยประกันภัยแพง : รถเบนซ์มือสองยังคงมีราคาเบี้ยประกันภัยใกล้เคียงกับรถเบนซ์มือหนึ่ง เนื่องจากบริษัทประกันยังมองว่าเป็นแบรนด์รถหรูที่อะไหล่และค่าบริการต่าง ๆ ที่ราคาสูง ถือเป็นค่าใช้จ่ายอีกหนึ่งส่วนที่ผู้ซื้อต้องรับมือ
ซื้อรถเบนซ์มือสองจากเจ้าของขายเองต่างกับซื้อจากศูนย์อย่างไร?

การซื้อเบนซ์มือสองจากเจ้าของรถที่ประกาศขายเองมีข้อได้เปรียบในด้านราคาที่อาจจะถูกกว่ารถเบนซ์มือสองจากศูนย์ ซึ่งผู้ซื้อสามารถต่อรองราคากับผู้ขายได้โดยตรงจนกว่าจะพอใจกันทั้งสองฝ่าย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงอีกหลาย ๆ อย่าง เช่น ประวัติของรถ สภาพตัวรถ รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้ขายอาจไม่ได้บอกตรง ๆ ถือว่าค่อนข้างมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกหลอก และอาจจะมีความยุ่งยากในการซื้อเงินผ่อนเพราะผู้ซื้อต้องหาไฟแนนซ์เอง
การซื้อเบนซ์มือสองจากศูนย์มีข้อดีตรงที่รถจะมีการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด ทำให้มั่นใจได้ว่ารถที่ขายมีความสมบูรณ์พร้อมใช้งาน 100% รวมถึงมีประวัติรถยนต์แจ้งให้ผู้ซื้อทราบอย่างชัดเจน จึงช่วยลดความเสี่ยงไปได้ระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ การซื้อรถเบนซ์มือสองจากศูนย์ยังมีโปรโมชันและข้อเสนอทางการเงินที่น่าสนใจ รวมถึงได้รับบริการหลังการขายที่ใกล้เคียงกับการซื้อรถเบนซ์มือหนึ่ง เช่น การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นต้น ถือเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้มากขึ้น
ซื้อรถเบนซ์มือสองราคาดี สภาพสวย ที่ Benz BKK CERTIFIED
การซื้อรถเบนซ์มือสองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครองรถยนต์หรูในราคาที่ประหยัดกว่า หากคุณกำลังมองหาเบนซ์มือสองคุณภาพดี Benz BKK CERTIFIED เป็นศูนย์รวมรถยนต์ Mercedes-Benz มือสองราคาดี สภาพสวยพร้อมใช้งาน มีให้เลือกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกความต้องการ โดยรถทุกคันมีประวัติชัดเจนและผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดจากช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันคุณภาพ และการบริการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง Star Assist มั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดหรูหราและสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกท่าน

