Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดเท่าที่ Koenigsegg เคยผลิตมา โดยคาดการณ์ว่ามันสามารถทำท๊อปสปีดได้ถึง 500+ กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเหนือกว่า Chiron Super Sport ที่ทำได้ 490.48 กิโลเมตร/ชั่วโมง นั่นอาจทำให้ Jesko Absolut ขึ้นแท่นรถยนต์คันแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทำความเร็วทะลุ 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง อีกด้วย
Koenigsegg Jesko Absolut เป็นไฮเปอร์คาร์ 2 ที่นั่ง ที่มาพร้อมหลังคาแข็งที่สามารถถอดเก็บในฝากระโปรงหน้าได้ น้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,290 กิโลกรัม (เบากว่า Jesko 30 กก.) แซสซีส์เป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque ห่อหุ้มด้วยเปลือกตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ผสมเคฟล่า ช่วงล่างถูกเซทใหม่ให้นุ่มขึ้น ด้านแอร์โรไดมามิกถูกพัฒนาใหม่รอบคัน เพื่อเน้นทำความเร็วโดยเฉพาะ ผ่านการทดสอบ CFD Simulations กว่า 5,000 ชั่วโมง ทำให้ได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ ที่ 0.278 Cd. แรงกดสูงสุดของ Jesko Absolute นั้นลดลงจาก Jesko ที่ทำได้ 1,400 กิโลกรัม เหลือเพียงแค่ 150 กิโลกรัม ผลจากการตัดปีกท้ายขนาดใหญ่แบบ Jesko ออกไป และแทนที่ด้วยครีบท้ายแบบแยก 2 ชิ้น ใช้รักษาสเถียรภาพในความเร็วสูง พร้อมยืดความยาวกันชนท้ายเพิ่มอีก 85 มม. ชุดล้อให้มาในขนาด 20 นิ้ว และด้านหลัง 21 นิ้ว โดยที่ล้อคู่หลังถูกออกแบบพิเศษให้ลดแรงต้านอากาศ ส่วนของยางให้ Michelin Pilot Sport Cup2 มาจากโรงงาน และมียาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R เป็นออฟชั่นให้เลือกด้วย
ภายในห้องโดยสารของ Koenigsegg Jesko Absolut ถูกตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงอย่าง Alcantara, หนังแท้, อลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งแบบเบาพิเศษ พวงมาลัยทรงท้ายตัด Multi-Function มีปุ่มแบบสัมผัส พร้อมจอมาตรวัดความเร็ว ขนาด 5 นิ้ว ยึดติดกับพวงมาลัย เหนือพวงมาลัยขึ้นไปยังติดตั้งเกจ์วัดแรง G ทรงกลม แบบ Analog มาให้ด้วย ถัดมาส่วนกลางให้จอ Infotainment ทัชสกรีนขนาดใหญ่ ปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ทุกอย่างผ่านหน้าจอนี้ไม่ว่าจะเป็น ด้านความบันเทิง เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบปรับอากาศ ข้อมูลตัวรถ ตำแหน่งเบาะนั่ง แถมยังไม่ลืมช่องวางแก้ว 2 ช่อง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มากทีเดียว
Koenigsegg Jesko Absolut มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลัง ขนาด 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 4 วาล์วต่อสูบ Flat-plane crankshaft, DOHC ใช้ระบบน้ำมันหล่อลื่นแบบ Dry sump กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 92 x 95.25 มิลลิเมตร กำลังอัด 8.6 : 1 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด Sequential, multipoint fuel injection พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับแรงดันแยกแต่ละลูกสูบ รีดกำลังได้สูงสุด 1,600 แรงม้า BHP (เมื่อใช้น้ำมัน E85) แรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตร ที่ 1,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 9 สปีด คลัทซ์คู่ Light Speed Tranmission (LST) ที่ทำงานได้รวดเร็ว แถมน้ำหนักรวมของเหลวแล้ว ยังเบาเพียง 90 กิโลกรัม เท่านั้น
สุดท้ายนี้ลูกค้าจะเลือก Jesko ที่เน้นการขับเข้าโค้งสุดมัน พร้อมแรงกดมหาศาล หรือจะเป็น Jesko Absolut สายทำท๊อปสปีดทางตรงโดยเฉพาะ ก็แล้วแต่ชอบเลย สำหรับราคา Jesko Absolut ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปครับ
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Koenigsegg








สำรวจตลาดรถหรู เบนซ์มือสอง รุ่นไหนดี?
ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 2 ส.ค 2564
แชร์ 6
พบกับรถ Benz มือสองน่าซื้อ กว่า 1 พันประกาศที่ Chobrod เลือกซื้อได้ทุกช่วงราคาตามงบประมาณของคุณ หากไม่รู้ว่าจะซื้อเบนซ์มือสอง รุ่นไหนดี? เรารวบรวมมาไว้ให้แล้ว
หากพูดถึงรถหรูทรงสมรรถนะ คุณภาพดีและที่สำคัญขึ้นชื่อเรื่องราคาที่แพง หลายคนคงนึกถึงรถจากค่ายดัง Mercedes Benz ซึ่งด้วยราคาที่เจาะกลุ่มผู้ใช้เฉพาะ ทำให้หลายคนที่อยากจะครอบครองรถสัญชาติเยอรมันนี้อาจมองว่าดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว หากจะต้องซื้อ Benz ใหม่ป้ายแดง เพราะราคาเริ่มต้นในปัจจุบันของ Benz ขั้นต่ำก็สูงถึงหลักล้านแล้ว แล้วเราจะซื้อเบนซ์มือสองรุ่นไหนดี
ซื้อรถเบนซ์มือสอง รุ่นไหนดี?
รถ Benz มือสองจึงได้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหารถหรูราคาประหยัดไว้ใช้งาน ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ Chobrod ซึ่งมีตัวเลือกที่หลากหลายมากกว่า 1 พันประกาศ โดยเลือกซื้อได้ตามช่วงราคาที่ต้องการ ได้รถสภาพดีในราคาถูกกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับรถป้ายแดง โดยมีรถ Benz มือสอง 2020 รุ่นน่าซื้อที่ขอแนะนำดังนี้
Mercedes-Benz E200 มือสอง
หากจะถามว่าเบนซ์มือสองรุ่นไหนน่าใช้ รุ่นแรกเลยเราขอแนะนำ Mercedes-Benz E200 รถทรงคลาสสิกจากตระกูล E Class ขึ้นชื่อเรื่องนั่งสบาย โดยโฉม E200 เป็นรูปแบบของรถ 4 ประตูและ 5 ประตู มีสองระบบเกียร์ 5 สปีดและ 7 สปีดแบบอัตโนมัติ กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซลหลายขนาด ที่มอบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงแบบเต็มขั้น
Mercedes-Benz E200 2014 มือสอง
รถ Mercedes-Benz E200 มือสองโดยมีราคาเริ่มต้นในตลาดมือสอง เริ่มต้นไม่เกิน 4 แสนบาทสำหรับโฉมเก่า ช่วงปี 2003 เป็นต้นมา หากเป็นรุ่นใหม่ช่วงปี 2017 ราคาก็จะสูงถึงหลักล้าน สูงสุดอยู่ที่ 3 ล้านกว่าบาท
Mercedes-Benz E300 มือสอง
อีกหนึ่งในตระกูล EClass ที่นับเป็นรุ่นล่าสุด โดดเด่นเรื่องดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีใหม่ที่ครบชุด ตอบสนองการขับขี่ระดับพรีเมียม ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินแคม 24 วาล์ว ขนาด 3.0 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด มีทั้งตัวถังซีดานและคูเป้
Mercedes-Benz E300 2018 มือสอง
โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8 แสนบาท และสูงสุดสำหรับรุ่นใหม่ ราคาอยู่ที่ 2 ล้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ในตลาดมือสองมีวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ถึงโฉมปัจจุบัน ปี 2021
Mercedes-Benz CLA250 AMG มือสอง
ถ้าเป็นรถในกลุ่ม Entry Level เราจะซื้อเบนซ์มือสองรุ่นไหนดี ลองดูตัวเลือก Mercedes-Benz CLA250 AMG ที่มาพร้อมชุดแต่งสวยและอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 211 แรงม้า เป็นรุ่นประตู 4 บาทแต่ถูกจัดอยู่ในประเภทกลุ่มรถคูเป้ ให้ความกะทัดรัด ขับคล่องง่าย ดีไซน์ทันสมัยดูหรูหราทั้งภายนอกและภายในที่แม้จะมีพื้นที่จำกัดแต่ก็ให้ความกว้างขวาง นั่งสบาย
Mercedes-Benz CLA250 AMG 2015 มือสอง
ในตลาดมือสองวางจำหน่ายตั้งแต่โฉมปี 2013 เป็นต้นมา ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านต้น ๆ และราคาสูงสุดเพดานที่ 2 ล้านบาทสำหรับโฉมปี 2018
เลือกซื้อ Mercedes-Benz CLA250 AMG
ดูเพิ่มเติม
>> Mercedes-Benz S-Class 2021 (W223) เปิดตัวในไทย 2 รุ่นย่อย เริ่ม 6,690,000 บาท
>> Mercedes-Benz GLA ปี 2021 รุ่นย่อยใหม่ 200 Progressive ราคาไฟต์ตลาด 2.19 ล้านบาท
Mercedes-Benz GLC250 มือสอง
สปอร์ต SUV ดีไซน์หรู สมรรถนะทรงพลัง รูปทรงสง่างาม โครงสร้างแข็งแรง ภายในกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารและสัมภาระได้เต็มพื้นที่ พร้อมเทคโนโลยีและระบบมาตรฐานระดับสากล ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.1 ลิตร DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว เทอร์โบคู่ พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
Mercedes-Benz GLC250 2018 มือสอง
รถ Mercedes-Benz GLC250 ราคามือสองเริ่มต้นที่ 1 ล้าน 8 แสนบาท สูงสุดในตลาดมือสองราคาประมาณ 3 ล้าน 5 แสนบาท โฉมที่มีวางจำหน่ายคือปี 2015-2021
เลือกซื้อ Mercedes-Benz GLC250
Mercedes-Benz C250 มือสอง
ยนตกรรมหรูที่ผสานความงดงามและความสปอร์ตเอาไว้ด้วยกัน รูปลักษณ์ภายนอกดูแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว ภายในตกแต่งหรูหรา มาพร้อมเทคโนโลยีชั้นนำและระบบความปลอดภัยครบชุด ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที
Mercedes-Benz C250 2018 มือสอง
ราคาในตลาดมือสองเริ่มต้นที่ 9 แสนบาท มีรุ่นให้เลือกตั้งแต่โฉมปี 2011 เป็นต้นมา ราคาสูงสุดในตลาดมือสองไม่เกิน 2 ล้าน 5 แสนบาท
เลือกซื้อ Mercedes-Benz C250 มือสองได้ที่
Mercedes-Benz C350 มือสอง
หนึ่งในตระกูล C-Class ที่ถือว่าเป็นรุ่นยอดฮิต ยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยหรู มีตัวถังให้เลือกทั้ง2,4 และ 5 ประตู ติดตั้งเครื่องยนต์แบบไฮบริด ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดและ 9 สปีด ชูจุดจายเรื่องความประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีทันสมัย ระบบความปลอดภัยเหนือชั้น
Mercedes-Benz C350 2017 มือสอง
ในตลาดมือสองวางจำหน่ายตั้งแต่โฉมปี 2014 เป็นต้นมา ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้าน 1 แสนบาท เป็นอีกหนึ่งรถที่ครองใจผู้ใช้งานทั่วโลก
เลือกซื้อ Mercedes-Benz C350 มือสองได้ที่
ยังมีรถ Benz มือสองอีกหลายรุ่นหลายคันมากกว่า 1 พันประกาศ ให้คุณได้เลือกสรรได้ตามใจชอบ ตามงบประมาณที่กำหนดเองได้ รวมไปถึงรุ่นตกแต่งพิเศษ รุ่นหายาก หรือรุ่นคลาสสิกก็สามารถเข้าไปเลือกดูเพิ่มเติมได้ที่ Chobrod ตลาดรถยนต์มือสองออนไลน์ชั้นนำของไทย แล้วคุณเองรู้หรือยังว่าจะซื้อเบนซ์มือสองรุ่นไหนดี
ดูเพิ่มเติม
>> รถมือสอง 7 ที่นั่งที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว
>> รถตู้มือสอง ฟรี-ดาวน์ ผ่อน-ถูก จากค่ายโตโยต้า
เข้าดู ตลาดรถ ได้ที่นี่

