7 อันดับซุปเปอร์คาร์มาแรง 2025 มีคันไหนน่าสนใจบ้าง
Last updated: 23 ก.พ. 2568 | 143317 จำนวนผู้เข้าชม |
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2025 ถูกพัฒนาและยกระดับขึ้นต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีมากมายที่ถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดซุปเปอร์คาร์ที่มีการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาตลอดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีคันไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น APRTECH ได้รวบรวมซุปเปอร์คาร์ที่สนใจมาฝากทุกคนแล้วครับ
7 รถซุปเปอร์คาร์ มาแรงปี 2025
1. Ferrari 296 GTB
7 รถซุปเปอร์คาร์ มาแรงปี 2025
1. Ferrari 296 GTB

ขอบคุณภาพจาก ferrari.com
296 GTB เป็นรถยนต์สปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางขับเคลื่อนล้อหลังที่ผลิตโดย Ferrari เปิดตัวครั้งแรกในปี 2022 เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V6 ของ Ferrari และเป็นรุ่นแรกในตระกูล GTB ใหม่ 296 GTB แทนที่ 488 GTB ซุปเปอร์คาร์คันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาด 2.9 ลิตร 653 แรงม้า (488 กิโลวัตต์) จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 167 แรงม้า (123 กิโลวัตต์) กำลังรวมสูงสุด 830 แรงม้า (619 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร (546 ฟุต-ปอนด์) มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังโดยตรงในขณะที่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลังผ่านเกียร์ 8 สปีด สามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวอยู่ที่ 25 กม. (15 ไมล์)
ตัวรถมีการออกแบบภายนอกที่คล้ายกับรุ่นก่อนอย่าง 488 GTB แต่มีไฟหน้าและไฟท้ายใหม่ กันชนหน้า/หลังใหม่ และช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านข้างของรถ ส่วนภายในมีการออกแบบที่เรียบง่ายและทันสมัย มาพร้อมจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 16 นิ้วอยู่ตรงกลางแดชบอร์ด และจอแสดงผลขนาดเล็กตั้งอยู่ด้านหลังพวงมาลัย เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ต กระชับ และรองรับสัดส่วนผู้ขับได้ดี ถือเป็นรถซุปเปอร์คาร์ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงคันหนึ่งเลยในปี 2025 นี้ครับ
2. Porsche 911 GT3 RS

ขอบคุณภาพจาก porsche.com
Porsche 911 GT3 RS เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 เป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดของตระกูล 911 GT3 และเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน 4.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 312 กิโลเมตร/ชั่วโมง 911 รถคันนี้ได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะโดยเฉพาะ มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต เบรกคาลิปเปอร์แบบคาร์บอนเซรามิก และปีกหลังขนาดใหญ่ การตกแต่งภายในถูกลดทอนลงเพื่อลดน้ำหนัก เบาะนั่งมาแบบสปอร์ตและพวงมาลัยแบบแบนเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
911 GT3 RS เป็นรถสปอร์ตที่ทรงพลังและดุดัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น ด้วยสเปคเหนือชั้นขั้นสุดขนาดนี้ก็ทำให้มันกลายเป็นรถซุปเปอร์คาร์ในฝันของใครหลายคน
อ่านข้อมูล porsche 911
3. Lamborghini Huracan Tecnica

ขอบคุณภาพจาก lamborghini.com
Lamborghini Huracan Tecnica เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน 2022 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร 640 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม. ตัวรถจะมีดีไซน์ที่ดุดันและสปอร์ตกว่ารุ่นก่อน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ กันชนหน้า/หลังดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งแบบสปอร์ต จอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้วสำหรับมาตรวัดความเร็ว และจอแสดงผลขนาด 8.4 ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto

4. McLaren Artura

ขอบคุณภาพจาก mclaren.com
McLaren Artura เป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นแรกจาก McLaren ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2021 รถคันนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่เรียกว่า MCLA (McLaren Carbon Lightweight Architecture) และขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบไฮบริด V6 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่ที่ให้กำลัง 680 แรงม้า McLaren Artura จึงสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาทีและทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 330 กม./ชม. นอกจากนี้มันยังเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดคันแรกที่มาพร้อมกับระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) และระบบเบรกแบบ Regenerative จึงถือซุปเปอร์คาร์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมัน และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ขับขี่ได้ตลอดเวลา
5. Maserati MC20

ขอบคุณภาพจาก maserati.com
Maserati MC20 เป็นรถซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่ง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 และวางจำหน่ายในปี 2021 MC20 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตรที่พัฒนาโดย Maserati เอง เครื่องยนต์นี้ให้กำลัง 630 แรงม้าและแรงบิด 730 นิวตันเมตร จึงสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม. และเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที ตัวรถสร้างขึ้นจากโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 1,500 กิโลกรัม อีกทั้งยังมาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบอิสระทั้งสี่ล้อและระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก
Maserati MC20 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ MC20 Coupe เป็นรุ่นพื้นฐานของรถ มีหลังคาแข็ง, MC20 Spider เป็นรุ่นเปิดประทุน มีหลังคาผ้า และ MC20 Trofeo เป็นรุ่นสมรรถนะสูง มีเครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่าและระบบกันสะเทือนที่แข็งกว่า
6. Chevrolet Corvette C8

ขอบคุณภาพจาก Chevrolet
Chevrolet Corvette C8 เป็นรุ่นที่แปดของรถยนต์สปอร์ตคูเป้จาก Chevrolet เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 ตัวรถใช้เครื่องยนต์ LT2 V8 ขนาด 6.2 ลิตรที่ผลิตได้ 495 แรงม้า เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-96.5 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กม./ชม. ซึ่งดีไซน์ภายนอกของตัวรถนั้นมีไฟหน้าสวยทรงเรียบง่าย และกลมกลืนไปกับไฟโปรเจคเตอร์ กระจกหลังของรถมีขนาดใหญ่และถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถมองเห็นเครื่องยนต์ได้อย่างชัดเจน ตัวรถมีร่องระบายอากาศ 7 ช่อง มีท่อไอเสียจำนวน 4 ชุดติดตั้งอยู่ที่ด้านริมทั้งสองฝั่ง มีไฟท้ายแบบคู่ LED ไฟเลี้ยวแบบวิ่งตามทิศทางการเลี้ยว ถือเป็นซุปเปอร์คาร์ที่มีดีไซน์สวยเรียบหรู มีสมรรถนะสูง และทรงประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง
7. Aston Martin DBS Superleggera

ขอบคุณภาพจาก Aston Martin
Aston Martin DBS Superleggera เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จที่ให้กำลัง 715 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 340 กม./ชม. โดยตัวรถนั้นมีให้เลือกทั้งรุ่นคูเป้และโรดสเตอร์ Aston Martin DBS Superleggera ได้รับการออกแบบโดย Marek Reichman หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Aston Martin ตัวรถจึงมีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดันและสง่างาม ด้านหน้ามีกระจังหน้าขนาดใหญ่และไฟหน้า LED รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ด้านหลังมีไฟท้าย LED รูปทรงเรียวยาว DBS Superleggera ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ด้านประสิทธิภาพและความหรูหรา รวมถึงได้รับรางวัล “Car of the Year” จากนิตยสาร Top Gear และ “Best Supercar” จากนิตยสาร Autocar อีกด้วยครับ
ยืดอายุแบตเตอรี่รถยนต์ และรถซุปเปอร์คาร์ ด้วยเครื่องชาร์จ CTEK จากสวีเดน

ไม่ว่าคุณจะใช้รถประเภทไหน ยี่ห้ออะไร ก็จำเป็นคอยดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาการแบตเตอรี่เสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้กับรถทุกคันทุกประเภท ฉะนั้นหากคุณเป็นเจ้าของรถสายจอดที่ไม่ได้ขับบ่อยอย่างซุปเปอร์คาร์ คุณก็ควรใช้ที่ชาร์จแบตรถยนต์คอยชาร์จไฟให้เต็มอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน
มาป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนานที่ต้นเหตุ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK MXS 5.0 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย รับประกัน 5 ปี ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟฟ้าภายในตัวรถอย่างแน่นอน

5 ประเภทรถยอดฮิต ของสะสมคนมีเงิน
MR.CARROมกราคม 17, 2022
2 minutes read
พูดถึง “คนมีเงิน” แล้ว หลายคนสร้างเนื้อสร้างตัวเองขึ้นมาได้จนร่ำรวย อายุน้อยร้อยล้าน หรือเกิดมาเป็นลูกคนรวย หลายคนรู้จักต่อยอดเพิ่ม มี Passive Income จากการเทรดคริปโต เล่นบิตคอยน์ หรือเก็บค่าเช่าบ้าน ที่ดิน หรือมีกงสี นั่งบริหารอยู่ในบริษัทฯ ของครอบครัว สบายไปทั้งชีวิต มีความรวยจนสามารถซื้อหาสิ่งต่างๆ มาเป็นรางวัลชีวิตได้มากมาย อาทิ นาฬิกา, พระเครื่อง, เครื่องเพชร, บ้าน หรือที่ดิน เป็นต้น
แต่ทุกวันนี้ ต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่า “รถยนต์” คือสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นของเล่น ของสะสม ของคนรวย มหาเศรษฐี คนดัง หรือดารา ยิ่งประเด็นเรื่องรถหรู ซุปเปอร์คาร์ มีเป็นข่าวให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

ไม่ว่าจะเป็นคนรวย หรือลูกคนรวย รถยนต์ที่มีเป็นตัวเลือกให้เอาปากกามาวงก็มีเยอะอยู่ นับตั้งแต่รถซูเปอร์คาร์ รถโบราณ รถสปอร์ต รถหรู หรือรถ SUV คันโตๆ ก็มี ซึ่งหลายแบรนด์ก็รับสกุลเงินดิจิทัล ใช้คริปโต หรือบิตคอยน์ ซื้อรถหรูได้ด้วย
หากคุณยังนึกไม่ออกว่าถ้าเป็นคนรวย เป็นมหาเศรษฐี จะซื้อรถยนต์แบบไหน มาใช้หรือสะสมบ้าง? MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

1. รถสปอร์ต, รถ Supercar และ Hypercar
แน่นอนว่ารถสปอร์ต, รถ Supercar ย่อมมี Appeal ดึงดูดสายตาผู้คนอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยรูปทรงการออกแบบของรถหลายๆ แบรนด์ ที่มีโฉบเฉี่ยว ทรงพลัง ดูรวดเร็ว เครื่องยนต์ให้พลังแรง คนรวยหลายคนจึงนำเงินไปลงทุนกับรถประเภทนี้ อนาคตมีแต่ได้กับได้ กำไรใช้ ราคาไม่ตก …

และยิ่งในรถประเภท Hypercar จะยิ่งมีความพิเศษยิ่งกว่า ซึ่งนอกจากจะให้กำลังเครื่องยนต์มหาศาล (แบบไม่ต้องแคร์ราคาน้ำมันเบนซินเพียวๆ ลิตรละ 40 บาท) ยังต้องเป็นรถที่ผลิตจำนวนจำกัด หรือสามารถทำความเร็วได้สูงมากๆ อีกด้วย

เรียกได้ว่าหากคนรวยจะมีรถ Supercar สักคัน ฐานะทางการเงินของเขาต้องมีมากกว่าราคาตัวรถแน่นอน ซึ่งในบ้านเรา ราคารถ Supercar ส่วนมากก็มักจะมีหลักสิบล้านบาทขึ้นไป จนถึงเฉียดๆ คันละร้อยล้านก็มีมาแล้ว และแบนด์ของรถ Supercar หรือ Hypercar ที่เหล่าคนรวยนิยม ก็จะมีอาทิ Ferrari, Maserati, Lamborghini, Konigsegg, McLaren, Aston Martin, Pagani หรือ Bugatti เป็นต้น

2. รถหรูระดับ Ultra Luxury
อีกหนึ่งในรถยนต์ยอดนิยมของบรรดาคนรวย หรืออภิมหาเศรษฐี ที่นิยมในหรูหรา ความโมเดิร์นคลาสสิค หรือความอัครฐานของยานยนต์ที่ใช้ ที่เรียกได้ว่านั่งด้านหลังแล้ว ดุจประธานบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ในปฐพี ก็คงต้องยกให้กับรถยนต์ประเภท Ultra-Luxury ที่บางแบรนด์บอกนั่งแล้ว นุ่มสบาย ประดุจนั่งบนพรมวิเศษเลยทีเดียว
ซึ่งคนเล่นรถประเภทนี้ แน่นอน ฐานะทางการเงินของเขาต้องมีมากกว่าราคาตัวรถเหมือนข้างบน
สำหรับในบ้านเรา รถหรูระดับ Ultra-Luxury บรรดาคนรวยนิยมกันก็มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ อาทิ Mercedes-Maybach, Bentley หรือ Rolls-Royce เป็นต้น

3. รถ SUV หรู
ตลาดเอสยูวี (SUV) หรือรถยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ นี่ก็เรียกว่าเป็นรถยนต์ที่บรรดาคนรวยยอดนิยมเช่นกัน โดยในหลายๆ แบรนด์ ต่างเอาอกเอาใจลูกค้าอภิมหารวยกลุ่มนี้ ต่างต้องผลิตรถประเภท Super Luxury ในรูปแบบ SUV ออกมาเสิร์ฟคนรวยสายลุยกันเป็นแถวๆ
ด้วยคุณสมบัติของรถ SUV รุ่นใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนเมื่อยุค 80 หรือ 90 แล้ว ปัจจุบันเน้นขับง่าย หรูหรา เทคโนโลยีล้ำยุค กับขุมพลังที่มีความแรงมหาศาล บวกกับความเหนือชั้นในแง่ของประโยชน์ใช้สอย ของพื้นที่บรรทุกสัมภาระ และหลายค่ายที่ออกแบบตัวรถให้ดูผสมผสานกับรถแนว Supercar แล้ว หลายคนจึงปฏิเสธในการเป็นเจ้าของไม่ลง
สำหรับรถ SUV แบบ Super Luxury ก็มีให้เลือกด้วยกันหลายค่าย ได้แก่ Porsche, Aston Martin, Mercedes-Maybach, Maserati, Range Rover, Bentley, Lamborghini หรือ Rolls-Royce เป็นต้น

4. รถโบราณ รถคลาสสิค
สำหรับ “รถโบราณ” นี่ก็จัดเป็นรถยอดนิยมของคนรวย หรืออภิมหาเศรษฐี และบรรดานักการเมือง ที่ชอบความคลาสสิค ความงดงามของยานยนต์ในอดีต
ซึ่งประเภทรถโบราณ และรถคลาสสิคใหม่ ตามแนวทางของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA – The Fédération Internationale des Véhicules Anciens) ได้ยึดเป็นมาตรฐาน และแบ่งออกได้เป็น 7 ประเภทหลักๆ ได้แก่
- รถรุ่นบรรพบุรุษ (Ancestor) ก่อนปี 1904
- รถรุ่นผ่านศึก (Veteran) ปี 1904-1918
- รถโบราณ (Vintage) ปี 1919-1930
- รถก่อนสงคราม (Pre War) ปี 1931-1945
- รถหลังสงคราม (Post War) ปี 1946-1960
- รถคลาสสิค (Classic) ปี 1961-1970
- รถคลาสสิคร่วมสมัย (Modern Classic) ปี 1971 – ปัจจุบัน -30 ปี
แต่เอาเท่าที่เห็น บรรดาคนรวยรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะนิยมรถประเภท รถคลาสสิค และรถคลาสสิคร่วมสมัยกันเยอะ เนื่องจากทันเห็นทันคุ้นเคยกับรถเหล่านี้ตั้งแต่สมัยวัยเด็ก (แน่นอนล่ะ ผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่ มีรถสมัยก่อนก็ต้องถือว่ามีฐานะ) หรือได้เห็นอิทธิพลมาจากหนังต่างประเทศ ที่นิยมรถอเมริกัน หรือรถยุโรปในยุค 70-80 มาก หลายคนจึงชื่นชอบรถประเภทนี้

5. รถยนต์ไฟฟ้า
แน่นอนล่ะว่าเทรนด์ของโลกเราตอนนี้ “รถยนต์ไฟฟ้า” เรียกได้ว่ามาแรงที่สุดแล้ว และเป็นเทรนด์รักษ์โลก ขับรถไม่ต้องง้อน้ำมัน ในยุคที่ราคาน้ำมันขึ้นเอาๆ (แต่ต้องง้อสถานีชาร์จแทน) ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเราหลายยี่ห้อก็ยังจัดว่ามีราคาแพงอยู่ และบางคนก็อาจจะเลือกใช้รถยนต์แบบ PHEV (Plug-In Hybrid) แทนก็มี
อ่านเพิ่มเติม >> 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ราคาถูกสุดในไทย ปี 2022
และเราก็มีโอกาสได้เห็นคนรวยหลายคน มีไลฟ์สไตล์แบบคนรุ่นใหม่ ใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ดังๆ กันด้วยกันหลายยี่ห้อ อาทิ ORA, Tesla, Mercedes-Benz, Audi, Volvo หรือ Porsche เป็นต้น

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์คันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

หากใครอยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ และมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพทุกคัน CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!
ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน
อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์
เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!
หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

