ROLLS-ROYCE WRAITH รถยนต์รุ่นพรีเมียม ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
รถ ROLLS ROYCE (โรลส์-รอยซ์) ผลิตจากบริษัทรถยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ที่ได้ผลิตรถยนต์ระดับหรูออกมาให้เราได้ใช้กันอย่างมากมายทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย และในบทความนี้เราก็มีรถยนต์ ROLLS ROYCE คลาสสิก มาแนะนำทุกคนกันด้วย ก็คือ ROLLS-ROYCE WRAITH ที่สวยหรู มีระดับ และผลิตอย่างพรีเมียมที่สุดอีกด้วย ความอลังการของ รถ ROLLS ROYCE จะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันได้เลย

รถ ROLLS ROYCE ในไทย คันนี้ ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดเลยทีเดียว โดยรุ่น ROLLS-ROYCE WRAITH ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมา ด้วยการคัดสรรวัสดุที่ใช้ทั้งภายในและภายนอกระดับคุณภาพสูงทั้งหมด เรียกได้ว่า เกรดพรีเมียม ที่ไม่มีใครสามารถทำตามได้เลยทีเดียว (แต่ รถ ROLLS ROYCE ราคา ก็แรงตามเช่นกัน)
โดยที่ ROLLS-ROYCE WRAITH มาพร้อมกับตัวถังแบบ GRAN TURISMO 2 ประตู คูเป้แบบ 4 ที่นั่ง ซึ่ง รถ ROLLS ROYCE รุ่นนี้เป็นรุ่นสั่งพิเศษจากแผนก BESPOKE ของ ROLLS-ROYCE ด้วยภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์ลึกลับ แต่ดูงามสง่า ทั้งนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.6 ลิตร ที่มีพละกำลังมากถึง 632 แรงม้า ระบบช่วงล่างที่นุ่มนวล ดูดซับแรงและเสียงได้ดี พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายในเวลา 4.6 วินาที และความเร็วสูงสด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การออกแบบภายนอกของ ROLLS-ROYCE WRAITH เป็นรถยนต์ 2 ประตู 4 ที่นั่งแบบ FLYING LADY ที่ยืนอยู่เหนือกระจังหน้าสามารถเก็บได้ คิ้วประดับกันชนหน้า-ฝากระโปรงท้าย ทั้งหมดถูกตกแต่งด้วยสีดำเงาแบบ HIGH-GLOSS ล้อของ ROLLS-ROYCE WRAITH อัดขึ้นรูปจากวัสดุผสม (COMPOSITE) ระหว่างคาร์บอไฟเบอร์ 44 เลเยอร์ (22 เลเยอร์พับซ้อนกัน) ร่วมกับอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน ขณะที่งานสีตัวถังนั้นจะถูกพ่นและเคลือบแล็กเกอร์ซ้ำทับกันหลายชั้นแบบ MULTIPLE LAYER จึงให้สีที่ดำสนิท นอกจากนี้ รถ ROLLS ROYCE ในไทย คันนี้ยังมีความพิเศษระดับ BESPOKE ทาง ROLLS-ROYCE สามารถให้ลูกค้าเลือกได้ว่าต้องการเฉดสีแบบไหนของตัวถังรถสามารถบอกความต้องการได้เช่นกัน

ส่วนการออกแบบภายในตัว รถ ROLLS ROYCE นั้น จะตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลักร่วมกับวัสดุเกรดอากาศยานอย่างแถบประดับอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งจะให้ความสวยหรูและงดงามไม่เหมือนใคร ด้วยการเคลือบแล็กเกอร์ถึง 6 ชั้นด้วยกัน จากนั้นทิ้งไว้นานถึง 72 ชม. แล้วค่อยมาขัดเงาด้วยมือ ส่วนเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำตัดกับสีน้ำเงิน โคบอลต์ บลู ทำให้บรรยากาศภายในรถยนต์คันนี้ดูเท่ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความโมเดิร์นเช่นกัน และอีกหนึ่งของรถยนต์ ROLLS ROYCE คลาสสิก คันนี้ก็คือ BLACK STARLIGHT HEADLINER ที่สามารถเปลี่ยนหลังคายามค่ำคืนให้เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับได้

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยนั้น รถ ROLLS ROYCE คันนี้ก็จัดเต็มเช่นกัน ด้วยการติดตั้งระบบ THE ADVANCED CRASH MANAGEMENT SYSTEM ที่ใช้เซนเซอร์ความเร็วสูงในการป้องกันผู้ขับขี่ให้ปลอดภัย ระบบ NIGHT VISION TECHNOLOGY ที่ทำให้วิสัยทัศน์การขับขี่ยามค่ำคืนปลอดภัยมากขึ้น ระบบนำร่องผ่านดาวเทียมที่ให้ข้อมูลการจราจรแบบ REALTIME ระบบการปรับตั้งความเร็วคงที่แบบแอ็คทีฟมีเรดาร์ และกล้องเซนเซอร์ เป็นต้น ส่วนด้าน รถ ROLLS ROYCE ราคา อยู่ที่ประมาณ 30,900,000 บาทด้วยกัน
Five Fact : Bugatti Chiron ไฮเปอร์คาร์ระดับ 1500 ม้า
ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 11 พ.ค 2561
แชร์ 2
ภายใต้หน้ากากเปรียบดั่งงานศิลป์ชิ้นเลิศจากแดนน้ำหอม คือความโหด ดิบ เถื่อนของแรงม้าระดับ 1,500 ตัว พลังดั่งปีศาจปราศจากความปราณี ไฮเปอร์คาร์ทายาทอสูรดีกรีระดับ Car Production ที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง Bugatti Veyron ที่ดุแค่ไหน แต่ Chiron คันนี้โหดยิ่งกว่า Chobrod “5 Fact” ขอนำเสนอ 5 สิ่งที่น่าสนใจในอสูรสี่ล้อคันนี้ที่มีชื่อว่า Bugatti Chiron ความพิเศษของรุ่นนี้มีอะไรบ้าง ไปดูกัน!

Five Fact : Bugatti Chiron ไฮเปอร์คาร์ระดับ 1500 ม้า
1. “ยาง” กลับไปใช้แบบรถทั่วไป
ความแตกต่างที่พัฒนาจากรุ่น Veyron ก่อนหน้าคือเรื่องยาง ที่ Veyron ต้องการสร้างความแตกต่างด้วยยางลักษณะเฉพาะจาก Bugatti ที่เมื่อถึงเวลาข้างหรือคู่ไหนต้องเปลี่ยนขึ้นมา จะต้องเปลี่ยนทีทั้งสี่เส้น และมันคือหนึ่งข้อเสียที่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายแพงระยับกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่ใน Chiron เป็นการ Back To basic กลับมาใช้ยางในรูปแบบทั่วไป ด้วยยางจากค่าย Michelin ที่คู่หน้าขนาด 285/30/20 และ 335/25/21 ในคู่หลัง

ยางกลับไปใช้แบบดั้งเดิมจาก Michelin
2. แรงบิดอันโหดร้ายพร้อมฝูงม้าอีกเป็นโขยง
ม้าเป็นฝูงคุณจะทำให้มันเชื่องเท้าได้แค่ไหน? อัตราเร่งที่รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนด้วยการร่วมมือของเทอร์โบขนาดอลังการทั้ง 4 ลูก ทำให้เครื่องยนต์เบนซินแบบ W16 ที่ความจุขนาด 8.0L เบ่งกำลังแรงม้าออกมาได้ถึง 1,500 ตัว ที่ 6,700 RPM แรงบิดสูงสุดมีมากถึง 1,600 Nm ! ที่รอบระดับ 2,000-6,000 RPM ส่งกำลังลงล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 Speed ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.3 วินาที และใช้เวลาน้อยกว่า 13.6 วินาทีกับความเร็วระดับ 0-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดอยู่ทำได้อยู่ที่ 420 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดูเพิ่มเติม:
>> Audi R8 สไตล์ Bugatti เน้นเฉดสีฟ้า ตำนานของซูเปอร์คาร์ตัวท็อป
>> Bugatti เตรียมพัฒนาไฮเปอร์คาร์ในอนาคต มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ประหยัดน้ำมัน แต่สมรรถนะเหนือชั้น


สวยแม้จะตอนวิ่งหรือตอนจอด!
3. ลิมิเต็ด
งานศิลป์ที่ประกอบสร้างด้วยมือทั้งคัน พร้อมวิศวกรรมระดับพรีเมี่ยมขั้นสูงอย่าง Bugatti Chiron รุ่นนี้ จำกัดการผลิตไว้แค่เพียง 500 คันเท่านั้น จากโรงงานเล็กๆ แต่ดูดีในเมือง Molsheim ประเทศฝรั่งเศษ

โรงงานที่สรรสร้างงานศิลป์สี่ล้อ Bugatti เล็กๆไมเน้นปริมาณแค่เน้นมูลค่า
4.ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่พิเศษกว่า
ทางโรงงานเคลมว่าตัวถังชนิดคาร์บอนไฟเบอร์ใน Bugatti Chiron นั้นมีความทนทานกว่าของรถแข่งเสียอีก เพราะมันถูกสร้างขึ้นเป็นชิ้นเดียวทั้งหมดจากห้องอบขนาดใหญ่ ซึ่งมาจากส่วนผสมของใยคาร์บอนไฟเบอร์ที่ยาวมากระดับจากโลกไปได้ถึงดวงจันทร์ได้ ซึ่งนั่นคือพื้นฐานวิศวกรรมของ Chiron ที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วๆ ไป

โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและแกร่งกว่ารถแข่ง
5. มีที่เก็บสัมภาระแล้ว!
เสียงบ่นจากลูกค้าเจ้าของรุ่น Veyron ที่หวังเพียงแค่พื้นที่เล็กๆ สำหรับวางกระเป๋าสัมภาระ คงจะไปถึงหูของทาง Bugatti และในตัวของ Bugatti Chiron จึงได้เพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บของมาให้ที่หน้าฝากระโปรง และที่สำคัญยังมีกระเป๋าตรงรุ่นปักป้าย “Bugatti Chiron” มาให้ด้วย สำหรับใครที่กำลังจะซื้อรุ่นนี้ อย่าลืมตรวจสอบก่อนรับรถด้วยละ ว่าในตัวรถมีกระเป๋ามาให้ด้วยหรือเปล่า

ห้องเก็บสัมภาระด้านหน้าพร้อมกระเป๋าตรงรุ่นที่แค่ใครสะพายก็รู้ทันทีว่าเหลือ! แค่ไหน
ทั้งหมดคือสิ่งที่น่าสนใจในไฮเปอร์ค่าสุดหรู ผสมผสานจิตวิญญาณความคลาสสิคไว้เต็มคัน ยนตกรรมทำมือพร้อมด้วยวิศวกรรมขั้นสูง ผสมดีไซน์ดั่งงานศิลป์ชั้นเลิศ อย่าง Bugatti Chiron คันนี้ราคาตัวรถก็ไม่มากเท่าไร ตีเป็นเงินไทยก็ตกอยู่เพียงแค่ 120 ล้านบาทเท่านั้นเอง!
Chobrodขอฝากความรู้เเปิดโผ 5 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลกที่หาซื้อได้ในปี 2566 นี้
16 มิ.ย. 66 (11:48 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
เปิดโผ 10 อันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกที่สามารถหาซื้อได้ในปี 2566 นี้ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่มีมูลค่าสูงติดอันดับโลก แต่ส่วนมากเป็นรถที่ผลิตขึ้นจำนวนน้อยมาก กระทั่งคนทั่วไปไม่สามารถหาซื้อได้ และอีกหลายรุ่นก็ถูกยุติการวางจำหน่ายไปแล้วเช่นกัน ดังนั้นบทความนี้จึงได้รวบรวมเฉพาะรถที่ยังสามารถหาซื้อเป็นเจ้าของได้ จะมีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลย
อันดับที่ 1 Bugatti Chiron SuperSport
ราคาโดยประมาณ 115,000,000 บาท (3,300,000 USD)
Bugatti Chiron SuperSport เป็นไฮเปอร์คาร์ที่ถูกผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน เพื่อวางจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วโลก มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 ความจุ 8.0 ลิตร Quad-turbocharged ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในรถที่เร็วแรงที่สุดในโลก
อันดับที่ 2 Ferrari SF90 Stradale
ราคาโดยประมาณ 19,400,000 บาท (558,000 USD)
SF90 Stradale ไ่มใช่รถเฟอร์รารี่ธรรมดาๆ หากแต่ถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด V8 ความจุ 4.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัว ให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที ขณะที่บ้านเรามีราคาจำหน่ายสมัยเปิดตัวใหม่ๆ เริ่มต้นที่ 44,900,000 บาท
อันดับที่ 3 Lamborghini Aventador
ราคาโดยประมาณ 19,100,000 บาท (550,542 USD)
แม้ว่า Lamborghini Aventador จะถูกวางจำหน่ายในตลาดโลกมากว่า 11 ปี แต่ซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ยังคงครองสถิติหนึ่งในรถยนต์ที่มีราคาสูงที่สุดในโลกที่ยังสามารถหาซื้อได้ในปี 2566 นี้ โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 770 แรงม้า ในรุ่น LP780-4 Ultimae
อันดับที่ 4 Rolls-Royce Phantom
ราคาโดยประมาณ 15,900,000 บาท (457,750 USD)
Rolls-Royce Phantom จัดว่าเป็นรถยนต์หรูระดับ Ultra-luxury ที่อภิมหาเศรษฐีทั่วโลกต่างเลือกใช้ โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นฐานล้อปกติและฐานล้อยาว (Extended Wheelbase) พร้อมขุมพลัง V12 ขนาด 6.75 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 571 แรงม้า ขณะที่ราคาจำหน่ายรวมภาษีนำเข้าของไทยรุ่นฐานล้อปกติเริ่มต้นที่ 53,500,000 บาท และรุ่นฐานล้อยาวเริ่มต้นที่ 59,500,000 บาท
อันดับที่ 5 Ferrari 812 GTS
ราคาโดยประมาณ 14,300,000 บาท (410,516 USD)
Ferrari 812 GTS มาพร้อมหลังคาแข็งที่สามารถเปิดออกเพื่อรับลมภายนอกได้ โดยสามารถเปิดและปิดภายในเวลาเพียง 14 วินาที แม้ในขณะรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดไม่เกิน 45 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 3 วินาที ส่วนบ้านเรามีราคาจำหน่ายเริ่มต้นสมัยเปิดตัวเมื่อปี 2563 อยู่ที่ 34,700,000 บาท
หมายเหตุ: อ้างอิงจากราคาจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
ซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ที่ ENNXOกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้และอย่าลืมแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ของคุณให้เราด้วยโดยการให้ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย

