Foxconn เขย่าวงการ EV: Model B และ Model V สองขุนพลไฟฟ้าจากไต้หวันกับการขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ 2025
ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ชื่อของ Foxconn อาจคุ้นหูในฐานะยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผู้ประกอบ iPhone ระดับโลก แต่ในวันนี้ Foxconn ไม่ได้เป็นเพียงผู้หนุนหลังเทคโนโลยีอีกต่อไป พวกเขากำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่พร้อมพลิกโฉมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ไฟฟ้าที่มีประสบการณ์มากว่าทศวรรษ ผมมองว่าการปรากฏตัวของ Foxconn ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่การประกาศศักดา แต่เป็นการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะส่งผลสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสองดาวเด่นอย่าง Model B เอสยูวีไฟฟ้า และ Model V กระบะไฟฟ้า ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด “การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต” ที่จะนิยามอนาคตของยานยนต์ในปี 2025 และปีต่อ ๆ ไป
Foxconn: จากยักษ์ใหญ่ IT สู่ผู้ปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า
การตัดสินใจของ Foxconn ในการเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ภายใต้ความร่วมมือกับ Yulon Motor ในนาม Foxtron เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตามองที่สุดในทศวรรษนี้ พวกเขาไม่ได้เพียงแค่มองเห็นโอกาสใน “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า” ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังมองเห็นถึงจุดแข็งของตนเองในด้านการผลิตขนาดใหญ่ การจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน และความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ยุคใหม่นี้
แนวคิด “Apple แห่งวงการยานยนต์” ที่ Foxconn เคยถูกเรียกว่าเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับแบรนด์อื่น ๆ กำลังถูกนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรม EV แพลตฟอร์ม MIH (Mobility In Harmony) แบบเปิดกว้างที่พวกเขาพัฒนานั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญได้ง่ายขึ้น ลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล ทำให้การ “ลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า” ของ Foxconn ไม่ได้มุ่งแค่การสร้างแบรนด์ของตนเอง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังก่อร่างสร้างอนาคตที่ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ผูกขาดอยู่กับผู้ผลิตดั้งเดิมอีกต่อไป แต่เปิดกว้างให้ผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝั่งเทคโนโลยี สามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญได้ นี่คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างแท้จริง
Model B: นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับชีวิตเมือง 2025
เมื่อพูดถึง Model B ผมขอยกให้เป็นหนึ่งใน “นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ในปี 2025 ได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่รถ SUV ขนาดกะทัดรัดทั่วไป แต่คือการผสมผสานระหว่างสุนทรียศาสตร์ เทคโนโลยี และฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือกว่า ด้วยความร่วมมือกับสำนักออกแบบระดับโลกอย่าง Pininfarina ทำให้ Model B มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นยุโรป
การออกแบบที่ล้ำสมัยและตอบสนองการใช้งาน:
Model B โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว กระจังหน้าแบบปิดทึบที่ผสานเข้ากับไฟ LED ลากยาวเต็มความกว้างของรถ ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าแบบ LED Matrix ที่ปลายกระจังหน้าไม่เพียงแค่ให้แสงสว่างที่คมชัด แต่ยังสามารถปรับรูปแบบแสงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.26 cd สะท้อนถึง “การออกแบบรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ใส่ใจในรายละเอียดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งช่วยให้ระยะทางขับขี่ 450 กม. ของ Model B สามารถทำได้จริงในสถานการณ์การใช้งานจริงของคนเมือง
เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและปลอดภัย:
จุดเด่นที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือไฟท้ายสุดไฮเทคที่สามารถฉายภาพกราฟิกได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ หรือสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารกับผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ เช่น เตือนให้ระวังคนเดินเท้า นี่คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มมิติใหม่ของการสื่อสารและความปลอดภัยบนท้องถนน D-pillars ที่เป็นม่านปรับแสงได้ก็เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่แสดงถึงความใส่ใจในความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
ภายในห้องโดยสารที่เชื่อมต่อและอัจฉริยะ:
ก้าวเข้าสู่ภายใน Model B คุณจะพบกับประสบการณ์ที่แตกต่าง หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 15.6 นิ้วแบบสัมผัสที่ลอยตัวอยู่กลางคอนโซลหน้า เป็นศูนย์กลางการควบคุมทุกสิ่ง ตั้งแต่ระบบนำทางไปจนถึง “ระบบสาระบันเทิงอัจฉริยะ” ที่รองรับการอัปเกรดแบบ Over-The-Air (OTA) ของ Foxconn ซึ่งหมายความว่ารถจะฉลาดขึ้นและมีฟังก์ชันใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นตลอดอายุการใช้งาน แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดเล็กด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส ให้ข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน และการใช้กล้องแทนกระจกมองข้างที่แสดงผลบนหน้าจอที่มุมเสา A เป็นการยกระดับความปลอดภัยและลดจุดบอดได้อย่างมีนัยสำคัญ เบาะนั่งและแผงประตูหุ้มด้วยหนังเจาะรูสีขาว ให้ความรู้สึกพรีเมียมและโปร่งสบาย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีทั้งสไตล์และฟังก์ชันการใช้งานระดับสูง
สมรรถนะที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง:
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ให้กำลัง 233 แรงม้า และระยะทางขับขี่ 450 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง Model B ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มี “ประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางในเมืองและชานเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การรับส่งบุตรหลาน หรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะใกล้ Model B คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย ความคล่องตัว และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางหรือการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นี่คือรถยนต์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหานวัตกรรมและการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน
Model V: พลิกโฉมกระบะไฟฟ้าสู่สมรรถนะแห่งอนาคต 2025
ในขณะที่ Model B เจาะตลาด SUV สำหรับชีวิตเมือง Model V คือการประกาศความพร้อมของ Foxconn ในการบุกเบิกตลาด “กระบะไฟฟ้า” ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่กำลังเติบโตและมีความต้องการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอย่างประเทศไทยที่รถกระบะมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ Model V ไม่ใช่แค่รถกระบะที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่เป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งด้านสมรรถนะ ความทนทาน และเทคโนโลยีที่ผู้ใช้งานรถกระบะยุคใหม่ต้องการ
ดีไซน์ที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี:
Model V มาพร้อมดีไซน์แบบดับเบิ้ลแค็บ 4 ประตู ที่ดูแข็งแกร่งและทันสมัย ไฟหน้า LED แบบแยกส่วนรูปตัว L ขนาดใหญ่ ผสานกับไฟ LED รูปตัว H ซึ่งเป็นตัวอักษรย่อของ Hon Hai Group (บริษัทแม่ของ Foxconn) สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำ กระจังหน้าขนาดใหญ่แบบปิดทึบตรงกลางที่เป็นแบบใสเผยให้เห็นเซนเซอร์และกล้องจำนวนมาก บ่งบอกถึงการติดตั้ง “ระบบขับขี่อัจฉริยะ” และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ซึ่งจะเป็นมาตรฐานสำคัญของยานยนต์ในปี 2025
สมรรถนะ All-Terrain และฟังก์ชันการบรรทุกที่เหนือกว่า:
Model V ถูกยกสูง ให้ภาพลักษณ์ของรถกระบะ All-Terrain ที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง บันไดข้าง, กระจกมองข้างแบบกล้อง และมือจับประตูแบบเรียบไปกับตัวรถ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งานและความล้ำสมัยเข้าด้วยกัน ด้วยระยะฐานล้อที่ใกล้เคียงกับรถกระบะยอดนิยมอย่าง Ford Ranger และกระบะท้ายที่มีความยาว 1,500 มม. เทียบเท่า Toyota Hilux Model V ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการลากจูงได้มากถึง 3 ตัน และรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 1 ตัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะที่ใช้ในงานหนัก และที่สำคัญคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ที่ทำให้ Model V พร้อมสำหรับการผจญภัยและการใช้งานในพื้นที่ออฟโรดได้อย่างไร้กังวล
เทคโนโลยีภายในที่ตอบสนองการใช้งานจริง:
ภายในห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง เบาะนั่งสีขาวให้ความรู้สึกโปร่งสบายและทันสมัย Model V ติดตั้งหน้าจอแสดงผลดิจิทัลถึง 4 จอ ซึ่งประกอบด้วยจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ จออินโฟเทนเมนต์ และจอแสดงภาพจากกล้องมองข้าง ซึ่งให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ นี่คือการนำ “เทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV ล่าสุด” มาผสมผสานกับการออกแบบเพื่อการใช้งานจริง ทำให้ Model V มีระยะทางขับขี่ไกลถึง 420 กม. และรองรับ “โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จเร็ว” แบบ DC ที่สามารถชาร์จไฟจาก 20-80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการลดความกังวลเรื่องระยะทาง (range anxiety) และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานสำหรับรถกระบะไฟฟ้า
Model V ไม่ได้เป็นแค่รถกระบะไฟฟ้าที่ช่วยลดมลพิษ แต่คือการพลิกโฉมประสบการณ์การใช้รถกระบะให้ฉลาดขึ้น สะดวกสบายขึ้น และทรงพลังมากขึ้น ด้วยการนำ “ยานยนต์พลังงานสะอาด” มาผสานรวมกับสมรรถนะที่แข็งแกร่ง นี่คือโมเดลที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญใน “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย” ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่มองหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งงานและการใช้ชีวิต
MIH Platform: หัวใจแห่งนวัตกรรมและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเปิดกว้าง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Foxconn ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่น่าจับตาใน “การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต” คือแพลตฟอร์ม MIH (Mobility In Harmony) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น แพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่แค่ชุดชิ้นส่วน แต่เป็นระบบนิเวศซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ สามารถเข้าถึงและนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระ ลองนึกภาพ Android ในวงการสมาร์ทโฟน นั่นคือสิ่งที่ MIH ต้องการเป็นในวงการยานยนต์ไฟฟ้า
ประโยชน์ของแพลตฟอร์ม MIH:
ลดต้นทุนและเวลาในการพัฒนา: ผู้ผลิตรถยนต์ไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้น แต่สามารถใช้แพลตฟอร์ม MIH เป็นฐานในการสร้างรถยนต์ของตนเองได้ ซึ่งช่วยเร่งการเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ความยืดหยุ่นสูง: MIH สามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งขนาดตัวรถ รูปแบบแบตเตอรี่ และประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้สามารถสร้างรถยนต์ได้หลายเซกเมนต์ ตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปจนถึงรถเพื่อการพาณิชย์
ส่งเสริมนวัตกรรม: การเป็นแพลตฟอร์มเปิดกระตุ้นให้เกิดการร่วมมือและพัฒนา “นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ใหม่ ๆ จากบริษัทต่าง ๆ สร้างสรรค์โซลูชันที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ: ด้วยการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ แพลตฟอร์ม MIH มั่นใจได้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า
ความสำเร็จของ Luxgen n7 (Model C ในเวอร์ชันผลิตจริง) ซึ่งมียอดจองกว่า 15,000 คันภายในเวลาเพียง 2 วัน เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงศักยภาพของแพลตฟอร์ม MIH รถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 460 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที และระยะทางขับขี่ 700 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและแสดงให้เห็นว่า Foxconn สามารถสร้างรถยนต์ไฟฟ้า “ประสิทธิภาพสูง” ได้อย่างแท้จริง และด้วยความสำเร็จนี้ ทำให้ Model B และ Model V กลายเป็นที่จับตามองว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จจาก MIH Platform ได้อย่างไร และจะสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาด EV ได้อีกหรือไม่
ก้าวต่อไปของ Foxconn และผลกระทบต่อตลาด EV โลกและไทย 2025
ในปี 2025 และปีต่อ ๆ ไป Foxconn ไม่ได้วางแผนที่จะเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ต้นแบบอีกต่อไป แต่พวกเขามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม โดยมี Model B และ Model V เป็นตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้ อย่างไรก็ตาม การเดินทางนี้ย่อมมาพร้อมกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการสร้างการรับรู้แบรนด์ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งแตกต่างจากการเป็นผู้ประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การแข่งขันในตลาด EV ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากทั้งผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมและผู้เล่นหน้าใหม่จากภาคเทคโนโลยี รวมถึงการขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น
แต่ด้วยจุดแข็งของ Foxconn ในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การผลิตที่มีประสิทธิภาพ และความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ ทำให้พวกเขามีโอกาสมหาศาลในการประสบความสำเร็จ การที่ Foxconn ให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) และระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกัน (Connected Ecosystems) ทำให้รถยนต์ของพวกเขาไม่ได้เป็นแค่พาหนะ แต่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ
สำหรับประเทศไทยซึ่งกำลังมุ่งมั่นสู่การเป็น “ศูนย์กลางการผลิต EV ประเทศไทย” ในภูมิภาค Foxconn อาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันเป้าหมายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับผู้ผลิตในประเทศ การตั้งฐานการผลิต หรือการนำเสนอเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม MIH ให้กับผู้เล่นในตลาดท้องถิ่น การมาถึงของ Model B และ Model V จึงไม่ใช่แค่เรื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ที่กำลังจะกลายเป็นจริงในประเทศไทยเช่นกัน นี่คือยุคที่ “การลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า” จะสร้างผลตอบแทนมหาศาล และ Foxconn คือหนึ่งในผู้บุกเบิกเส้นทางนี้
สู่การขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน
การเข้ามาของ Foxconn พร้อมกับ Model B และ Model V เป็นมากกว่าการเปิดตัวรถยนต์สองรุ่นใหม่ มันคือการประกาศถึงยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยแพลตฟอร์ม MIH ที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญ Foxconn ไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ แต่พวกเขากำลังสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของ “ยานยนต์แห่งอนาคต” ที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการ ผมเชื่อมั่นว่า Foxconn มีศักยภาพที่จะเป็นผู้เล่นสำคัญในการกำหนดทิศทางของ “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า” โลกในปี 2025 และปีต่อ ๆ ไป ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก เป็นผู้ประกอบการที่สนใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือเพียงแค่ผู้ที่หลงใหลในนวัตกรรม ผมขอเชิญชวนให้คุณจับตาดู Foxconn อย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างอยู่ ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นอนาคตของการเดินทางที่เร็วกว่า ฉลาดกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าไปกับ Foxconn และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าที่คุณเคยรู้จัก!

