one2car เป็นแอพซื้อขายรถมือสองที่มี Lamborghini ให้เลือกมากที่สุดในไทย หารถง่าย คัดผู้ขายแล้ว มั่นใจได้ว่ารถคุณภาพ มีรุ่นไหนบ้าง แต่ละรุ่นต่างกันยังไง ตามเรามาเลย
รถแลมโบกินี่ (Lamborghini) มือสองในไทย มีรุ่นไหนบ้าง
สำหรับบทความนี้ เราจะพูดถึงรถ Lamborghini มือสอง รุ่นหลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังอันดิบของกระทิงดุอย่าง Huracan การปรากฏตัวอันสง่างามของ Aventador ความคลาสสิกของ Gallardo และความอเนกประสงค์ของ Urus
*ราคาที่เขียนไว้ในบทความนี้อาจเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีนำเข้า อากร กำไรของตัวแทนจำหน่าย และออปชันเพิ่มเติม
1. Lamborghini Huracan (ลัมโบร์กีนี ฮูราคาน)
Lamborghini Huracan มือสอง มีหลายรุ่น แต่รุ่น EVO ถือเป็นสุดยอดของการออกแบบรถสปอร์ตสุดหรู โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ V10 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ให้กำลัง 640 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตัน-เมตร
พละกำลังอันน่าทึ่งนี้ช่วยให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. ใน 9 วินาที อีกทั้งยังทำความเร็วได้มากกว่า 325 กม./ชม. แถมมีการปรับปรุงประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
นอกเหนือจากเครื่องยนต์อันทรงพลังแล้ว ซูเปอร์คาร์คันนี้ยังมี Lamborghini Dinamica Veicolo Integrata (LDVI) ที่เปรียบเสมือนสมองกลอัจฉริยะ ทำหน้าที่ประมวลผลความต้องการล่วงหน้าของผู้ขับจากการใช้งานตามโหมดการขับขี่ จากนั้นก็จะปรับไดนามิกของรถเพื่อให้การขับขี่ Perfect ยิ่งกว่าเดิม
ราคา Lamborghini Huracan มือสอง
Lamborghini Huracan EVO ราคาเริ่มต้นมือหนึ่งในประเทศไทยอยู่ที่ 24,590,000 บาท ราคานี้สะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและคุณสมบัติสุดเจ๋งที่ฝังอยู่ในรถคันนี้ก็จริง
แต่ถ้าคุณอยากมีเงิน 7 ล้านไปต่อยอดอย่างอื่น Lamborghini huracan evo ราคามือสอง ใน one2car เริ่มเพียง 17,490,000 บาทเท่านั้น หากสนใจสามารถเข้าไปเลือกดูรถได้ที่ lamborghini huracan evo มือสอง
แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจรุ่นนี้ เรายังมีอีกหลายรุ่น คลิกที่ด้านล่างนี้เข้าไปดูรถได้เลย
- lamborghini huracan sto มือสอง
- lamborghini huracan lp610-4 มือสอง
- lamborghini huracan performante มือสอง
- lamborghini huracan performante spyder มือสอง
2. Lamborghini Aventador (ลัมโบร์กีนี อะเวนทาดอร์)
Lamborghini Aventador มือสอง นับว่าเป็นสุดยอดความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมรถยนต์อิตาเลียนเลยก็ว่าได้ ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น ประสบการณ์ขับขี่ที่น่าตื่นเต้น และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์ กลายเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ในฝันของใครหลายๆ คน
Lamborghini Aventador LP700-4 มือสอง (2011–2016)
รุ่นแรกของ Aventador มาในทรงคูเป้ ผลิตเพียง 4,000 คันทั่วโลก วางเครื่อง V12 ระบบเกียร์ ISR 7 สปีด มาพร้อม Dual Synchronizers ที่พัฒนาโดย Graziano Trasmissioni Group ทำให้ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 50 มิลลิวินาที ระบบขับเคลื่อนเป็น AWD
ระบบกันสะเทือนเป็น Pushrod ที่ใช้กับรถแข่ง F1 และวิชโบนอลูมิเนียม ส่วนระบบเบรกเป็นแบบคาร์บอนเซรามิก รองรับการหยุดรถช่วงความเร็ว 320 km/h ได้แบบชิล ๆ
- พละกำลัง 700 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ $379,700 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 13.9 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car เริ่มที่ 16.9 ล้านบาท หากสนใจดูได้ที่ Lamborghini Aventador LP700-4 มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster มือสอง (2013–2016)
รุ่นนี้เปิดประทุนได้โดยใช้คาร์บอนไฟเบอร์ทำหลังคา น้ำหนักจึงเพิ่มมา 6 กิโลกรัม ทำให้อัตราเร่ง 0-100 ลดลงไปนิดหน่อย ส่วนเครื่องยังคงใช้ V12 ความจุ 6.5 ลิตรเช่นเคย แต่มีขอบล้อใหม่ Dione 20″/21″ ที่ดุดันมากขึ้น
ฝากระโปรงของ Roadster จะแตกต่างจากฝากระโปรงรุ่นก่อนหน้า เนื่องจากมีกระดูกสันหลังตรงกลาง พร้อมกระจกหกเหลี่ยมด้านข้างที่เหมือนเกราะไฮเทคอีกด้วย แต่เขาไม่ได้ทำเพราะเท่นะ
จุดประสงค์คือต้องการทำให้เครื่องยนต์มันเย็นลง ระบายน้ำฝนได้ดี แต่ยังสามารถชื่นชมความงดงามของเครื่อง V12 ได้นั่นเอง
- พละกำลัง 700 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 349 km/h (217 mph)
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3 วินาที
ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ $441,600 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 16.1 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car เริ่มที่ 24.9 ล้านบาท หากสนใจดูได้ที่ Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce (2015–2017)
รุ่นนี้เรียกสั้น ๆ ว่า Aventador SV เป็นเครื่อง V12 ความจุ 6.5 ลิตรเหมือนเดิม แต่มีการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ที่แผงตัวถัง ทำให้น้ำหนักตัวรถลดลงถึง 50 kg. บวกกับปรับปรุงประสิทธิภาพของแอโรไดนามิกให้ดีขึ้น 150% และมีแรงกดขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงดีขึ้นอีก 170% ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัวมากขึ้น เพอร์เฟกต์กว่ารุ่นก่อนหน้านี้ทั้งหมด
ที่สำคัญ คือ นางทรงพลังสุดในช่วงเวลานั้น แถมระบบส่งกำลัง ISR ของ Lamborghini ยังเป็นเกียร์ธรรมดาอัตโนมัติที่เร็วที่สุดในโลกอีกด้วย และรุ่นนี้ผลิตมาแค่ 500 คัน โดยไทยได้โควตาแค่ 5 คันเท่านั้น
- พละกำลัง 750 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.8 วินาที
ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ $497,895 ตีเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 18.2 ล้านบาท*
Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Roadster (2016-2017)
SV Roadster ในตอนนั้นเป็นรุ่นเปิดประทุนที่เร็วที่สุดของแลมโบ และมีการใช้โพลีเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ทำให้น้ำหนักเบาลง 50 kg. เมื่อเทียบกับ Aventador Roadster มาตรฐาน
มีระบบกันสะเทือนขั้นสูง เป็นก้านกดแบบแม่เหล็ก ซึ่งปรับเปลี่ยนได้เรียลไทม์ มีจำกัดแค่ 500 คันเช่นเคย
- พละกำลัง 750 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
ราคาตอนเปิดตัว $535,500 หรือราว ๆ 19.6 ล้านบาท*
Lamborghini Aventador LP740-4 S (2016-2021)
ทำไมต้องเป็น S ต่อท้าย ? นั่นก็เพราะรุ่นนี้มีอะไรใหม่ ๆ เยอะ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอกใหม่ที่ด้านหน้าดุดันกว่าเดิม แถมมีสปอยเลอร์แหวกอากาศและดึงลมเข้าสู่ระบบหล่อเย็น กันชนหน้ามีช่องสองฝั่งช่วยเพิ่มแรงกดขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง มีแรงกดด้านหน้ามากขึ้น 130%
บั้นท้ายมีแผงรีดอากาศดิฟฟิวเซอร์ ช่วยสร้างแรงกดท้ายสูงขึ้น 50% ส่วนค่าแรงเสียดทานอากาศลดลงถึง 400% เลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังจูนเครื่องยนต์ใหม่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบกันสะเทือน Active ใหม่ มีระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อครั้งแรก เลี้ยวได้คมขึ้น มั่นใจขึ้น และเพิ่มโหมดการขับขี่ EGO เข้ามา
- พละกำลัง 740 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
ราคาตอนเปิดตัว $421,350 หรือราว ๆ 16.8 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car เริ่มที่ 30.9 ล้านบาท หากสนใจดูได้ที่ Lamborghini Aventador LP740-4 S มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
Lamborghini Aventador LP740-4 S Roadster (2017-2021)
Aventador S Roadster ยังคงรักษาดีไซน์ Aventador S ไว้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่หลังคาเปิดประทุนได้ สามารถเก็บไว้ในกระโปรงหลังได้อย่างรวดเร็ว ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ด้านหลังโปร่งใส มองเห็นเครื่อง V12 ได้ชัดเจน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Lamborghini Dinamica Veicolo Inteligente (LDVI) ช่วยให้ควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและตอบสนองฉับไว
- พละกำลัง 740 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3.0 วินาที
ราคาตอนเปิดตัว $460,247 หรือราว ๆ 15.4 ล้านบาท*
Lamborghini Aventador LP770-4 SVJ (2018-2021)
Aventador SVJ ย่อมาจาก Super Veloce Jota สื่อถึงสมรรถนะขั้นสุดยอด แถมผลิตมาแค่ 900 คันเท่านั้น ที่สำคัญ ยังมีการปรับปรุง Aerodynamic หลายด้าน ทั้งยังมีการออกแบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ พร้อมระบบไอเสียที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้ก๊าซไอเสียไหลออกจากเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็ว
- พละกำลัง 770 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 730 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.8 วินาที
ราคาตอนเปิดตัว $517,770 หรือราว ๆ 19.12 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car เริ่มที่ 44 ล้านบาท หากสนใจดูได้ที่ Lamborghini Aventador LP770-4 SVJ มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
Lamborghini Aventador LP770-4 SVJ Roadster (2019-2021)
Aventador LP770-4 SVJ Roadster เป็นรุ่นเปิดประทุน ทำให้แรงบิดกับอัตราเร่งลดลงเล็กน้อย ผลิตจำนวนจำกัด 63 คันทั่วโลก ในประเทศไทย มี Aventador SVJ Roadster เพียง 2 คันเท่านั้น
- พละกำลัง 770 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 720 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
ราคาตอนเปิดตัว $560,750 ตีเป็นเงินไทยประมาณ 20.7 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car เริ่มที่ 46 ล้านบาท หากสนใจดูได้ที่ Lamborghini Aventador LP770-4 SVJ Roadster มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
Lamborghini Aventador LP780-4 Ultimae (2021)
รุ่นนี้ถือเป็น Aventador ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะได้นำสไตล์ที่โดดเด่นของ Aventador S กับสมรรถนะอันบ้าคลั่งของ SVJ มารวมกัน มีเพียง 600 คันบนโลก (แบ่งเป็นรุ่นคูเป้ 350 คัน และโรดสเตอร์ 250 คัน) และที่มันดีที่สุดก็เพราะว่าเป็นรุ่นท้ายสุดของซูเปอร์คาร์เรือธงนี้แล้ว เลยตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการอำลานั่นเอง
- พละกำลัง 780 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 720 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 350 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.9 วินาที
ราคาตอนเปิดตัว $573,961 ตีเป็นเงินไทยประมาณ 20.2 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car ผู้ซื้อจะต้องติดต่อผู้ขายเพื่อสอบถามราคา หากสนใจดูได้ที่ Lamborghini Aventador LP780-4 Ultimae มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
3. Lamborghini Gallardo (ลัมโบร์กีนี กัลลาร์โด)
Lamborghini Gallardo มือสอง เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ผลิตในช่วงปี 2003-2013 นับเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Lamborghini ในขณะนั้นด้วยจำนวนการผลิตมากกว่า 14,000 คัน โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V10 ที่วางตรงกลาง ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini หลายรุ่น ตัวถังหลัก 2 สไตล์ ได้แก่ คูเป้และสไปเดอร์ (เปิดประทุน)
โฉม 1 (2003-2008)
- Lamborghini Gallardo: รุ่นพื้นฐาน เปิดตัวครั้งแรกในปี 2003 มาพร้อมเครื่องยนต์ V10 5.0 ลิตร ให้กำลัง 500 แรงม้า
- Lamborghini Gallardo Spyder: เปิดตัวในปี 2005 เป็นรุ่นเปิดประทุนของ Gallardo
- Lamborghini Gallardo SE: เปิดตัวในปี 2005 เป็นรุ่นพิเศษ มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้แรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 520 แรงม้า
- Lamborghini Gallardo Superleggera: เปิดตัวในปี 2007 เป็นรุ่นที่เน้นน้ำหนักเบาและสมรรถนะสูง เครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร ให้กำลัง 530 แรงม้า
- Lamborghini Gallardo LP560-4: เปิดตัวในปี 2008 เป็นรุ่นปรับโฉมใหม่ เปลี่ยนเครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร ให้กำลัง 560 แรงม้า
โฉม 2 (2008-2013)
- Lamborghini Gallardo LP560-4 มือสอง ราคาเริ่มต้นใน one2car ไม่เกิน 10 ล้านบาท
- Lamborghini Gallardo Spyder LP560-4 มือสอง : รุ่นนี้เปิดตัวในปี 2008 เป็นรุ่นเปิดประทุนของ LP560-4
- Lamborghini Gallardo LP570-4 Superleggera มือสอง เปิดตัวในปี 2010 เป็นรุ่นที่เน้นน้ำหนักเบาและสมรรถนะสูง เครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร ให้กำลัง 570 แรงม้า
- Lamborghini Gallardo LP570-4 Spyder Superleggera: เปิดตัวในปี 2010 เป็นรุ่นเปิดประทุนของ LP570-4 Superleggera
- Lamborghini Gallardo LP550-2: เปิดตัวในปี 2011 เป็นรุ่นที่เน้นความคล่องตัว เครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร ให้กำลัง 550 แรงม้า
- Lamborghini Gallardo Edizione Tecnica: เปิดตัวในปี 2013 เป็นรุ่นพิเศษ เน้นความสปอร์ตมากขึ้น
4. Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรุส)
Lamborghini Urus มือสอง จัดเป็นรถ SUV รุ่นแรกของแลมโบ เปิดตัวเมื่อปี 2018 สมรรถนะทรงพลังมาก มาพร้อมกับความสปอร์ต หรูหรา และยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Lamborghini
ที่น่าสนใจ คือ มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 20,000 คัน และยังเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าชาวไทยอีกด้วย พื้นที่ภายในกว้างขวางมาก
ที่โหดกว่านั้น คือ เขามากับเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ สเปกซูเปอร์คาร์เลย แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็น SUV แถมยังขับขี่ได้หลายโหมด ตอบโจทย์ทั้งออนโรดและออฟโรดเลยล่ะ โดยตั้งแต่เปิดตัวมามีด้วยกัน 3 รุ่นหลัก ๆ ได้แก่
Lamborghini Urus
เป็นรุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ เน้นความหรูหรา สะดวกสบาย เหมาะกับการใช้งานทั่วไป (แต่ไม่ได้ทั่วไปเหมือนคนอื่นเขา เพราะแรงเอาเรื่อง)
- พละกำลัง 650 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 305 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3.6 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h ภายใน 12.8 วินาที
ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 21.99 ล้านบาท*
ส่วนราคามือสองใน one2car เริ่มที่ 19.9 ล้านบาท สนใจตามไปดูรถได้ที่ Lamborghini Urus 4.0 มือสอง
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากรถคันดังกล่าวถูกขาย
Lamborghini Urus S
Lamborghini Urus S เปิดตัวในปี 2021 พัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้า แรงม้าเพิ่มขึ้น 13 ตัว แต่ใช้เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบเหมือนเดิม มีการปรับแต่งช่วงล่าง ออกแบบเบรกเป็นคาร์บอนเซรามิก และใช้ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์ภายนอกและภายในออกแบบให้สปอร์ตมากขึ้น
- พละกำลัง 663 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 321 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3.6 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h ภายใน 12.8 วินาที
ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 24.99 ล้านบาท*
Lamborghini Urus Performante
Lamborghini Urus Performante เปิดตัวในปี 2022 สมรรถนะเหนือกว่าอูรุสทุกรุ่น แต่น้ำหนักเบากว่าอูรุสรุ่นก่อน ๆ 47 กิโลกรัมเลยทีเดียว ช่วงล่างมีการปรับแต่งให้สปอร์ตขึ้น มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว แรงบิดเยอะจนน่าทึ่ง
- พละกำลัง 760 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตัน-เมตร
- Top Speed : 306 km/h
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 3.3 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h ภายใน 10.9 วินาที
ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 25.49 ล้านบาท*
หากต้องการดูเป็นรถมือสอง สามารถเข้าไปที่ Lamborghini Urus Performante มือสอง
อ่านเพิ่มเติม
- รีวิว Lamborghini Urus มือสอง รถที่สมรรถนะโหดกว่าราคา
- รถสปอร์ต vs รถซูเปอร์คาร์ vs รถไฮเปอร์คาร์ ต่างกันยังไง
โหลดหรือยัง? แอป one2car – NEXT GEN! CAR APP
- Smart Search: หารถง่าย ฟังก์ชันครบ ข้อมูลชัด!
- Qualified Car: รถคุณภาพ ตรวจสภาพแล้ว พร้อมรายงานรถ
- Most Trusted Seller: คัดผู้ขายให้แล้ว ไม่ต้องกลัวมิจฉาชีพ
- Hot Deals: พบกับ Big Sale ลดแรงทุกเดือน!
- My Garage: ระบบผู้จัดการส่วนตัวให้รถคุณ ทุกเรื่องรถ จบในที่เดียว
- Car Tax Renawal: ต่อภาษีรถยนต์สะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องกลัวลืม
- Car Price: อยากขายรถแต่ไม่รู้ราคา เช็กเลย! รู้ผลใน 1 นาที ต้องการขายก็ทำได้เลย
- Car Financing: สินเชื่อรถมือสอง จัดไฟแนนซ์ง่ายกับ Partner ของเรา พร้อมข้อเสนอพิเศษ
- Car Insurance: เปรียบเทียบเบี้ย ต่อประกันรถยนต์ พร้อมดีลสุดพิเศษจากบริษัทชั้นนำ
- Extended Warranty: ประกันอะไหล่รถ หมดห่วงเรื่องอะไหล่รถมือสอง
- one2car Story: คลิปรีวิวรถจากคนขาย คอนเทนต์เกี่ยวกับยานยนต์
Apple Store : https://bit.ly/o2c_apple_store
Google Play Store : https://bit.ly/o2c_Google_Play_Store
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง one2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
Ferrari 296 GTB รู้จักซุปเปอร์คาร์จากค่ายม้าลำพอง ที่คุณต้องลองขับให้ได้สักครั้ง

รถซุปเปอร์คาร์ที่ถือเป็นหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของแบรนด์เฟอร์รารี่ ซึ่งมีการผสมผสานทั้งเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำสมัยออกมาอย่างลงตัว มันไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่า แต่ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนรักรถด้วยความสวยงามและสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ถ้าคุณกำลังมองหารถ Super Car ที่ทั้งสวยงามและมีความสามารถสูง Ferrari 296 GTB อาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
ในบทความนี้ Prime Cars Rental จะพาคุณไปสำรวจในทุกด้านของรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก, ความหรูหราในห้องโดยสาร, สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น และฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไปอีกนาน
ดีไซน์ภายนอก ความสปอร์ตและความงามที่ผสมผสานอย่างลงตัว
Ferrari 296 GTB ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตใน Generation ใหม่ที่ดึงดูดสายตา ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงามและความหรูหรา แต่ยังคำนึงถึงสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ทุกการเดินทาง

- กระจังหน้าของ ถูกออกแบบใหม่ให้มีช่องระบายอากาศที่เหมาะสมที่สุด ช่วยในการระบายความร้อนและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ

- ไฟหน้า LED คมชัด: การใช้ไฟหน้า LED สร้างความชัดเจนในทุกสภาพแสง พร้อมทั้งเพิ่มสไตล์สปอร์ตที่ดึงดูดสายตา

- ล้อและยางขนาดใหญ่: ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ที่ช่วยให้การเกาะถนนมั่นคงและเพิ่มการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น

- การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์: เส้นสายที่ลื่นไหลและมีความคล่องตัว เพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่

- ช่องระบายอากาศที่ด้านข้าง: ช่องระบายอากาศที่ด้านข้างของตัวรถช่วยลดแรงต้านอากาศ เพิ่มความเสถียรในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

- กระจกหลังที่ดีไซน์มาแบบเฉียบขาด: กระจกหลังได้รับการออกแบบให้ดูเพรียวบางและเพิ่มความสปอร์ตโดยรวมให้กับตัวรถ
การดีไซน์ภายนอกของซุปเปอร์คาร์คันนี้ จึงไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องความสวยงาม แต่ยังส่งเสริมการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพถนน ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายในสนามแข่งแต่เพียงอย่างเดียว
ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัยที่สุดของ Ferrari
Ferrari 296 GTB มีห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและสะดวกสบาย ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะทำให้การขับขี่ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

- วัสดุคุณภาพสูง: การใช้วัสดุอย่างหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทนทาน ช่วยให้ภายในรถดูหรูหราและมีความทนทานสูง

- ที่นั่งแบบสปอร์ต: ที่นั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อรองรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างสบายตลอดการเดินทาง

- คอนโซลกลางที่มีความทันสมัย: คอนโซลกลางมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสที่ใช้งานง่าย ช่วยควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถได้อย่างสะดวก

- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้เข้ากับการควบคุมของผู้ขับขี่ พร้อมระบบปรับระดับที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มีท่าทางการขับขี่ที่สะดวกสบาย

- เครื่องเสียงระดับพรีเมียม: ระบบเสียงที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงที่ชัดเจนและสมจริง

- ที่เก็บของอเนกประสงค์: มีที่เก็บของในห้องโดยสารหลายจุดที่สามารถเก็บของใช้ส่วนตัวได้อย่างสะดวก
สมรรถนะเครื่องยนต์ V6 120 องศา นิยามของพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เครื่องยนต์ของ Ferrari 296 GTB เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถสปอร์ตคันนี้โดดเด่นเหนือคู่แข่งทั้งปวง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้ได้สมรรถนะที่ไม่มีที่สิ้นสุด รวมไปถึงการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่ เครื่องยนต์มีการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความสนุกในทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วบนทางตรง หรือการขับขี่ในสนามแข่งที่มีการควบคุมที่ท้าทาย

- เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร: เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร วางเอียงทำมุม 120 องศา ให้พละกำลังสูงสุด 663 แรงม้า (hp) ช่วยให้การขับขี่มีความสมดุลและการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม กับเสียงเครื่องยนต์ที่เรียกได้ว่าคล้ายกับ V12 มากที่สุด
- ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV): ระบบ Plug-in Hybrid มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 167 แรงม้า ซึ่งเพิ่มพลังรวมสูงสุดถึง 830 แรงม้า พร้อมการลดมลพิษและประหยัดพลังงาน
- ระบบเกียร์ Dual Clutch 8 สปีด (F1 DCT): ระบบเกียร์ F1 DCT ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและราบรื่น ช่วยให้การเร่งความเร็วและควบคุมรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD): การใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเพิ่มความสนุกในการขับขี่และทำให้การควบคุมรถมีความแม่นยำ
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที: สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการเร่งความเร็วสูง และ 0-200 กม./ ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม.: ความเร็วสูงสุดที่ 330 กม./ชม. แสดงถึงความสามารถในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความทนทานในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) 25 กิโลเมตร: ระบบ EV ช่วยให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ถึง 25 กิโลเมตร ในการเดินทางระยะสั้นและช่วยประหยัดพลังงาน
- ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูง: ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้การหยุดรถแม่นยำและปลอดภัยในทุกสถานการณ์
สมรรถนะเครื่องยนต์นั้นเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่และความแรงที่ไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยการใช้เครื่องยนต์ V6 ที่ทรงพลัง ระบบ Plug-in Hybrid ที่ประหยัดพลังงาน ระบบเกียร์ F1 DCT ที่ตอบสนองทันที และความสามารถในการเร่งความเร็วที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความตื่นเต้นทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง จึงเป็นรถที่สร้างมาตรฐานใหม่ในการขับขี่อย่างแท้จริง
ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีของ Ferrari 296 GTB: ความหรูหราที่รองรับการขับขี่ในยุคใหม่
ไม่เพียงแค่เน้นเรื่องสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่เหนือชั้นในทุกการขับขี่ การใช้งานที่สะดวกสบายและความปลอดภัยถูกนำมาใช้ร่วมกับความหรูหราและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์
- ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัย: มาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้งานง่าย รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานสมาร์ตโฟนได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
- หน้าจอดิจิทัลเต็มรูปแบบ: มี จอแสดงผลดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดแสดงผลได้อย่างชัดเจนและใช้งานได้ง่าย ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็ว อัตราเร่ง และข้อมูลการทำงานของระบบต่างๆ ได้ทันที
- ระบบเสียงระดับพรีเมียม: ระบบเครื่องเสียงที่มีคุณภาพสูงเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนที่เงียบหรือขับด้วยความเร็วสูง ถึงแม้ว่าคุณจะอยากฟังแค่เสียงเครื่องก็ตามที
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): มาพร้อมกับ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ที่ทันสมัย เช่น ระบบเตือนการชน ระบบควบคุมการเบรกอัตโนมัติ และระบบควบคุมการขับขี่ในเลน ซึ่งช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เป็นไปอย่างปลอดภัย
- การปรับแต่งและการควบคุมความสะดวกสบาย: มาพร้อมกับ ฟังก์ชั่นการปรับที่นั่ง ที่รองรับการปรับระดับได้หลายรูปแบบ รวมถึงการปรับที่นั่ง, พวงมาลัย และความสูงของเกียร์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับท่านั่งให้เหมาะสมกับสรีระได้
- ไฟหน้า LED แบบ Adaptive: ติดตั้ง ไฟหน้า LED แบบ Adaptive ที่สามารถปรับทิศทางและความสว่างได้ตามการหมุนของพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในที่มืดหรือทางโค้ง
เช่า Ferrari 296 GTB ได้แล้วที่ Prime Cars Rental ราคาเริ่มต้นเพียง 150,000 บาท/วัน เท่านั้น!

สัมผัสประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืม จากราคารถรวมออปชั่นที่ 31,900,000 บาท แต่ที่ Prime Cars Rental บริษัทเช่ารถหรูชั้นนำของประเทศไทย เราให้คุณสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีรถหรูรุ่นใดเทียบเคียงได้ เริ่มต้นเพียงวันละ 150,000 บาท เท่านั้น!
พร้อมรับบริการสุดพิเศษจาก Prime Cars Rental ที่จะทำให้รถ Ferrari คันนี้เป็นรถที่ช่วยทำให้วันธรรมดาของคุณกลายเป็นวันพิเศษ สามารถเช่ารถเฟอร์รารี่ ขับกับเราได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้
- เบอร์โทรศัพท์: 081-954-2451
- ช่องทางออนไลน์ที่ Line: @primecarsrental หรือ คลิกที่นี่
- WhatsApp : (+66) 62 892 4414
เช่ารถหรูกับ Prime Cars Rental สามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะ ไม่ว่าจะเช่ารถประเภทไหน เช่ารถหรู, เช่ารถสปอร์ต, เช่ารถซุปเปอร์คาร์, หรือ เช่ารถเปิดประทุน, ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน Lamborghini, Mercedes-Benz, BMW หรือ Porsche ที่ Prime Cars Rental ก็พร้อมให้คุณเช่าเพื่อเปิดประสบการณ์อันล้ำค่าแล้วตั้งแต่วันนี้

