Das Treffen 7: ย้อนรอยตำนาน Porsche ที่มากกว่าความเร็ว สู่หลากเฉดสีแห่งความฝัน
ในโลกยานยนต์ที่มีการแข่งขันสูง การจะยืนหยัดและรักษาตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Porsche แบรนด์สัญชาติเยอรมัน กลับทำได้สำเร็จมาตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่กำเนิด Porsche 356 รถคันแรกที่สวมตราสัญลักษณ์อันเลื่องชื่อนี้ได้ก้าวเข้ามาเป็นนิยามของ “รถที่เอาใจนักขับตัวจริง” พร้อมทั้งสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ความเหนียวแน่นของกลุ่มแฟนคลับ Porsche เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ และเมื่อมีงานรวมตัวคนรัก Porsche เมื่อไหร่ ย่อมดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อชื่นชมยานยนต์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่มาพร้อมเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล
Das Treffen 7 คืออีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำความเป็นที่รักของแบรนด์ Porsche งานรวมตัวรถ Porsche ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดโดย Das Treffen Magazine ภายใต้ธีม “Dreams in Colours” ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นตัวของตัวเองของเหล่าเจ้าของ Porsche ที่มักเลือกสีสันอันโดดเด่น สะดุดตา จนเปรียบได้กับลูกกวาดหลากสีสัน ท่ามกลางรถยนต์ทั่วไปที่มักมีสีขาว ดำ หรือเงิน สีสันอย่าง Racing Yellow, Lizard Green, Carmine Red หรือ Miami Blue บนตัวรถ Porsche ที่ปรากฏในงาน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและน่าตื่นตาตื่นใจ
นอกเหนือจากการจัดแสดงรถยนต์อันทรงคุณค่า ยังมีกิจกรรม Gymkhana ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถ Porsche ได้ปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างบนสนามแข่ง ในการแข่งขันชิงรางวัลจาก Michelin ถือเป็นเวทีให้รถสมรรถนะสูงเหล่านี้ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาอย่างเต็มที่
งาน Das Treffen 7 จัดขึ้น ณ Impact Speed Park สนามโกคาร์ทริมทะเลสาบเมืองทองธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2023 โดยผู้ที่นำรถ Porsche เข้ามาร่วมงานได้รับสิทธิ์เข้าชมฟรี บทความนี้จะพาท่านย้อนรอยความสำเร็จของ Porsche ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกอย่าง 356 สู่ 911 เจเนอเรชั่นต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในรุ่น Cayenne และ Taycan เพื่อให้ผู้ที่พลาดโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศและเรื่องราวเบื้องหลังอันทรงคุณค่าเหล่านี้
Porsche 356: จุดเริ่มต้นแห่งตำนานรถสปอร์ต
เรื่องราวของ Porsche ไม่สามารถกล่าวถึงได้หากไม่เอ่ยถึง Ferdinand Porsche วิศวกรชาวออสเตรีย ผู้ก่อตั้งบริษัทในปี 1931 ณ เมือง Stuttgart ประเทศเยอรมนี ช่วงแรก บริษัทของเขาได้รับมอบหมายให้ออกแบบรถยนต์ราคาประหยัดให้กับพรรคนาซีเยอรมัน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Volkswagen Beetle รถยนต์ที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ระดับโลก
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ Ferdinand ถูกควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยอาชญากรสงคราม Ferdinand “Ferry” Porsche บุตรชาย และ Louise Porsche บุตรสาว ซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้า ได้เข้ามาบริหารงานแทน เพื่อประคับประคองบริษัทผ่านพ้นวิกฤตการณ์หลังสงคราม โดยการรับงานออกแบบรถยนต์ให้กับค่ายอื่น
Porsche 356 ถือกำเนิดขึ้นจากการคำนึงถึงสมรรถนะการขับขี่เป็นหลัก แต่ด้วยสภาพหลังสงครามที่เยอรมนีขาดแคลนชิ้นส่วน Ferry Porsche จึงจำเป็นต้องนำชิ้นส่วนบางส่วนของ VW Beetle มาใช้ เช่น เสื้อสูบและชิ้นส่วนช่วงล่าง นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ Porsche จะมีความเกี่ยวพันกับ Volkswagen ในอนาคต Porsche ได้พัฒนาชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นของตนเองมากขึ้น จน 356 แทบจะไม่มีชิ้นส่วนของ Beetle เหลืออยู่
ในช่วงแรก Porsche 356 ใช้เครื่องยนต์ Boxer 4 สูบ ขนาด 1.1 ลิตร ซึ่งคล้ายกับ Beetle แต่มีการปรับปรุงชิ้นส่วนอื่นๆ เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะพัฒนาขนาดเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 1.3, 1.5, 1.6 และ 2.0 ลิตร พร้อมกับการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในทั้งหมด จนกลายเป็นเครื่องยนต์ของ Porsche เอง Porsche 356 ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 1948 ถึง 1965 รวมทั้งสิ้น 76,313 คัน
นอกจากรุ่นพื้นฐานแล้ว ยังมีรุ่นพิเศษที่เน้นสมรรถนะสูง เช่น Porsche 356 Carrera ซึ่งเป็นการนำชื่อ “Carrera” มาใช้เป็นครั้งแรกในรถของ Porsche โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ Double Overhead Camshaft (DOHC) อันเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในปี 1955
Porsche 911/912: ไอคอนตลอดกาลและการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
หลังความสำเร็จของ 356 บริษัท Porsche ได้มีความคิดที่จะพัฒนารถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สมรรถนะสูงขึ้น และมีความหรูหรามากขึ้น รถรุ่นนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show ปี 1963 และเริ่มผลิตในปีถัดมา
ในช่วงพัฒนา รถรุ่นใหม่นี้ถูกตั้งรหัสว่า 901 เนื่องจากรถแข่งหลายรุ่นใช้รหัสหลัก 800 ไปแล้ว เมื่อเปิดตัว รถรุ่นนี้ถูกตั้งชื่อว่า Porsche 901 แต่ Peugeot ผู้ถือสิทธิ์การใช้ชื่อรุ่นตัวเลข 3 ตัวที่มี 0 อยู่ตรงกลางมาโดยตลอด ไม่ยินยอมให้ Porsche ใช้ชื่อนี้ แม้ Peugeot จะไม่มีรถรุ่น 901 ในสายการผลิตก็ตาม Porsche จึงต้องเปลี่ยนเลข 0 ตรงกลางเป็น 1 จนกลายเป็น Porsche 911 ชื่อที่กลายเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน
Porsche 911 รุ่นแรกใช้เครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร และได้รับการพัฒนาขนาดเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2.2, 2.4, 2.7, 3.0 จนถึง 3.3 ลิตรในรุ่น 930 Turbo ซึ่งเปิดตัวในปี 1974 รถรุ่นนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต Porsche 911 รุ่นดั้งเดิมผลิตตั้งแต่ปี 1964 ถึง 1989 ก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมเป็นรุ่น 964 แม้ Porsche จะพยายามนำ Porsche 928 ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 วางหน้ามาแทน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะแฟนคลับยังคงต้องการ 911 เครื่องยนต์ Boxer วางหลังอันเป็นเอกลักษณ์
อีกรุ่นที่น่าสนใจคือ Porsche 912 ที่หลายคนอาจมองเผินๆ ว่าเป็น 911 แต่ป้ายทะเบียนบ่งบอกความแตกต่าง ในปี 1965 หลัง 911 เปิดตัว 356 ยังคงจำหน่าย แต่ Porsche ทราบดีว่า 911 จะกลายเป็นสินค้าหลัก แต่ราคาที่สูงกว่า 356 มาก ทำให้เกิดแนวคิดสร้างรถราคาใกล้เคียง 356 เดิม Porsche 912 จึงถือกำเนิดขึ้น โดยใช้เครื่องยนต์ Boxer 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร พัฒนาต่อจาก 356SC รุ่นสุดท้าย
Porsche 924/944/968: การปรับตัวสู่เครื่องยนต์หน้าขับเคลื่อนหลัง
Porsche มีความสัมพันธ์อันดีกับ Volkswagen มาโดยตลอด และมีการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันหลายจุด ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ทั้งสองบริษัทร่วมกันพัฒนารถรุ่นใหม่ ได้แก่ Porsche 914 ซึ่งเปิดตัวปี 1969 และมาแทนที่ 356 และ VW Karmann Ghia โดยผลิตต่อเนื่องจนถึงปี 1976
ต้นทศวรรษ 1970 Porsche และ VW เริ่มพัฒนารถรุ่นใหม่เพื่อมาแทน 914 แต่ด้วยวิกฤตน้ำมันจากสงคราม Yom Kippur ปี 1973 ทำให้ VW ถอนตัวเพื่อไปพัฒนารถขับเคลื่อนล้อหน้าแทน โดยได้รถเป็น VW Scirocco ปัญหาคือ Porsche ซึ่งเป็นบริษัทที่เล็กกว่าและจำเป็นต้องเปลี่ยนโฉม 914 ที่มีอายุมาก จึงตัดสินใจซื้อดีไซน์นี้จาก VW มาพัฒนาต่อเป็นรถสปอร์ตของตนเอง พร้อมทั้งต้องพัฒนารุ่นพิเศษ Porsche 912E เพื่อจำหน่ายเพียงปีเดียวในสหรัฐอเมริกา โดยนำตัวถัง 911 มาวางเครื่องยนต์ 4 สูบของ VW
ในที่สุด Porsche 924 ก็เปิดตัวปลายปี 1975 และจำหน่ายจริงในปี 1976 รถรุ่นนี้ใช้พื้นฐานใหม่ เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเรียง จาก Volkswagen-Audi จุดเด่นคือระบบเกียร์ Transaxle วางไว้ด้านหลังรถ ช่วยให้การกระจายน้ำหนัก 48/52 ซึ่งเหมาะสมกับรถสมรรถนะสูง Porsche 924 กลายเป็นหนึ่งในรถที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแบรนด์
ต่อมา Porsche ได้ปรับปรุง 924 เพื่อเพิ่มความหรูหราและสมรรถนะ จนเกิดเป็น Porsche 944 ในปี 1982 โดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบเรียง ที่ Porsche พัฒนาขึ้นเอง แทนที่เครื่องของ VW-Audi เดิม ในภายหลังมีการขยายขนาดเครื่องยนต์เป็น 2.7 และ 3.0 ลิตร รวมถึงการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์
Porsche 924 ยุติการผลิตในปี 1988 และ 944 รุ่นสุดท้ายเปิดตัวปี 1989 แต่ดีไซน์เริ่มล้าสมัย จึงมีการวางแผนปรับปรุง 944 ครั้งใหญ่ จนกลายเป็น Porsche 968 ในปี 1991 ซึ่งถือเป็นการพัฒนาขั้นสูงสุดของพื้นฐานเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง วางหน้า เกียร์หลัง ที่เริ่มต้นจาก 924 Porsche 968 ทำตลาดจนถึงปี 1995 ก่อนถูกแทนที่ด้วย Porsche Boxster
Porsche 964: จุดเปลี่ยนสู่ยุคใหม่ของ 911
แม้ Porsche 928 จะถูกคาดหวังว่าจะมาแทนที่ 911 แต่ยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้การพัฒนา 911 ดำเนินต่อไป ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 Porsche ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับอนาคต ซึ่งเห็นได้ชัดใน Porsche 959 รถรุ่นสูงสุดที่เร็วที่สุดในโลกในปี 1986 ด้วยความเร็วสูงสุด 317 กม./ชม. พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All Wheel Drive
ในปี 1989 Porsche เปิดตัวรถที่ถือว่า “มาแทน” 911 รุ่นดั้งเดิม คือ Porsche 911 รหัส 964 แม้ดีไซน์จะไม่ต่างกันมากนัก แต่มีการเปลี่ยนแปลงมากพอที่จะได้รหัสใหม่ รถรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ M64 รหัสใหม่ ขนาด 3.6 ลิตร 6 สูบ Boxer ระบายความร้อนด้วยอากาศ
Porsche 964 ติดตั้งเทคโนโลยีเต็มพิกัด โดยรุ่น Carrera 4 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เปิดตัวในปี 1990 ตามด้วย Carrera 2 ขับเคลื่อนล้อหลัง และเทคโนโลยีเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic ที่แม้จะไม่เป็นที่นิยมในหมู่แฟนคลับรุ่นเก่า แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของระบบเกียร์อัตโนมัติสมรรถนะสูงใน 911 รุ่นปัจจุบัน Porsche 964 ถือเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง 911 ต้นฉบับกับ 911 รุ่นใหม่ๆ ในยุคที่ Porsche ยังประสบปัญหาด้านการเงิน
Porsche 993: 911 ระบายความร้อนด้วยอากาศรุ่นสุดท้าย
ในปี 1994 Porsche เปิดตัว 911 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก 964 ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือ Porsche 993
จุดเด่นที่สุดคือดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวอย่างชัดเจน และยังคงสืบทอด DNA ของ 911 ยุคปัจจุบัน แต่เบื้องหลังยังมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link ที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทำให้ 993 ขับขี่ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับรถเครื่องยนต์วางหลัง
Porsche 993 ได้รับการยกย่องว่าเป็น 911 ที่น่าสนใจและน่าสะสมมากที่สุด ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีหรือดีไซน์ แต่เป็นเพราะเป็น 911 รุ่นสุดท้ายที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำในรุ่น 996 นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ 911 จากรถสำหรับผู้ขับขี่ กลายเป็นรถสำหรับนักสะสมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวและรายละเอียด
Porsche Boxster/Cayman: การกอบกู้สถานะทางการเงินของแบรนด์
Porsche Boxster และ Cayman ปัจจุบันเป็นรถสปอร์ตระดับเริ่มต้นของแบรนด์ และเป็นตัวแทนของ 968 หลังจากปี 1996 รถรุ่นนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการกอบกู้สถานะทางการเงินของ Porsche หลังจากประสบภาวะขาดทุนมานานหลายปีในช่วงต้นทศวรรษ 1990
Porsche Boxster โฉมแรก รหัสพัฒนา 986 เริ่มต้นพัฒนาในปี 1991 ใช้เครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ (ครั้งแรกสำหรับ Porsche) วางไว้ตรงกลางระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง เครื่องยนต์นี้ถูกนำไปใช้กับ 911 รหัส 996 ในปี 1997
ความน่าสนใจของ Boxster คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นได้ มาจากอิทธิพลของ Toyota ในการนำระบบ Toyota Production System (TPS) หรือ Lean Production มาปรับใช้ ทำให้การผลิตทำได้ง่ายขึ้น ลดเวลาและต้นทุน พร้อมทั้งเพิ่มคุณภาพของรถ นั่นทำให้ Porsche เริ่มมีการแชร์ชิ้นส่วนระหว่างรุ่นมากขึ้น Boxster 986 และ 911 996 ใช้ชิ้นส่วนร่วมกันหลายส่วน โดยเฉพาะส่วนหน้า
หลังจากผ่านไป 4 เจเนอเรชั่น รวมถึงการเข้ามาของ Porsche Cayman (เวอร์ชั่นหลังคาแข็ง) ปัจจุบัน Porsche 718 เป็น Porsche ที่พบเห็นได้ง่ายเนื่องจากได้รับความนิยมสูงมาก
Porsche Cayenne: จุดเปลี่ยนสู่ SUV สมรรถนะสูง
หากไม่ได้ติดตามวงการรถยนต์ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 อาจไม่ทราบว่า Porsche Cayenne ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในตอนแรกว่าเป็นรถที่ไม่ใช่ Porsche ที่แท้จริง เพราะเป็น SUV แถมยังใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Volkswagen แต่ถึงกระนั้น นักวิจารณ์ก็ต้องยอมรับว่า Cayenne เป็น SUV ที่มีประสิทธิภาพและการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
Cayenne มาถูกที่ ถูกเวลา ตรงกับกระแสความนิยมของรถ SUV หาก Boxster ช่วยให้ Porsche กลับมามีกำไร Cayenne คือรถที่ทำให้ Porsche กลายเป็นแบรนด์ที่ไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมอีกต่อไป
ปัจจุบัน Porsche Cayenne อยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 3 และเป็น Porsche ที่มียอดขายสะสมมากที่สุด เป็นรุ่นแรกที่ประกอบนอกยุโรป และมีขุมพลัง Hybrid ให้เลือก ทั้งหมดนี้สร้างรายได้ให้ Porsche สามารถพัฒนารถสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ได้
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของ Cayenne ไม่ต้องสงสัย เห็นได้จากรถในภาพที่ติดตั้งแขน Russian Arm สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ Porsche Cayenne Turbo ถูกเลือกใช้เนื่องจากสมรรถนะและความสามารถในการควบคุมที่เหนือกว่า SUV รุ่นอื่น
Porsche 996/997: 911 ระบายความร้อนด้วยน้ำกับการยอมรับของตลาด
ในปี 1997 Porsche เปิดตัว 911 โฉมใหม่ รหัส 996 ซึ่งเป็น 911 รุ่นแรกที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และใช้เครื่องยนต์รวมถึงชิ้นส่วนร่วมกับ Boxster ที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมกัน
การเปลี่ยนแปลงนี้ ได้รับการตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักจากลูกค้าเดิม ทำให้ปัจจุบัน Porsche 996 มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่ยึดติดกับ 911 แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ หรือไฟหน้ากลม แต่ก็มีจำนวนรถที่เข้าร่วมงานน้อยมาก
สิ่งที่น่าแปลกคือ Porsche 911 โฉม 997 ซึ่งเปิดตัวในปี 2004 และทำตลาดจนถึงปี 2011 กลับมีจำนวนรถเข้าร่วมงานมากกว่า 996 อย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นมุมมองของแฟนคลับ Porsche ที่มีต่อ 911 สองเจเนอเรชั่นนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่า 997 จะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากเท่า 996 แต่คำวิพากษ์วิจารณ์และความนิยมนั้นต่างกันลิบลับ
ความแตกต่างที่สำคัญคือไฟหน้ากลับมาใช้ทรงกลม มีการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ปรับช่วงล่างและตัวถังให้กว้างขึ้น และปรับภายในให้ดูดีขึ้น ชิ้นส่วนหลายอย่างเปลี่ยนใหม่ แม้ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ของ 911 ไว้ จนถูกล้อเลียนว่า Porsche ทำรถรุ่นเดียวแล้วลากขายยาวนาน
Porsche 996 และ 997 เป็นโฉมแรกของ 911 ที่มีรุ่นย่อยหลากหลายมากขึ้น เช่น Carrera S, GT3 RS, GT2 แสดงให้เห็นถึงสภาวะการเงินที่ดีขึ้นของ Porsche ทำให้มีงบประมาณพัฒนารุ่นย่อยตอบสนองความต้องการลูกค้าที่หลากหลาย
Porsche Carrera GT/918 Spyder: ซูเปอร์คาร์แห่งยุค
ในงาน Das Treffen เราไม่ได้พบเห็น 959 แต่มีรถซูเปอร์คาร์ระดับสูงสุด 2 รุ่นที่เป็นผู้สืบทอด คือ Porsche Carrera GT
Porsche Carrera GT พัฒนาต่อเนื่องมาจากทีมแข่งขัน Le Mans รุ่น GT1 ในช่วงปี 1996-2000 แม้ Porsche เคยมีแผนพัฒนเครื่องยนต์ V10 แต่ต้องล้มเลิกไปเพื่อทุ่มงบประมาณให้ Porsche Cayenne
โชคดีที่ Cayenne สร้างยอดขายได้เหนือความคาดหมาย ทำให้ Porsche มีงบประมาณพัฒนารถรุ่นพิเศษอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเผยโฉมรถต้นแบบ Carrera GT ในงาน Paris Motor Show ปี 2000 ได้รับการตอบรับดีเกินคาด
Carrera GT จึงถูกผลิตจริง โดยดีไซน์แทบไม่ต่างจากรถต้นแบบ เปิดตัวปี 2004 มาพร้อมเครื่องยนต์ V10 สูบ 5.7 ลิตร จากรถ Le Mans ที่พับแผนไป รวมถึงเทคโนโลยีซูเปอร์คาร์อื่นๆ เช่น โครงสร้างตัวถัง Carbon Fiber ทั้งคัน ช่วงล่างแบบ Pushrod Actuated และจานเบรก Carbon Ceramic
อีกคันคือ Porsche 918 Spyder รถซูเปอร์คาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans เปิดตัวปี 2013 เป็น Porsche รุ่นแรกที่ใช้ขุมพลัง Hybrid ผสานเครื่องยนต์ V8 สูบ 4.5 ลิตร จากรถแข่ง Le Mans LMP2 กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 887 แรงม้า เป็นรถสำหรับถนนรุ่นแรกที่ทำลายสถิติสนาม Nürburgring ต่ำกว่า 7 นาที ผลิตเพียง 918 คัน
Porsche 991/992: 911 กับการปรับตัวสู่ยุคใหม่
Porsche 911 โฉม 991 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด การใช้อลูมิเนียมน้ำหนักเบาในโครงสร้าง การปรับตำแหน่งเครื่องยนต์และล้อหลังเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนมาใช้พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
ในช่วงแรก มีข้อกังวลว่าพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าจะทำให้ฟีลลิ่งไม่เหมือน 911 เดิม แต่ข้อกังวลนี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว เพราะแพลตฟอร์มใหม่ทำให้ Handling ของ 991 เหนือกว่า 997 อย่างมาก
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการปรับโฉมเป็น 991.2 โดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด (ยกเว้นตระกูล GT3) เป็น Boxer 6 สูบ 3.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านการประหยัดเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ
ปัจจุบัน Porsche 911 เข้าสู่โฉมรหัส 992 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อจาก 991.2 ยังคงใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 3.0 ลิตร แต่ปรับแพลตฟอร์มให้เป็นแบบ Modular มากขึ้น เพื่อผลิตรุ่นย่อยที่หลากหลาย และใช้ชิ้นส่วนร่วมกับ Porsche 718 Boxster/Cayman ในโลกปัจจุบันที่ต้นทุนการพัฒนารถยนต์สูงมหาศาล แนวคิด Modular Platform นี้เองที่ทำให้รถสปอร์ตเฉพาะกลุ่มอย่าง 911 ยังคงอยู่รอดได้
สำหรับรถรุ่น 992 ตระกูล GT3 มีการใช้ช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone แทน MacPherson Strut ที่ใช้ใน 911 ทุกรุ่นที่ผ่านมา ประกอบกับเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร แบบหายใจปกติ และเกียร์ธรรมดาเป็นทางเลือก ทำให้หลายคนมองว่า Porsche 911 GT3 อาจเป็นรถสำหรับนักขับอย่างแท้จริงรุ่นสุดท้ายของโลก เพราะแม้แต่ Porsche เองก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ EV
Porsche Taycan: อนาคตแห่งรถสปอร์ตไฟฟ้า
Porsche Taycan เปิดตัวครั้งแรกในรูปแบบ Porsche Mission E ที่งาน Frankfurt Motor Show ปี 2015 ดีไซน์นี้ได้กลายมาเป็น Taycan ในภายหลังแทบไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
หลังจากเปิดตัวในปี 2019 และเริ่มจำหน่ายจริงในปี 2020 Porsche Taycan ได้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ “ทำมาเพื่อคนที่รักการขับขี่อย่างแท้จริง” พร้อมดีไซน์ที่ปราดเปรียว โดดเด่น และมีราคาจำหน่ายที่คุ้มค่ากว่า Porsche รุ่นอื่นๆ
ในงาน Das Treffen เอง ก็มี Porsche Taycan หลากหลายรุ่นย่อยที่จอดแสดงให้ชม แสดงให้เห็นถึงอนาคตของแบรนด์รถสปอร์ตเก่าแก่นี้
การได้เห็นรถยนต์ Porsche บนท้องถนนอาจไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่ก็ไม่ได้เห็นกันทุกวัน รถอย่าง Cayenne, Taycan, Boxster/Cayman แม้จะได้รับความนิยมสูงขึ้น ก็ยังคงเป็นรถราคาสูงที่น้อยคนจะได้สัมผัส นั่นทำให้งานอย่าง Das Treffen 7 เป็นงานที่น่าสนใจ และเหล่าคนรักรถควรไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง แต่สำหรับผู้ที่พลาดโอกาส อ่านบทความนี้แล้วเกิดความประทับใจ ก็ต้องรอการจัดงานครั้งต่อไปในช่วงต้นปีหน้า 2024
เรายังมีวิดีโอพาชมงานนี้ที่จะตามมาในอีกไม่นาน โปรดรอติดตามชม!

