Das Treffen 7: ย้อนรอยตำนาน Porsche กว่า 70 ปี ผ่านสีสันแห่งความฝัน
ในโลกแห่งยนตรกรรมสปอร์ตที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการขับขี่, แบรนด์ Porsche จากเยอรมนี คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในใจของนักเลงรถทั่วโลก ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่การถือกำเนิดของ Porsche 356 ผู้บุกเบิก, Porsche ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “รถสปอร์ต” ด้วยการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่ไร้ที่ติ, นวัตกรรมล้ำสมัย และดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา ความสำเร็จในสนามแข่ง Motorsport ทั่วโลกยิ่งตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในฐานะผู้นำแห่งวงการรถยนต์สมรรถนะสูง
เมื่อใดก็ตามที่งานรวมตัว Porsche เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมุมใดของโลก, เหล่าแฟนพันธุ์แท้ต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น เพื่อนำรถคู่ใจหลากหลายรุ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มาจัดแสดงและแบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังอันน่าทึ่ง หนึ่งในมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้น ณ ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ Das Treffen 7 งานรวมรถ Porsche ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ซึ่งจัดขึ้นโดย Das Treffen Magazine
“Dreams in Colours”: ปลดปล่อยจินตนาการผ่านสีสันแห่ง Porsche
ธีมงาน “Dreams in Colours” ของ Das Treffen 7 สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นปัจเจกบุคคลและความหลงใหลที่ไม่เหมือนใครของเจ้าของรถ Porsche แต่ละคัน ที่เลือกสรรสีสันอันโดดเด่นสะดุดตา เพื่อสะท้อนตัวตนและอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ภาพของรถ Porsche ที่ปรากฏในงาน เต็มไปด้วยเฉดสีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ Racing Yellow อันจัดจ้าน, Lizard Green สุดจี๊ด, Carmine Red อันเย้ายวน ไปจนถึง Miami Blue สุดสดใส ซึ่งตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับตลาดรถยนต์ทั่วไปที่มักจำกัดอยู่เพียงสีขาว, ดำ หรือเงิน การชมรถ Porsche ที่หลากหลายสีสันเหล่านี้ คือการได้สัมผัสถึงอิสระในการแสดงออกผ่านยนตรกรรมสุดหรู
นอกจากนิทรรศการรถยนต์ที่งดงามแล้ว งาน Das Treffen 7 ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้ปลดปล่อยสมรรถนะของรถยนต์คู่ใจ ผ่านการแข่งขัน Gymkhana อันน่าตื่นเต้น ชิงรางวัลจาก Michelin เป็นเวทีที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพอันแท้จริงของรถยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้
งาน Das Treffen 7 จัดขึ้น ณ Impact Speed Park สนามแข่ง Go Kart ระดับโลก ใกล้ทะเลสาบเมืองทองธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2023 โดยผู้ที่นำรถ Porsche เข้ามาในงาน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี
บทความนี้ จะพาคุณย้อนรอยเรื่องราวและรายละเอียดอันน่าสนใจของรถยนต์ Porsche รุ่นต่างๆ ที่จัดแสดงในงาน Das Treffen 7 โดยจะเรียงลำดับตามยุคสมัยของการเปิดตัว เริ่มต้นจากรุ่นบุกเบิกอย่าง Porsche 356 ไปจนถึงรุ่นล่าสุดอย่าง Porsche 911 (992), รถยนต์ที่พลิกโฉมวงการอย่าง Porsche Cayenne และรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำอย่าง Porsche Taycan
Porsche 356: จุดเริ่มต้นตำนานแห่งสปอร์ตคาร์จากเมืองสตุ๊ตการ์ท
ย้อนกลับไปในปี 1931, Ferdinand Porsche นักออกแบบยานยนต์ชาวออสเตรีย ได้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมในเมืองสตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งต่อมาได้มีส่วนร่วมในการออกแบบรถยนต์ราคาประหยัดสำหรับประชาชน ที่เราคุ้นเคยกันในนาม Volkswagen Beetle หลังสงครามโลกครั้งที่ 2, Ferdinand “Ferry” Porsche บุตรชายของ Ferdinand และ Louise Porsche ลูกสาว ได้รับภารกิจในการนำพาบริษัทผ่านพ้นวิกฤตการณ์ โดยการรับงานออกแบบให้กับค่ายรถอื่นๆ
Porsche 356 คือผลลัพธ์ของการออกแบบรถสปอร์ตที่เน้นการขับขี่เป็นหลัก โดย Ferry Porsche ได้นำชิ้นส่วนบางส่วนจาก Volkswagen Beetle มาใช้ในการพัฒนารถรุ่นนี้ เนื่องจากสภาวะหลังสงครามที่เยอรมนียังคงขาดแคลนทรัพยากร ชิ้นส่วนที่นำมาใช้ เช่น ตัวเสื้อสูบของเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนช่วงล่างบางชิ้น ซึ่งการผสมผสานนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่าง Porsche และ Volkswagen ในหลายมิติ ต่อมา Porsche ได้พัฒนาและเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นของตนเองมากขึ้น จน Porsche 356 แทบจะไม่มีชิ้นส่วนของรถเต่าหลงเหลืออยู่เลย
Porsche 356 รุ่นแรกมาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer 4 สูบ ขนาด 1.1 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ จากเครื่องยนต์ของ Beetle ก่อนจะมีการพัฒนาเพิ่มขนาดความจุเป็น 1.3, 1.5, 1.6 และ 2.0 ลิตร พร้อมการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมด จนกลายเป็นเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche Porsche 356 ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปี 1948 ถึง 1965 รวมทั้งสิ้น 76,313 คัน
นอกจากรุ่นพื้นฐานแล้ว ยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Porsche 356 Carrera ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Porsche นำชื่อนี้มาใช้ โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ Double Overhead Camshaft (DOHC) อันเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างยิ่งในปี 1955
Porsche 911/912: ไอคอนนิคแห่งโลกสปอร์ตคาร์
ภายหลังความสำเร็จของ Porsche 356, บริษัทฯ ได้เริ่มวางแผนพัฒนารถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, เครื่องยนต์ทรงพลังยิ่งขึ้น และมีความหรูหราสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น รถรุ่นนี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show ปี 1963 และเริ่มผลิตในปีถัดมา
ในระหว่างการพัฒนา, รหัสการพัฒนารถรุ่นนี้คือ 901 แต่เนื่องจาก Peugeot ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส มีการใช้สิทธิบัตรชื่อรุ่นตัวเลข 3 หลัก โดยมีเลข 0 เป็นตัวกลางอยู่แล้ว ทำให้ Porsche ไม่สามารถใช้ชื่อ 901 ได้ แม้ว่า Peugeot จะไม่มีรถรุ่น 901 ก็ตาม สุดท้าย Porsche จึงเปลี่ยนเลข 0 เป็น 1 จนกลายเป็น Porsche 911 ชื่อนี้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าเป็นสุดยอดรถสปอร์ตตลอดกาล
Porsche 911 รุ่นแรกมาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร และมีการพัฒนาขยายขนาดความจุอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2.2, 2.4, 2.7, 3.0 จนถึง 3.3 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ในรุ่น Porsche 911 Turbo (930) ที่เปิดตัวในปี 1974 ซึ่งถือเป็นการผลักดันเทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้ก้าวไปสู่อนาคต รถ 911 รุ่นดั้งเดิมนี้ ผลิตตั้งแต่ปี 1964 ถึง 1989 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรุ่น 964 แม้จะมีความพยายามที่จะพัฒนารถรุ่นอื่นอย่าง Porsche 928 มาแทนที่ แต่แฟนคลับของ Porsche ยังคงยืนยันที่จะให้ Porsche 911 รุ่นเครื่องยนต์ Boxer วางหลัง ระบายความร้อนด้วยอากาศ ดำรงอยู่ต่อไป
อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ และหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็น 911 นั่นคือ Porsche 912 ซึ่งเปิดตัวในปี 1965 เพื่อเป็นทางเลือกที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า 911 เนื่องจาก 911 มีราคาสูงกว่า Porsche 356 เดิมมาก Porsche 912 ใช้เครื่องยนต์ Boxer 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก 356SC รุ่นสุดท้าย
Porsche 924/944/968: การทดลองบนพื้นฐานใหม่
Porsche มีประวัติความร่วมมือกับ Volkswagen มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ช่วงปลายยุค 1960 ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนารถรุ่นใหม่ ชื่อว่า Porsche 914 ที่เปิดตัวในปี 1969 และผลิตจนถึงปี 1976
ในช่วงต้นยุค 1970, Porsche และ VW เริ่มพัฒนาโครงการรถสปอร์ตที่จะมาแทนที่ 914 และเป็นรุ่นเริ่มต้นของ Porsche แต่เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973, VW ได้ถอนตัวออกจากโครงการนี้ไป เพื่อหันไปพัฒนารถขับเคลื่อนล้อหน้าแทน โดยมีผลลัพธ์เป็น Volkswagen Golf และ Volkswagen Scirocco
Porsche ซึ่งเป็นบริษัทที่เล็กกว่า และต้องการการปรับเปลี่ยนโมเดลรถให้ทันสมัย ได้ตัดสินใจซื้อดีไซน์จาก VW มาพัฒนาต่อเป็นรถสปอร์ตของตนเอง พร้อมกับการพัฒนารุ่นพิเศษ Porsche 912E เพื่อจำหน่ายเฉพาะในสหรัฐอเมริกาในปีเดียว โดยใช้ตัวถังของ 911 แต่ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบของ VW
ในที่สุด Porsche 924 ก็ถือกำเนิดขึ้น เปิดตัวปลายปี 1975 และเริ่มจำหน่ายในปี 1976 โดยใช้พื้นฐานที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง คือ เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเรียง จาก Volkswagen-Audi จุดเด่นคือการวางระบบเกียร์ไว้ด้านหลัง (Transaxle) เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุล (48/52) ทำให้ Porsche 924 กลายเป็นหนึ่งในรถที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแบรนด์
ต่อมา Porsche ได้ทำการปรับปรุง 924 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความหรูหราและสมรรถนะ จนเกิดเป็น Porsche 944 ในปี 1982 ซึ่งมีการใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบเรียง ที่พัฒนาโดย Porsche เอง แทนที่เครื่องยนต์เดิมของ VW-Audi มีการขยายขนาดเครื่องยนต์เป็น 2.7 และ 3.0 ลิตร รวมถึงการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์
Porsche 924 ยุติการผลิตในปี 1988 และ Porsche 944 รุ่นปรับปรุงโฉมสุดท้ายเปิดตัวในปี 1989 แม้ดีไซน์จะเริ่มดูเก่า แต่ Porsche ก็ได้วางแผนปรับปรุง 944 ครั้งใหญ่ จนกลายมาเป็น Porsche 968 ในปี 1991 ซึ่งถือเป็นการพัฒนารถพื้นฐานเครื่องยนต์ 4 สูบวางหน้า เกียร์วางหลัง ขั้นสูงสุดที่เริ่มต้นจาก Porsche 924 และทำตลาดจนถึงปี 1995 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย Porsche Boxster
Porsche 964: จุดเปลี่ยนสำคัญของ 911
แม้ว่า Porsche 928 จะถูกคาดหวังให้มาแทนที่ 911 แต่ด้วยยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้า การพัฒนารถรุ่นดั้งเดิมยังคงดำเนินต่อไป ในช่วงกลางยุค 1980, Porsche ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง Porsche 959 ซึ่งเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกในปี 1986 ด้วยความเร็วสูงสุด 317 กม./ชม. มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเจอร์ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All Wheel Drive ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขลักษณะการขับขี่ของรถเครื่องยนต์วางหลัง
ในปี 1989, Porsche ได้เปิดตัวรถที่ถือเป็นการ “แทนที่” 911 รุ่นดั้งเดิมอย่างแท้จริง นั่นคือ Porsche 911 (964) รถรุ่นนี้มีความเปลี่ยนแปลงมากมายจนได้รับรหัสใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ M64 ขนาด 3.6 ลิตร แบบ Boxer 6 สูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ยังคงรูปแบบเดิมไว้
Porsche 964 มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยรุ่น Carrera 4 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในขณะที่ Carrera 2 ขับเคลื่อนล้อหลังเปิดตัวในปี 1990 และเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic แม้จะไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักสะสม Porsche รุ่นเก่า แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของระบบส่งกำลังอัตโนมัติประสิทธิภาพสูงใน 911 รุ่นปัจจุบัน Porsche 964 จึงถือเป็นรถที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง 911 ยุคคลาสสิกและยุคปัจจุบัน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Porsche ยังคงประสบปัญหาด้านการเงิน
Porsche 993: ปิดฉากยุคเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ในปี 1994, Porsche เปิดตัว 911 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก 964 ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น นั่นคือ Porsche 993 การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวและสง่างามยิ่งขึ้น ซึ่งมี DNA ที่ส่งทอดมาถึง 911 ในยุคปัจจุบัน (ตั้งแต่รุ่น 996)
นอกจากดีไซน์ภายนอก, Porsche 993 ยังมีการเปลี่ยนแปลงภายในที่สำคัญ เช่น ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ก้าวหน้า ทำให้การขับขี่เป็นมิตรกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับรถเครื่องยนต์วางหลังมากขึ้น
สำหรับแฟนพันธุ์แท้, Porsche 993 ได้รับการยกย่องว่าเป็น 911 ที่น่าสนใจและน่าสะสมมากที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะเทคโนโลยีหรือดีไซน์ แต่เพราะมันคือ Porsche 911 ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศเป็นรุ่นสุดท้าย ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำในรุ่น 996 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากรถสำหรับนักขับ สู่รถสำหรับนักสะสมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวและรายละเอียด
Porsche Boxster/Cayman: การกลับมาของแบรนด์
Porsche Boxster และ Cayman ในปัจจุบัน คือรถสปอร์ตระดับเริ่มต้นของแบรนด์ และเป็นตัวแทนของ Porsche 968 หลังจากปี 1996 รถรุ่นเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ทำให้ Porsche กลับมามีผลกำไรได้อีกครั้ง หลังจากประสบภาวะขาดทุนมานานในช่วงต้นยุค 1990
Porsche Boxster โฉมแรก (รหัส 986) พัฒนาขึ้นในปี 1991 โดยใช้เครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ (เป็นครั้งแรกสำหรับ Porsche) วางไว้กึ่งกลางระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง เครื่องยนต์นี้ถูกนำไปใช้ใน Porsche 911 (996) ในปี 1997
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Boxster เกิดขึ้นได้ คือการนำระบบ Toyota Production System (TPS) มาปรับใช้ โดยเฉพาะ Lean Production ที่ช่วยลดเวลาและต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งเพิ่มคุณภาพของรถ การแชร์ชิ้นส่วนระหว่างรุ่นจึงมีมากขึ้น โดย Boxster 986 และ 911 996 ใช้ชิ้นส่วนด้านหน้าส่วนใหญ่ร่วมกัน
ปัจจุบัน, หลังจากผ่านไป 4 เจเนอเรชั่น รวมถึงการเข้ามาของ Porsche Cayman (เวอร์ชันหลังคาแข็ง), Porsche 718 (Boxster และ Cayman) กลายเป็น Porsche ที่พบเห็นได้ง่าย เนื่องจากได้รับความนิยมสูงมาก
Porsche Cayenne: พลิกโฉมวงการ SUV
ในช่วงต้นยุค 2000, Porsche Cayenne ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากแฟนคลับ Porsche ที่มองว่าไม่ใช่รถ Porsche ที่แท้จริง เนื่องจากเป็นรถ SUV และใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Volkswagen แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญก็ยอมรับว่า Porsche Cayenne เป็น SUV ที่มีประสิทธิภาพและการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
Porsche Cayenne ถือกำเนิดขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม ตรงกับกระแสความนิยมของรถ SUV ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น หาก Porsche Boxster คือรถที่ช่วยให้ Porsche กลับมามีกำไร, Cayenne คือรถที่ทำให้ Porsche กลายเป็นแบรนด์ที่ไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมอีกต่อไป
ปัจจุบัน, Cayenne เข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 และเป็น Porsche ที่มียอดขายสะสมมากที่สุด เป็นรถ Porsche รุ่นแรกที่ผลิตนอกยุโรป และมีทางเลือกขุมพลังแบบ Hybrid สร้างรายได้ให้ Porsche สามารถพัฒนารถสปอร์ตแบบดั้งเดิมที่แฟนคลับชื่นชอบได้ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของ Cayenne ก็ยังเป็นที่ยอมรับ ดังเช่นรถ Cayenne Turbo ที่ติดตั้งแขน Russian Arm สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะและความสามารถในการควบคุมที่เหนือกว่า SUV รุ่นอื่นๆ
Porsche 996/997: ยุคใหม่ของ 911
ในปี 1997, Porsche เปิดตัว 911 โฉมใหม่ รหัส 996 ซึ่งเป็น 911 รุ่นแรกที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และใช้เครื่องยนต์รวมถึงชิ้นส่วนอื่นๆ ร่วมกับ Porsche Boxster ที่พัฒนาขึ้นพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้รับผลตอบรับที่ไม่ดีนักจากลูกค้ากลุ่มเดิม ทำให้ในปัจจุบัน Porsche 996 มีราคาที่เข้าถึงง่าย และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่ยึดติดกับเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ หรือไฟหน้าทรงกลม
เป็นที่น่าแปลกใจว่า Porsche 911 (997) ซึ่งเปิดตัวในปี 2004 และทำตลาดจนถึงปี 2011 กลับมีจำนวนรถที่เข้าร่วมงาน Das Treffen 7 มากกว่า 996 อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงระหว่าง 996 และ 997 จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าการเปลี่ยนจาก 993 เป็น 996 แต่การวิพากษ์วิจารณ์และความนิยมกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความแตกต่างที่เด่นชัดคือไฟหน้ากลับมาใช้ทรงกลม, การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์, การปรับปรุงช่วงล่างและตัวถังให้กว้างขึ้น และการตกแต่งภายในให้หรูหราขึ้น
Porsche 996 และ 997 เป็นโฉมแรกของ 911 ที่มีจำนวนรุ่นย่อยหลากหลายมากขึ้น เช่น Carrera S, GT3 RS, GT2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางการเงินที่ดีขึ้นของ Porsche ที่มีงบประมาณในการพัฒนารุ่นย่อยที่แตกต่างเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
Porsche Carrera GT/918 Spyder: สปอร์ตคาร์ระดับสูงสุด
ในงาน Das Treffen 7, แม้จะไม่ได้พบเห็น Porsche 959 แต่เราได้เห็นรถ Supercar ระดับสูงสุด 2 รุ่น ที่เป็นผู้สานต่อตำนานรุ่นแรก ได้แก่ Porsche Carrera GT และ Porsche 918 Spyder
Porsche Carrera GT พัฒนาต่อเนื่องจากทีมแข่งขัน Le Mans รุ่น GT1 โดยมีแผนพัฒนเครื่องยนต์ V10 แต่ต้องยุติไปเพราะ Porsche ต้องทุ่มงบประมาณและบุคลากรไปกับการพัฒนารถ SUV อย่าง Cayenne แต่เมื่อ Cayenne ประสบความสำเร็จเกินคาด, Porsche ก็มีงบประมาณเพียงพอที่จะพัฒนารถรุ่นพิเศษอีกครั้ง หลังจากเปิดตัวรถต้นแบบ Carrera GT ในงาน Paris Motor Show ปี 2000 ด้วยเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม
Porsche Carrera GT จึงถูกผลิตจริงโดยดีไซน์แทบไม่แตกต่างจากรถต้นแบบ เปิดตัวในปี 2004 มาพร้อมเครื่องยนต์ V10 สูบ 5.7 ลิตร จากรถ Le Mans พร้อมเทคโนโลยี Supercar อย่างโครงสร้างตัวถัง Carbon Fiber ทั้งคัน, ช่วงล่างแบบ Pushrod Actuated และจานเบรก Carbon Ceramic
ต่อมา, Porsche 918 Spyder คือ Supercar อีกรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans เปิดตัวในปี 2013 เป็น Porsche รุ่นแรกที่ใช้ขุมพลัง Hybrid ผสานเครื่องยนต์ V8 สูบ 4.5 ลิตร จากรถแข่ง Le Mans LMP2 กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 887 แรงม้า (PS) และเป็นรถยนต์ที่วิ่งในสนาม Nürburgring ได้ต่ำกว่า 7 นาทีเป็นคันแรก ด้วยการผลิตเพียง 918 คันทั่วโลก
Porsche 991/992: วิวัฒนาการแห่ง 911 สู่ยุคใหม่
Porsche 911 โฉม 991 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตระกูล 911 ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด การใช้ อลูมิเนียมน้ำหนักเบา ในโครงสร้างรถ, การปรับตำแหน่งเครื่องยนต์และล้อหลังเพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุลยิ่งขึ้น และการเปลี่ยนมาใช้พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า แม้ในช่วงแรกจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฟิลลิ่งพวงมาลัย แต่แพลตฟอร์มใหม่นี้ก็ทำให้ Handling ของ 911 991 เหนือกว่ารุ่น 997 อย่างเห็นได้ชัด
การปรับโฉมเป็นรุ่น 991.2 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ด้วยการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบใหม่ทั้งหมด (ยกเว้นตระกูล GT3) เป็น 3.0 ลิตร Boxer 6 สูบ พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านมลพิษและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทั่วโลก
ปัจจุบัน, Porsche 911 (992) คือการพัฒนาต่อยอดจาก 991.2 ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 3.0 ลิตร เหมือนเดิม แต่ปรับแพลตฟอร์มให้เป็นแบบ Modular มากขึ้น เพื่อรองรับการผลิตรุ่นย่อยที่หลากหลาย และใช้ชิ้นส่วนร่วมกับ Porsche 718 Boxster/Cayman ได้มากขึ้น แนวคิด Modular Platform นี้ เป็นผลมาจากการนำระบบที่ได้แรงบันดาลใจจาก Toyota Production System มาใช้ตั้งแต่การเปิดตัว Boxster
สำหรับ 911 GT3 ในรุ่น 992, มีการปรับมาใช้ช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone แทนแบบ MacPherson Strut ที่ใช้มาตลอด และมีเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร แบบ Naturally Aspirated พร้อมเกียร์ธรรมดาเป็นทางเลือก ทำให้หลายคนมองว่า Porsche 911 GT3 อาจเป็นรถสำหรับนักขับอย่างแท้จริงรุ่นสุดท้ายของโลก เพราะ Porsche เองก็กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ EV
Porsche Taycan: อนาคตแห่งสปอร์ตคาร์ไฟฟ้า
Porsche Taycan ได้รับการเผยโฉมครั้งแรกในรูปแบบของ Porsche Mission E ในปี 2015 และดีไซน์ก็แทบจะถูกนำมาใช้กับ Taycan ในเวลาต่อมา หลังจากเปิดตัวในปี 2019 และเริ่มจำหน่ายในปี 2020, Porsche Taycan ได้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่สร้างมาเพื่อคนที่รักการขับขี่อย่างแท้จริง มีดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และราคาจำหน่ายที่คุ้มค่ากว่า Porsche รุ่นอื่นๆ
ในงาน Das Treffen 7, เราได้เห็น Porsche Taycan หลากหลายรุ่นย่อยจอดแสดงอยู่ แสดงให้เห็นถึงอนาคตของแบรนด์รถสปอร์ตเก่าแก่แห่งนี้
สรุป
การได้เห็นรถยนต์ Porsche หลากยุคสมัยมารวมตัวกันในงานอย่าง Das Treffen 7 ไม่เพียงแต่เป็นการชื่นชมความงามและสมรรถนะของยนตรกรรมเหล่านี้ แต่ยังเป็นการย้อนรอยประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม, ความหลงใหลในการขับขี่ และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานนี้ สามารถรอติดตามการจัดงานครั้งต่อไปในช่วงต้นปี 2024 และเตรียมพบกับวิดีโอพาชมงานที่จะตามมาในเร็วๆ นี้
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของ Porsche ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์สุดคลาสสิก, สมรรถนะที่เร้าใจ, หรือเทคโนโลยีสุดล้ำ, ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาและค้นหารถ Porsche ในฝันของคุณได้แล้ววันนี้

