Das Treffen 7: มหากาพย์แห่งยนตรกรรม Porsche สีสันแห่งความฝันบนถนนเมืองไทย
ในวงการยานยนต์ระดับโลก น้อยแบรนด์นักที่จะมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการขับขี่เท่ากับ Porsche แบรนด์สปอร์ตคาร์สัญชาติเยอรมนีผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่กำเนิด Porsche 356 รถยนต์รุ่นแรกที่ประทับตราอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจนี้ คือจุดเริ่มต้นของตำนานที่ผูกพันกับการมอบประสบการณ์การขับขี่สูงสุดแก่ผู้ครอบครอง และยังเป็นชื่อที่กึกก้องไปทั่วสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอีกด้วย
เมื่อใดก็ตามที่มีการรวมตัวของเหล่าขุมพลัง Porsche ไม่ว่าจะที่มุมใดของโลก แฟนพันธุ์แท้ต่างหลั่งไหลมารวมกันอย่างเนืองแน่น นำทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ตั้งแต่อดีตอันล้ำค่าไปจนถึงปัจจุบันที่ล้ำสมัย มาจัดแสดงให้สาธารณชนได้ประจักษ์ถึงความงามสง่าและความเป็นเอกลักษณ์ และในวันนี้ เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจของ Das Treffen 7 งานรวม Porsche Thailand ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Das Treffen Magazine
Dreams in Colours: สีสันแห่งความฝันและการแสดงออกถึงความเป็นตัวตน
ธีมงาน “Dreams in Colours” ของ Das Treffen 7 สะท้อนถึงความเป็นปัจเจกของเจ้าของรถ Porsche แต่ละคัน ที่มักจะเลือกสรรสีสันอันตระการตาบ่งบอกถึงรสนิยมและความชื่นชอบส่วนตัว หากคุณคุ้นเคยกับตลาดรถยนต์ทั่วไปที่นิยมสีขาว ดำ หรือเงิน การได้เห็นทัพ Porsche หลากสีสันราวกับลูกกวาด ไม่ว่าจะเป็น Racing Yellow อันร้อนแรง, Lizard Green สุดเข้มข้น, Carmine Red อันเย้ายวน หรือ Miami Blue สดใส ล้วนเป็นภาพที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจและบ่งบอกถึงจิตวิญญาณแห่งสีสันที่ Porsche มอบให้
นอกเหนือจากการจัดแสดงรถยนต์อันงดงามแล้ว เจ้าของ Porsche ยังมีโอกาสได้ปลดปล่อยสมรรถนะของรถคู่ใจผ่านการแข่งขัน Gymkhana อันน่าตื่นเต้น เพื่อชิงรางวัลอันทรงเกียรติจาก Michelin เป็นโอกาสให้ยนตรกรรมสมรรถนะสูงเหล่านี้ได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา
งาน Das Treffen 7 ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ Impact Speed Park สนามโกคาร์ทมาตรฐานระดับโลก ใกล้กับทะเลสาบเมืองทองธานี ในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2023 ที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแก่นักขับ Porsche ทุกท่าน ผู้ที่นำรถ Porsche คู่ใจมาร่วมงาน ก็ได้รับสิทธิ์เข้างานฟรีทันที
ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านย้อนรอยประวัติศาสตร์และสัมผัสเรื่องราวอันน่าทึ่งของรถยนต์ Porsche แต่ละรุ่นที่มาร่วมสร้างสีสันในงานนี้ โดยเรียงลำดับตามช่วงเวลาการเปิดตัว ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกอย่าง Porsche 356 ไปจนถึง Porsche 911 992 รุ่นล่าสุด, Porsche Cayenne ผู้พลิกวงการ SUV และ Porsche Taycan รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
Porsche 356: จุดเริ่มต้นแห่งตำนานจากเงาของ Beetle
เบื้องหลังความสำเร็จของ Porsche คือ Ferdinand Porsche ผู้ก่อตั้งชาวออสเตรีย ซึ่งเริ่มต้นบริษัทที่เมือง Stuttgart ประเทศเยอรมนี ในปี 1931 เดิมทีบริษัทมีบทบาทในการออกแบบรถยนต์ราคาประหยัดให้กับพรรคนาซีเยอรมนี ซึ่งภายหลังได้กลายมาเป็น Volkswagen Beetle รถยนต์ที่เป็นสัญลักษณ์ของการออกแบบที่โดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ Ferdinand ถูกควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยอาชญากรสงคราม Ferdinand “Ferry” Porsche ลูกชายของเขา พร้อมด้วย Louise Porsche ลูกสาว ได้สานต่อกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤตหลังสงคราม ด้วยการรับงานออกแบบรถยนต์ให้กับค่ายอื่น ๆ
Porsche 356 ถือกำเนิดขึ้นภายใต้แนวคิดรถสปอร์ตที่เน้นการขับขี่เป็นสำคัญ แต่ด้วยสภาพเยอรมนีหลังสงครามที่ขาดแคลนชิ้นส่วน Ferry Porsche จำเป็นต้องนำชิ้นส่วนบางส่วนของ VW Beetle มาใช้ อาทิ เสื้อสูบเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนช่วงล่าง นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ Porsche จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Volkswagen แต่ในภายหลัง Porsche ได้พัฒนาชิ้นส่วนเหล่านั้นให้เป็นของตนเอง จน Porsche 356 แทบจะไม่มีชิ้นส่วนของรถเต่าเหลืออยู่เลย
Porsche 356 ในช่วงแรก ใช้เครื่องยนต์ 1.1 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer อันเป็นเอกลักษณ์ แต่มีการปรับปรุงชิ้นส่วนอื่น ๆ เกือบทั้งหมด ก่อนที่จะขยายขนาดเครื่องยนต์เป็น 1.3, 1.5, 1.6 และ 2.0 ลิตร ในรุ่นหลัง โดยชิ้นส่วนภายในทั้งหมดถูกปรับเปลี่ยนใหม่ให้เป็นเครื่องยนต์ของ Porsche เอง
Porsche 356 ผลิตขึ้นระหว่างปี 1948 ถึง 1965 รวมทั้งสิ้น 76,313 คัน นอกเหนือจากรุ่นพื้นฐาน ยังมีรุ่นพิเศษประสิทธิภาพสูงอย่าง Porsche 356 Carrera ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Porsche ใช้ชื่อนี้ โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ Double Overhead Camshaft อันเป็นนวัตกรรมล้ำยุคในปี 1955
Porsche 911/912: ไอคอนแห่งสมรรถนะและความสง่างาม
หลังจากความสำเร็จของ Porsche 356 บริษัทมีความคิดที่จะพัฒนารถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ใช้เครื่องยนต์ทรงพลังยิ่งขึ้น และมีความหรูหราสะดวกสบายในการใช้งาน รถรุ่นใหม่นี้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show ปี 1963 และเริ่มวางจำหน่ายในปีถัดมา
ในระหว่างการพัฒนา รถรุ่นใหม่นี้มีรหัสว่า 901 เนื่องจากรถแข่งรุ่นอื่น ๆ ใช้รหัสหลัก 800 ไปหมดแล้ว และถูกตั้งใจจะใช้ชื่อ Porsche 901 แต่ Peugeot ผู้ใช้ชื่อรุ่นที่เป็นตัวเลข 3 หลัก โดยมีเลข 0 อยู่ตรงกลางมาตั้งแต่ต้น ได้คัดค้านการใช้ชื่อนี้ แม้ว่า Peugeot จะไม่มีรถรุ่น 901 ก็ตาม
Porsche จึงเปลี่ยนเลขกลางจาก 0 เป็น 1 จนกลายเป็น Porsche 911 ชื่อที่น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักในปัจจุบัน Porsche 911 เปิดตัวพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 6 สูบ Boxer และได้ขยายขนาดเป็น 2.2, 2.4, 2.7, 3.0, 3.2 ลิตร จนถึง 3.3 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ในรุ่น 930 Turbo ที่เปิดตัวในปี 1974 ซึ่งเป็นรถที่ทำให้เทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต
Porsche 911 รุ่นดั้งเดิมผลิตระหว่างปี 1964 ถึง 1989 ก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมเป็นรุ่น 964 แม้จะมีความพยายามที่จะแทนที่รถสปอร์ตเครื่องยนต์ Boxer วางหลัง ระบายความร้อนด้วยอากาศนี้ด้วย Porsche 928 เครื่องยนต์ V8 ระบายความร้อนด้วยน้ำ วางหน้า แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากแฟนคลับ Porsche ที่หลงใหลในเอกลักษณ์เฉพาะตัวยังคงเรียกร้องให้ผลิตรุ่นนี้ต่อไป การจินตนาการถึง Porsche ที่ปราศจากรถเครื่องยนต์วางหลังจึงเป็นเรื่องที่ยาก
อีกรุ่นที่น่าสนใจ ซึ่งหลายท่านอาจมองเผินๆ ว่าเป็น 911 แต่เมื่อสังเกตป้ายทะเบียน จะพบว่าเป็น Porsche 912
ในปี 1965 หลังจากการเปิดตัว Porsche 911 ไปแล้ว Porsche 356 ยังคงจำหน่ายต่อไป แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่า 911 จะกลายเป็นสินค้าหลักของแบรนด์ และ 356 ก็ใกล้จะสิ้นสุดอายุขัย แต่ราคาจำหน่ายของ 911 ที่ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนั้นแพงกว่า Porsche 356 พอสมควร บริษัทจึงมีแนวคิดที่จะสร้างรถรุ่นใหม่ที่ราคาใกล้เคียงกับ 356 เดิม
Porsche 912 จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 4 สูบ Boxer ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ของ Porsche 356SC รุ่นสุดท้าย
Porsche 924/944/968: ก้าวข้ามสู่ยุคใหม่ด้วยการออกแบบที่แตกต่าง
Porsche มีความเกี่ยวข้องกับ Volkswagen มาโดยตลอด และมีการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันหลายจุด ในช่วงปลายยุค 1960 ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนารถรุ่นใหม่ ซึ่งก็คือ Porsche 914 ที่เปิดตัวในปี 1969 และถือเป็นการแทนที่ทั้ง Porsche 912 และ VW Karmann Ghia โดย 914 ผลิตต่อเนื่องถึงปี 1976
ในช่วงต้นยุค 1970 Porsche และ VW กำลังพัฒนารถรุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่ 914 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตระดับสูงสุดของ VW และเป็นรถรุ่นเริ่มต้นของ Porsche แต่ด้วยวิกฤติน้ำมันหลังสงคราม Yom Kippur ในปี 1973 ทำให้ VW ถอนตัวจากความร่วมมือนี้ เพื่อหันไปพัฒนารถ 2 ประตู บนพื้นฐานรถขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่นใหม่ VW Golf ซึ่งก็คือ VW Scirocco
Porsche ในฐานะบริษัทที่เล็กกว่าและจำเป็นต้องเปลี่ยนโฉมรถ 914 ที่มีอายุมาก จึงตัดสินใจซื้อดีไซน์นี้จาก VW มาพัฒนาเป็นรถสปอร์ตรุ่นใหม่ของตนเอง ควบคู่ไปกับการพัฒนารถรุ่นพิเศษ Porsche 912E เพื่อจำหน่ายเพียงปีเดียว หลังจากการปิดสายการผลิต 914 แต่รถรุ่นใหม่ยังไม่พร้อมเปิดตัว โดยเป็นการนำตัวถัง Porsche 911 มาติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบของ VW เพื่อจำหน่ายเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
ในที่สุด Porsche 924 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เปิดตัวปลายปี 1975 และจำหน่ายจริงในปี 1976 รถรุ่นนี้ใช้พื้นฐานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน: เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียงของ Volkswagen-Audi
จุดเด่นของรถรุ่นนี้คือการติดตั้งระบบเกียร์ไว้ที่ด้านหลังรถ (Transaxle) เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักที่ 48/52 ซึ่งเป็นการกระจายน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับรถสมรรถนะสูง และ Porsche 924 ก็กลายเป็นหนึ่งในรถที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแบรนด์
ในภายหลัง Porsche ได้ปรับปรุง 924 ในหลายจุดเพื่อเพิ่มความหรูหราและสมรรถนะ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มากพอที่จะทำให้ Porsche มอบรหัสรุ่นใหม่ให้กับรถคันนี้ จนกลายเป็น Porsche 944 ในปี 1982 โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการหันมาใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียงที่พัฒนาโดย Porsche เอง แทนที่เครื่องยนต์เดิมของ VW-Audi
ในภายหลังมีการขยายขนาดเครื่องยนต์เป็น 2.7 และ 3.0 ลิตร รวมถึงการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์เพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน Porsche 924 ก็ยังคงผลิตควบคู่กันไปในฐานะรถรุ่นเริ่มต้น และหลังจากที่ VW-Audi เลิกผลิตเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเดิม Porsche 924 ก็ถูกติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรใหม่
Porsche 924 ยุติการจำหน่ายในปี 1988 และ Porsche 944 เวอร์ชั่นปรับปรุงโฉมสุดท้ายเปิดตัวในปี 1989 แต่ดีไซน์ของรถรุ่นนี้ก็เริ่มเก่าเกินไป จึงมีแผนที่จะปรับปรุง 944 อีกครั้ง ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
Porsche 968 เปิดตัวในปี 1991 โดยเดิมทีจะเป็น Porsche 944 รุ่นปรับปรุงโฉม “S3” แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่มาก จึงทำให้ Porsche มอบรหัสรุ่นใหม่ไปเลย และนับเป็นการพัฒนาขั้นสูงสุดของพื้นฐาน Porsche เครื่อง 4 สูบแถวเรียง วางหน้า เกียร์หลัง ที่เริ่มต้นจาก Porsche 924 Porsche 968 ทำตลาดจนถึงปี 1995 และถูกแทนที่ด้วยรถสปอร์ตรุ่นเริ่มต้นใหม่ นั่นคือ Porsche Boxster
Porsche 964: จุดเปลี่ยนสำคัญสู่ยุคใหม่ของ 911
แม้ว่า Porsche 928 จะเปิดตัวมาและมีความคาดหวังว่าจะมาแทนที่ Porsche 911 แต่ยอดขายที่ไม่ประสบความสำเร็จทำให้การพัฒนาของรุ่นเดิมต้องดำเนินต่อไป ในช่วงกลางยุค 1980 Porsche ได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอนาคต ตัวอย่างแรกที่เราได้เห็นคือ Porsche 959 รถรุ่นสูงสุดของค่ายที่กลายมาเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกในปี 1986 ด้วยความเร็วสูงสุด 317 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Porsche 959 มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเจอร์ และที่สำคัญกว่านั้นคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All Wheel Drive ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขคุณลักษณะของรถที่ติดตั้งเครื่องยนต์ไว้หลังเพลาขับเคลื่อนด้านหลัง
ในปี 1989 Porsche ได้เปิดตัวรถที่ถือว่า “มาแทน” Porsche 911 รุ่นดั้งเดิมอย่างแท้จริง แม้ว่าดีไซน์โดยรวมจะไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นคือ Porsche 911 รหัส 964 ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงเพียงพอที่จะได้รับรหัสใหม่ รถรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด รหัส M64 ขนาด 3.6 ลิตร ที่ยังคงรูปแบบ 6 สูบ Boxer ระบายความร้อนด้วยอากาศไว้
นอกจากนี้ Porsche 964 ได้ติดตั้งเทคโนโลยีไว้เต็มคัน รถรหัส 964 ช่วงแรกมีเฉพาะรุ่น Carrera 4 ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ต้องรอจนปี 1990 จึงมีการปล่อยรถ Carrera 2 ขับเคลื่อนล้อหลังออกมา และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกนำมาติดตั้งครั้งแรกในรุ่น 964 คือระบบเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic ซึ่งแม้จะไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เล่น Porsche รุ่นเก่าในปัจจุบัน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของระบบส่งกำลังอัตโนมัติสมรรถนะสูงที่ Porsche 911 รุ่นธรรมดาใช้กันในปัจจุบัน
เราจึงสรุปได้ว่า Porsche 964 เป็นรถที่เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่าง Porsche 911 ต้นฉบับ กับ Porsche รุ่นใหม่ๆ ในยุคปัจจุบัน ถือกำเนิดขึ้นในยุคที่ Porsche ยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายเหมือนในปัจจุบันนัก ในช่วงต้นยุค 1990 อันเป็นยุคสมัยของ 964 นี้ Porsche ยังคงประสบปัญหาด้านทุนทรัพย์
Porsche 993: ปิดฉากตำนานเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ในปี 1994 Porsche เปิดตัว 911 รุ่นใหม่ และเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากรุ่น 964 ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ Porsche 993
ความโดดเด่นที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวยิ่งกว่า 911 เดิม และ 964 อย่างเห็นได้ชัด สำหรับแฟนคลับ Porsche อาจจะพอเห็น DNA ที่ภายหลังกลายมาเป็น 911 ในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่รุ่น 996 เป็นต้นมา แต่เหนือกว่านั้น Porsche 993 ยังมีความเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างที่อยู่เบื้องลึก
เช่น ช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link ที่พัฒนาขึ้นได้เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในยุคที่รถหลายรุ่นหันมาใช้ช่วงล่างแบบนี้ ทำให้ Porsche 993 มีการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการขับขี่รถยนต์เครื่องวางหลังมากยิ่งขึ้น เป็นตัวช่วยเสริมจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และเกียร์ Tiptronic ของรุ่น 964
ท้ายที่สุด ในความเห็นของเรา สาเหตุที่ Porsche 993 ได้รับการยกย่องให้เป็น 911 ที่น่าสนใจและน่าหามาครอบครองมากที่สุด ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยี หรือเพราะดีไซน์ แต่เป็นเพราะมันคือ Porsche 911 ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศรุ่นสุดท้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำในรุ่น 996 ซึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนจากการที่ Porsche 911 เป็นรถสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ กลายเป็นรถสำหรับนักสะสมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวและรายละเอียดของตัวรถมากกว่า
Porsche Boxster/Cayman: พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสแห่งความสำเร็จ
Porsche Boxster และ Porsche Cayman ในปัจจุบันเป็นรถสปอร์ตระดับเริ่มต้นของแบรนด์ ซึ่งถ้าว่ากันตามจริง ก็คือตัวแทนของ Porsche 968 หลังปี 1996 แต่ที่แตกต่างจากรถรุ่นเริ่มต้นเครื่องยนต์วางหน้าอย่าง Porsche 968 คือรถรุ่นเหล่านี้ประสบความสำเร็จมากพอที่จะทำให้ Porsche กลับมามีกำไรได้ หลังจากที่ประสบภาวะขาดทุนมานานหลายปีในช่วงต้นยุค 1990
Porsche Boxster โฉมแรก มีรหัสการพัฒนา 986 และเริ่มต้นพัฒนาในช่วงปี 1991 รูปแบบของรถคือการติดตั้งเครื่องยนต์ 6 สูบ Boxer ระบายความร้อนด้วยน้ำ (ครั้งแรกสำหรับ Porsche) ไว้ที่กึ่งกลางระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง เครื่องยนต์นี้ในภายหลังได้ถูกนำไปใช้กับรถรุ่น 911 รหัส 996 ในปี 1997
ความน่าสนใจของ Porsche Boxster คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ เป็นเพราะ Toyota แต่ไม่ใช่ว่า Toyota มาช่วยออกแบบโดยตรง เพียงแต่กลุ่มทุนที่ประกอบด้วยอดีตวิศวกรจาก Toyota เข้ามาให้คำปรึกษาในช่วงที่ Porsche กำลังประสบปัญหา เพื่อนำระบบ Toyota Production System เข้ามาปรับใช้กับบริษัท โดยหลักสำคัญคือ Lean Production ที่ช่วยให้การผลิตง่ายขึ้น ลดเวลา ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มคุณภาพของตัวรถ
นั่นทำให้ Porsche เริ่มมีแนวคิดการแชร์ชิ้นส่วนระหว่างรุ่นมากขึ้น ในอดีต รถอย่าง Porsche 968 และ 993 ใช้ชิ้นส่วนร่วมกันน้อยมาก เพราะพื้นฐานรถที่แตกต่างกัน แต่ Porsche Boxster 986 กับ Porsche 911 996 นั้น ใช้ชิ้นส่วนร่วมกันมากกว่าถึงขนาดที่ชิ้นส่วนด้านหน้าใช้ร่วมกันทั้งหมด
หลังจากผ่านไป 4 เจเนอเรชั่น รวมถึงการเข้ามาของ Porsche Cayman ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นหลังคาแข็ง ในปัจจุบัน Porsche 718 คือ Porsche ที่พบเห็นได้ง่าย เนื่องจากได้รับความนิยมสูงมาก
Porsche Cayenne: การปฏิวัติวงการ SUV ด้วยสมรรถนะอันไร้ที่ติ
หากคุณไม่ได้ติดตามวงการรถยนต์มาตั้งแต่ช่วงต้นยุค 2000 คุณอาจจะจำไม่ได้ว่า Porsche Cayenne ในช่วงแรกถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักขนาดไหน ในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบรถ Porsche มองว่ามันไม่ใช่รถ Porsche ที่แท้จริง เพราะเป็นรถ SUV แถมยังใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Volkswagen แต่ถึงกระนั้น นักวิจารณ์ก็ต้องยอมรับว่า Porsche Cayenne เป็นรถ SUV ที่มีสมรรถนะและการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
นอกจากนั้น มันเป็นรถที่มาได้ถูกที่ ถูกเวลา ตรงกับกระแสของรถ SUV ที่กำลังพุ่งทะยาน หาก Porsche Boxster คือรถที่ทำให้ Porsche กลับมามีกำไร เจ้า Cayenne นี้เองก็เป็นรถที่ทำให้ Porsche กลายมาเป็นแบรนด์ที่ไม่ต้องอาศัยรายได้จากการให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมอีกต่อไป
ในปัจจุบัน Porsche Cayenne เข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 และเป็น Porsche ที่มียอดขายสะสมมากที่สุด เป็นรถ Porsche รุ่นแรกที่ถูกส่งไปประกอบนอกภูมิภาคยุโรป อีกทั้งยังมีขุมพลังแบบ Hybrid ให้เลือกในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้สร้างรายได้ให้ Porsche สามารถพัฒนารถสปอร์ตแบบดั้งเดิมรุ่นต่างๆ ที่มีความพิเศษในแบบที่แฟนคลับ Porsche ชื่นชอบ
อีกทั้งเราก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงประสิทธิภาพของรถรุ่นนี้จริงๆ ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก ดังที่เห็นจากรถในภาพ ซึ่งเป็นรถที่ติดตั้งแขน Russian Arm สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ รถ Porsche Cayenne Turbo ถูกเลือกนำมาใช้เนื่องจากความแรงและความสามารถในการควบคุมที่เหนือกว่ารถ SUV รุ่นอื่น
Porsche 996/997: ก้าวสู่ยุคใหม่ของ 911 ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ในปี 1997 Porsche เปิดตัว 911 โฉมใหม่ รหัส 996 ซึ่งเป็น 911 รุ่นแรกที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และใช้เครื่องยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนอื่นๆ ร่วมกับ Porsche Boxster ที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมกัน
การเปลี่ยนแปลงนี้ ได้รับผลตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักจากกลุ่มลูกค้า Porsche เดิม และนั่นทำให้ในปัจจุบัน มูลค่าของ Porsche 996 อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด และกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่แคร์ว่า Porsche จะต้องเป็นเครื่องระบายความร้อนด้วยอากาศ หรือไฟหน้าต้องกลม อย่างไรก็ตาม Porsche 996 ที่เข้าร่วมงานก็มีจำนวนน้อยมาก
ในขณะเดียวกัน และเป็นเรื่องน่าแปลกที่ Porsche 911 โฉม 997 ซึ่งเปิดตัวในปี 2004 และทำตลาดจนถึงปี 2011 กลับมีจำนวนรถที่มาร่วมงานมากกว่า 996 มากทีเดียว มันแสดงให้เห็นถึงมุมมองของแฟนคลับ Porsche ต่อ 911 สองเจเนอเรชั่นที่แตกต่างกัน แต่ที่เราบอกว่าน่าแปลก เพราะ Porsche 911 โฉม 997 มีความแตกต่างกับ 996 ไม่ได้พลิกโลกเท่ากับการเปลี่ยนจาก 993 เป็น 996 แต่คำวิพากษ์วิจารณ์และความนิยมนั้นต่างกันลิบลับ
โดยหลัก ความแตกต่างเด่นๆ ที่สำคัญคือไฟหน้าซึ่งกลับมาใช้ทรงกลม อีกทั้งยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ปรับช่วงล่างและตัวถังใหม่ให้กว้างขึ้น และปรับภายในให้ดูดีขึ้น ชิ้นส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปใหม่เกือบทั้งหมด แม้ดีไซน์จะยังคงเอกลักษณ์ของ 911 อยู่เช่นเดิม จนผู้คนเริ่มล้อเลียนว่า Porsche ทำรถออกมาคันเดียวแล้วลากขายยาวนาน
Porsche 996 และ 997 เป็นโฉมแรกของ 911 ที่จำนวนรุ่นย่อยถูกเพิ่มเข้ามาหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Carrera S, GT3 RS หรือ GT2 ฯลฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางการเงินของ Porsche ที่ดีขึ้น จนมีงบประมาณสามารถพัฒนารุ่นย่อยที่แตกต่างเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นได้
Porsche Carrera GT/918 Spyder: สู่จุดสูงสุดแห่งซูเปอร์คาร์
ในงาน Das Treffen เราไม่พบเห็นรถ Supercar ระดับสูงสุดของ Porsche รุ่นแรกอย่าง 959 แต่ก็มีรถ 2 รุ่นที่เป็นตัวสานต่อมาให้เห็นกัน คันแรกคือ Porsche Carrera GT
Porsche Carrera GT เป็นรถยนต์ที่ถูกพัฒนาต่อเนื่องโดยทีมแข่งขัน Le Mans ในรุ่น GT1 ตั้งแต่ปี 1996 ถึง 2000 ขณะนั้น Porsche มีแผนพัฒนเครื่องยนต์ V10 แต่ต้องล้มเลิกไป เพราะ Porsche ต้องทุ่มกำลังคนและงบประมาณไปกับการพัฒนา Porsche Cayenne
โชคดีที่หลังจากเปิดตัว Porsche Cayenne ยอดขายเกินความคาดหมาย ทำให้ Porsche มีงบประมาณสามารถพัฒนารถรุ่นพิเศษได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Porsche เผยโฉมรถต้นแบบ Carrera GT ในงาน Paris Motor Show ปี 2000 และเสียงตอบรับนั้นดีเกินความคาดหมายเช่นกัน
Porsche Carrera GT จึงถูกนำมาสร้างเป็นรถจำหน่ายจริง โดยดีไซน์แทบไม่ต่างจากรถต้นแบบ รถรุ่นนี้เปิดตัวปี 2004 มาพร้อมเครื่องยนต์ V10 สูบ 5.7 ลิตรจากรถ Le Mans ที่พับแผนไป อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี Supercar อื่นๆ เช่น โครงสร้างตัวถัง Carbon Fiber ทั้งคัน ช่วงล่างแบบ Pushrod Actuated เหมือนรถแข่ง และจานเบรกแบบ Silicon-Carbide หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ Carbon Ceramic
อีกคันหนึ่ง คือรถที่เกิดขึ้นหลังจาก Carrera GT ได้รับการยกย่องว่าเป็นที่สุดแห่ง Supercar ทาง Porsche ได้สร้าง Supercar ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans อีกครั้ง รถรุ่นนี้เปิดตัวปี 2013 ในชื่อ Porsche 918 Spyder
นี่คือ Porsche รุ่นแรกที่ใช้ขุมพลังแบบ Hybrid โดยผสานเครื่องยนต์ V8 สูบ 4.5 ลิตรจากรถแข่ง Le Mans LMP2 ที่ปรับปรุง บวกรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังถึง 887 แรงม้า (PS) และเป็นรถสำหรับถนนรุ่นแรกที่สามารถทำลายสถิติสนาม Nürburgring ในเวลาต่ำกว่า 7 นาที โดยผลิตขึ้นเพียง 918 คันเท่านั้น
Porsche 991/992: อนาคตแห่ง 911 บนแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรม
Porsche 911 โฉม 991 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกรุ่นอีกครั้งของตระกูล 911 ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด ความเปลี่ยนแปลงหลักคือการใช้วัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบาในโครงสร้างรถมากขึ้น ปรับตำแหน่งวางเครื่องยนต์กับล้อหลังเพื่อให้การกระจายน้ำหนักหน้าหลังใกล้ศูนย์กลางรถมากขึ้น อันเป็นการแก้ปัญหาของรถเครื่องยนต์วางหลังที่มักจะหนักท้าย และปรับมาใช้พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
ในช่วงแรก มีข้อสงสัยว่าพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าจะทำให้ฟีลลิ่งพวงมาลัยไม่เหมือน 911 เดิมหรือไม่ แต่ข้อสงสัยนี้ก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะแพลตฟอร์มใหม่ทำให้ Handling ของ 911 โฉม 991 นั้นเหนือกว่ารุ่น 997 เดิมมาก!
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นในการปรับโฉมเป็นรุ่นที่แฟนคลับเรียกว่า 991.2 เพราะมีการปรับมาใช้เครื่องยนต์แบบใหม่ทั้งหมดในทุกรุ่น (ยกเว้นตระกูล GT3) แม้จะเป็นชนิด 6 สูบ Boxer เหมือนเดิม แต่เป็นขนาด 3.0 ลิตร และหันมาพ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น เพื่อตอบสนองข้อกำหนดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษของรัฐบาลทั่วโลก
มาถึงปัจจุบัน Porsche 911 ได้เข้ามาถึงโฉมรหัส 992 ซึ่งเป็นการพัฒนาจากรุ่น 991.2 ยิ่งขึ้นไปอีก ยังคงใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตรเหมือนเดิม แต่ปรับแพลตฟอร์มให้มีความเป็นรถ Modular มากขึ้น เพื่อให้การผลิตสามารถสร้างรุ่นย่อยต่างๆ ที่แตกต่างกันออกมามากขึ้น รวมถึงใช้ชิ้นส่วนร่วมกับรถ Porsche 718 Boxster/Cayman โฉมปัจจุบันได้มากขึ้นเช่นกัน ในโลกปัจจุบันที่ต้นทุนการพัฒนารถยนต์สักรุ่นใช้เงินมหาศาล นี่คือสิ่งที่ทำให้รถสปอร์ตเฉพาะกลุ่มเช่นนี้ยังอยู่รอดได้
แนวคิดการทำรถบน Modular Platform นี้ หากไม่มีการนำระบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Toyota Production System เมื่อครั้งเปิดตัว Boxster ในตอนแรก ก็ไม่มีทางได้เห็นกันเป็นที่แน่นอน
นอกจากนี้ สำหรับรถรุ่น 992 ในตระกูล GT3 ยังมีการปรับมาใช้ช่วงล่างหน้าแบบพิเศษเฉพาะ Double Wishbone แทนที่แบบ MacPherson Strut ที่ใช้ใน 911 ทุกรุ่นที่ผ่านมา เมื่อรวมกับเครื่องยนต์ 4.0 ลิตรหายใจธรรมชาติ และระบบเกียร์ธรรมดาเป็นทางเลือก ทำให้หลายคนมองว่ารถ Porsche 911 GT3 อาจเป็นรถสำหรับนักขับอย่างแท้จริงรุ่นสุดท้ายของโลกก็เป็นได้
เพราะแม้แต่ Porsche เอง ก็กำลังจะต้องก้าวผ่านไปสู่ยุคของรถยนต์ EV เช่นกัน
Porsche Taycan: อนาคตแห่งพลังไฟฟ้าของแบรนด์ผู้คร่ำหวอด
Porsche Taycan เผยโฉมครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show ปี 2015 ในรูปแบบของ Porsche Mission E ซึ่งดีไซน์ของมันได้กลายมาเป็น Taycan ในภายหลังในแบบที่แทบไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
หลังจากเปิดตัวในปี 2019 และขายจริงในปี 2020 รถ Porsche Taycan ได้กลายมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งในตลาดโลก และโดยเฉพาะในประเทศไทย มันเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่สามารถเรียกได้ว่าทำมาเพื่อคนที่รักการขับขี่อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่ปราดเปรียว โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และราคาจำหน่ายก็มีความคุ้มค่ามากกว่า Porsche รุ่นอื่นที่เคยมีมา
ในงาน Das Treffen เอง ก็มี Porsche Taycan มากหน้าหลายตา หลากหลายรุ่นย่อย เข้ามาจอดให้ชื่นชมกันอยู่ แสดงให้เห็นถึงอนาคตของแบรนด์รถสปอร์ตเก่าแก่นี้ว่าจะเป็นเช่นไร
การได้เห็นรถยนต์ Porsche บนท้องถนนนั้น แม้จะไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เห็นกันได้ทุกวัน รถอย่าง Porsche Cayenne รวมไปถึง Taycan และ Boxster/Cayman แม้จะได้รับความนิยมสูงขึ้น พวกมันก็ยังคงเป็นรถราคาแพงที่น้อยคนที่จะได้สัมผัส นั่นทำให้งานอย่าง Das Treffen 7 เป็นงานที่น่าสนใจ และเหล่าคนรักรถก็ควรไปเห็นกับตา แต่สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสไป การอ่านบทความนี้แล้วเกิดความสนใจ ก็ต้องรอการจัดงานครั้งใหม่ในช่วงต้นปีหน้า 2024
เรายังมีวิดีโอพาชมงานนี้ ซึ่งจะตามมาในอีกไม่นานนี้ รอติดตามชมกันได้เลยครับ!

