นิสสันเปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2022
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 30 November 2565
นิสสันส่งท้ายปีแห่งการฉลองครบ 7 ทศวรรษในไทย เปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี พร้อมเปิดข้อเสนอพิเศษ ทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขาย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39
นิสสันเปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2022
รถยนต์รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี
นิสสันนำรถยนต์รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี พร้อมแพ็คเกจส่งเสริมการขาย และบริการหลังการขายที่โดนใจ มามอบให้ลูกค้าภายในงาน และรวมถึงที่โชว์รูม 174 แห่งทั่วประเทศ
รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดสำหรับ 4 รุ่นหลักและราคาทั้งหมด ได้แก่
- นิสสัน อัลเมร่า รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 685,000 บาท
- นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 909,000 บาท
- นิสสัน นาวารา รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 944,000 บาท
- นิสสัน เทอร์ร่า รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 1,565,000 บาท
รุ่นพิเศษจะมีแถบสติกเกอร์ตกแต่งพิเศษที่สะท้อนความภูมิใจของนิสสัน ตกแต่งทั้งทางกระโปรงหน้า และกระจกมองข้าง โลโก้ 70 ปี ด้านท้ายรถ และชุดพรมพร้อมยางปูพื้น นิสสันผลิตรุ่นพิเศษฉลอง 70 ปีนี้ ในจำนวนจำกัด
นิสสัน อัลเมร่า
นิสสัน อัลเมร่า เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของนิสสันตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และได้รับรางวัลประเภทรถยนต์คอมแพคซีดานมาแล้วมากมาย ให้พลังแรง ประหยัดน้ำมัน ปลอดภัย และมีระบบเชื่อมต่อที่โดดเด่น เครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 100 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็ว จากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque) นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำมัน และขับขี่ได้สนุกทุกเส้นทาง พร้อมทั้งมั่นใจเต็มพิกัดด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (360-degree Safety Shield) ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto** และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง (Navigation System) ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) ให้ความสะดวกสบายและความสุนทรีย์ตลอดเส้นทาง นิสสัน อัลเมร่า มาพร้อมพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่ายสะดวก ด้วยเบาะนั่งพรีเมียม “Quole Modure” ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ความรู้สึกที่นั่งสบายตลอดการเดินทาง
นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์
นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เป็นรถยนต์ B-SUV รุ่นเดียวในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุกทุกการเดินทางและมอบประสบการณ์การขับขี่เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ในระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 นี้ นิสสันได้เพิ่มขนาดแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนเป็น 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวล ตอบสนองได้อย่างทันใจ ขับขี่ได้สนุก และมั่นใจ นอกจากนี้ยังมี อี-เพดดัล สเต็ป นวัตกรรมจากนิสสันที่ทำให้การขับขี่ง่าย และราบรื่นมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้ขับขี่อยู่ในโหมด สปอร์ต & อีโค จะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รวมถึงในเส้นทางที่คดเคี้ยว รวมทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด โดยเชื้อเพลิง 1 ลิตรสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 26.3 กิโลเมตรในการใช้งานในเมือง และเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับขี่เฉลี่ยทุกโหมด* นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมรุ่นออเทค (AUTECH) ที่เสริมความสปอร์ตพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น
นิสสัน นาวารา
นิสสันเปิดตัวนิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่นรุ่นล่าสุด ในโฉมใหม่กับสีเทา สเตลท์ เกรย์ สุดเท่ เพิ่มความสปอร์ต เน้นความบึกบึนทนทาน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น มีในรุ่นยกสูง (คิงแค็บ คาลิเบอร์) และ รุ่นสี่ประตูยกสูง (ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์) นิสสัน นาวารา เป็นกระบะที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแกร่ง ดีไซน์ทันสมัยถูกใจคนรุ่นใหม่ที่ค้นหาประสบการณ์ที่ “ใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิด”
นอกจากนี้ นิสสันยังนำนาวาราครบทุกรุ่นย่อยมาโชว์ในงาน พร้อมจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) มาพร้อมเกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่เปิดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ เครื่องยนต์มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่โดดเด่น พร้อมระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยีขั้นสูงรอบคัน รวมทั้งรองรับน้ำมันดีเซลทุกแบบทั้ง B7, B10 และ B20 เต็มที่กับการบรรทุกหนักและการใช้งานที่ต้องความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) ที่มีชื่อเสียงของนิสสัน และมีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านประโยชน์การใช้งาน และความสะดวก เช่น บันไดที่กันชนหลังซึ่งทำให้เข้าออกและขนของที่กระบะได้สะดวก รวมถึงการการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

นิสสัน เทอร์ร่า
นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมสำหรับทุกคนในครอบครัว โดดเด่นด้วยดีไซน์มีระดับ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงครบครัน ทำให้เป็นเอสยูวีที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทั้งครอบครัวตลอดการเดินทางทั้งใกล้ไกล เครื่องยนต์ 2.3L เทอร์โบคู่ แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 สปีด และโหมดแมนนวล รองรับน้ำมันดีเซลได้ทั้ง B7, B10 และ B20 และยังประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield พร้อมพาครอบครัวเดินทางสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และยังเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ด้วยระบบเครื่องเสียง BOSE ที่ติดตั้ง 8 ตำแหน่งรอบคัน ทั้งนี้ ผู้โดยสารด้านหลังยังรับชมความบันเทิงออนไลน์ได้ตามต้องการผ่านหน้าจอขนาด 11 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ HDMI หรือสมาร์ททีวี
เทคโนโลยีที่มากกว่าแค่การเดินทาง
ในฐานะผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจะนำ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% มาสาธิตให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าเป็นยานพาหนะเพื่อการเดินทาง ตามแนวคิด Energy Share ของนิสสัน ในโซนเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจัดแสดงนิสสัน ลีฟ และการใช้งานระบบชาร์จไฟสองทาง (Bi-directional charge) ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ระบบไฟฟ้าในบ้าน (vehicle-to-home หรือ V2H) และสู่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า (vehicle-to-grid หรือ V2G) เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้เห็นประโยชน์จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบอื่น เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสันได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการศึกษาโครงการแปลงพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า ผลการศึกษานี้จะเป็นประโยขน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคมในอนาคต ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV โดยการใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ขนาด 40kWh ในรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีการชาร์จไฟแบบสองทาง (Bidirectional charge) ของนิสสัน ลีฟมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
โปรโมชั่นพิเศษฉลอง 70 ปี
เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2565 นิสสันเปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษที่หลากหลาย อาทิ ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนนานถึง 84 เดือน (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละรุ่น) ลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมของนิสสันจะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษต่อที่สองคือ ส่วนลดเงินสดสูงสุด 100,000 บาทต่อคัน รวมมูลค่า 2.8 ล้านบาทสำหรับผู้ที่ซื้อรถระหว่าง 1 พฤศจิกายน – 22 มกราคม 2566***
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn
ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถมือสอง One2car
All-New Lotus Emira รถยนต์เครื่องสันดาปภายในรุ่นสุดท้ายของแบรนด์
โดยPPTV Onlineเผยแพร่: 29 มี.ค. 2565
แชร์ :คัดลอกลิงก์
โลตัส เอมิรา ใหม่ รถสปอร์ตรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาบภายในรุ่นสุดท้ายของ โลตัส โดยทุกรุ่นหลังจากนี้จะเป็น รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
โลตัส คาร์ ประเทศไทย (Lotus Thailand) เปิดตัว โลตัส เอมิรา ใหม่ (All-New Emira) รถสปอร์ตรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาบภายในรุ่นสุดท้ายของ โลตัส โดยทุกรุ่นในอนาคตของแบรนด์หลังจากนี้จะเป็น รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
โลตัส เอมิรา ใหม่ เป็นรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย Vision 80 ของแบรนด์ โลตัส ซึ่งเป็นการออกแบบใหม่สำหรับรถยนต์โลตัส ซึ่งมีการออกแบบที่มีความร่วมสมัย เส้นสายคมชัด พร้อมฝากระโปรงหน้าโดนเด่น

ภายในห้องโดยสาร หรูหราและถูกวางตำแหน่งไปทางด้านหลังพร้อมแผงหน้าปัดแบบ wrap around เข้ากับแผงประตูที่หรูหรา ให้ผู้ขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ภายในของรถมีพื้นผิว soft touch จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงงานฝีมือของอังกฤษ รวมถึงพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ม่านถุงลมนิรภัย พร้อมด้วยระบบ Launch Control (เป็นส่วนหนึ่งของ Lotus Drivers Pack ที่เป็นอุปกรณ์เสริม) รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)
ระบบ Infotainment หน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วที่ติดตั้งตรงคอนโซลกลาง พร้อมจอแสดงผลสำหรับคนขับแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว การเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบเสียงระดับพรีเมียม 10 ลำโพงจาก KEF แบรนด์ออดิโอไฟล์สัญชาติอังกฤษ
สำหรับ ด้านหลังของเบาะนั่งมีพื้นที่ 208 ลิตร สำหรับสัมภาระหรือสิ่งของขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกัน พื้นที่เก็บของด้านหลังของเครื่องยนต์ มีขนาด 151 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานหรือถุงกอล์ฟได้
เครื่องยนต์ของ โลตัส เอมิรา ใหม่ มีให้เลือก2 แบบ โดยรถยนต์รุ่นแรกจะวางจำหน่ายในรุ่น ‘First Edition’ ที่ผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตรซุปเปอร์ชาร์จ ซึ่งให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า และแรงบิด 420 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 288 กม./ชม.
และในปีนี้จะมีเครื่องยนต์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีสำหรับแบรนด์ Lotus โดยเครื่องยนต์อีกแบบสำหรับ โลตัส เอมิรา ใหม่ จะมาจาก AMG ซึ่งก็คือเครื่องยนต์ ‘i4’ สี่สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ซึ่งให้กำลัง 360 แรงม้า
สำหรับ โลตัส เอมิรา ใหม่ มีราคาดังต่อไปนี้
- Lotus Emira i4 BASE EDITION 7,990,000 บาท
- Lotus Emira i4 FIRST EDITION 9,290,000 บาท
- Lotus Emira V6 FIRST EDITION 11,900,000 บาท

คอนเทนต์สำหรับคุณ By Blue Dot
สะเทือนวงการยานยนต์เมืองไทย! กับการกลับมาของ โลตัส คาร์ เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมสปอร์…
มอเตอร์โชว์ 2022 คึกคัก ! พาชมไฮไลท์รถเด่นภายในงาน
“นิสสัน” ประกาศ ยุติการผลิตรถสปอร์ต “GT-R” เผยสู้ต้นทุนการพัฒนาไม่ไหว
สื่อรัฐบาลจีนรายงาน บริษัทแม่ “Neta” ยื่นล้มละลายอย่างเป็นทางการ
นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถสปอร์ต โลตัส อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า จากแผนธุรกิจของแบรนด์ โลตัส (Lotus) ในระดับโลกในอีก 5 ปีจากนี้ (2565-2560) จะมีการเปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถสปอร์ตอย่างน้อย 5 รุ่น
ทั้งนี้ โลตัส อยู่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์ผลิตรถยนต์ฟ้าแห่งใหม่ใน เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ โลตัส ในโมเดล 2 ประตู, 4 ประตู และ รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถเดินสายพานการผลิตได้เต็มกำลังในช่วงปลายปี 2567 โดยประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่มีความพร้อมด้านข้อตกลงด้านการค้าระหว่าง ไทย-จีน ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 0% ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไปของ โลตัส ในประเทศไทย จะสามารถตั้งราคาได้เป็นราคาเดียวกับในตลาดโลก
ล่าสุด บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 50 ล้านบาท ในการก่อสร้างโชว์รูมแห่งแรกของ โลตัส (Lotus) บน ถนนรามคำแหง บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งคาดว่าการมีโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านยอดขายแบบก้าวกระโดดจากหลักสิบคันต่อปีเป็นหลักร้อยคันต่อปี
สำหรับ โมเดลที่ โลตัส กำลังจะเปิดตัวในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า คือ TYPE 132 (Electric) E-Segment SUV ซึ่งมีมิติตัวรถขนาดใหญ่ความยาวกว่า 5 เมตร และมีระยะทางการวิ่งมากกว่า 500 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลาต่ำกว่า 3 วินาที โดยเปิดตัวที่ประเทศอังกฤษในวันที่ 30 มีนาคม 2565 ช่วงเวลา 01.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
![[ครบชุด] T1510012 สะใภ เล นของ Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-628.png)
![[ครบชุด] T1510006 คนท ใช อาจไม ใช เน อค Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-629.png)