ปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทยกับยอดยนตรกรรมสุดหรู Maserati GranTurismo MC Stradale
By
–
May 18, 2011
บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด เผยโฉมมาเซอร์ราติรุ่นใหม่ล่าสุด Maserati GranTurismo MC Stradale ด้วยศักยภาพที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ เร็วที่สุด เบาที่สุด และมีกำลังแรงม้ามากที่สุด โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ภายในหรูหราที่ให้อารมณ์ความรู้สึกที่เข้มมากยิ่งขึ้น พร้อมนำข้อเสนอพิเศษสุดแก่ลูกค้าผู้สนใจ โดยเปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทยในงาน Super Car & Import Car Show ครั้งที่ 2
นางสาวพรศริน เมธีวัชรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถมาเซอร์ราติ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า ”ทางบริษัทฯ ได้เปิดโฉม Maserati GranTurismo MC Stradale ในงาน “Super Car & Import Car Show” เป็นครั้งแรก ให้ทุกคนได้ยลโฉมและสัมผัส รถยนต์คูเป้ 2 ประตู จากมาเซอร์ราติที่ทุกคนต่างตั้งตาคอย โดยความโดดเด่นของ Stradale คันนี้ คือ เร็ว เบา และแรง ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.7 ลิตร 450 แรงม้า จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้ คือ ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 301 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ถูกพัฒนาให้มีความเร็วสูงสุดของมาเซอร์ราติ และมีน้ำหนักเบาเพียง 1,670 กิโลกรัม ทำให้รถคันนี้เป็นที่จับตามองของผู้หลงใหล มาเซอร์ราติจากทุกประเทศทั่วโลก”
ด้วยรูปลักษณ์ที่ถูกปรับใหม่ให้เป็นรถยนต์คูเป้ 2 ที่นั่ง 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) ที่ความเร็วรอบสูงสุดถึง 7,100 รอบ/ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร เพียง 4.6 วินาที และเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 301 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น GranTurismo S ถึง 110 กิโลกรัม ทำให้รถคันนี้มีน้ำหนักเพียง 1,670 กิโลกรัม น้ำหนักที่เบาลงส่งผลให้การกระจายน้ำหนักของรถเท่ากับ 48:52 เพื่อการขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบ
Stradale เป็นรถยนต์มาเซอร์ราติ 2 ที่นั่งรุ่นแรก นับจาก MC12 ติดตั้งระบบเบรก Brembo carbon-ceramic เทคโนโลยีเดียวกันกับรถแข่ง F1 อีกทั้งยางรถยนต์ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษจาก Pirelli พร้อมด้วยระบบช่วงล่าง ที่ออกแบบโดยค่ายแต่ง MC และให้อารมณ์เสมือนนั่งอยู่ในรถแข่งด้วยเบาะคู่หน้าที่ทำจาก carbon-fibre
นอกจากสมรรถนะของเครื่องยนต์แล้ว สิ่งที่ทางมาเซอร์ราติให้ความสำคัญตลอดมา คือ รูปลักษณ์ สำหรับ Stradale แล้ว ทางมาเซอร์ราติเน้นความละเอียดอ่อน และความพิถีพิถัน ในการตกแต่งภายในตัวรถ ตั้งแต่การเลือกวัสดุหนักหุ้มเบาะ การออกแบบเบาะให้รองรับการขับขี่ที่สะดวกสบายที่สุดในทุกสภาพการขับขี่ อีกเรื่อง ที่ขาดไม่ได้ คือ เสียงคำรามที่ถูกพัฒนาให้ฟังแล้วเพราะ และเป็นเอกลักษณ์ ในสไตล์ของของมาเซอร์ราติมากยิ่งขึ้น
บนเส้นทางการขับขี่ สำหรับ Stradale คันนี้ได้ถูกออกแบบมาให้มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดด้วยกัน คือ AUTO, SPORT และ RACE คือจุดเด่นที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างเหนือระดับ ในแต่ละโหมดการทำงานสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายเพียงกดปุ่ม และเมื่ออยู่ในโหมด RACE จะสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วถึง 0.06 วินาที เมื่อทำงานร่วมกับคันเร่งที่ตอบสนองได้ทุกสภาพการขับขี่แล้วจะทำให้ผู้ขับสามารถสัมผัสถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมากเสมือนอยู่ในสนามแข่งเลยทีเดียว
“จากที่หลายท่านได้ทราบข่าวตั้งแต่ต้นปีว่าเราจะมีการนำ Maserati GranTurismo MC Stradale มาเปิดตัว ทำให้เกิดการสอบถามเข้ามาในบริษัทฯ เป็นอย่างมาก ทำให้ทางบริษัท ได้เตรียมจัดข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าที่สนใจซื้อในงาน ด้วยแคมเปญ 4444 ซึ่งมาจาก ฟรี warranty 4 ปีแรก (3+1), ฟรี maintenance 4 ปี, ผ่อน 0% เป็นเวลา 4ปี (เมื่อดาวน์ไม่ต่ำกว่า 30%) และ ส่วนลด 400,000บาท สำหรับรถทุกรุ่น” นางสาวพรศริน เมธีวัชรานนท์ กล่าวทิ้งท้าย
สามารถเข้าชม Maserati GranTurismo MC Stradale และรถรุ่นอื่นๆ ของมาเซอร์ราติ ได้ในงาน “Super Car & Import Car Show” ครั้งที่ 2 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 8 ตั้งแต่วันที่ 14 – 22 พฤษภาคม 2554
Mclaren 12 C Can Am Edition เบ่งพลัง 630 ม้าเพื่อสนามแข่งขัน
16 ส.ค. 55 (11:29 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
เมื่อพูดถึงรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ในปัจจุบันเราอาจจะไม่คุ้นหุมากนักสำหรับซุปเปอร์คาร์จากเกาะอังกฤษ อย่าง Mclaren ที่สร้างชื่อมานานแสนนาน แต่ในขณะที่เราคิดว่ามันงดงาม ดูเหมือนมันจะมีเวอร์ชั่นเร้าใจที่ปั่นฝีเท้าสำหรับสนามแข่งขันออกมาให้ได้ยลในความแรงของมัน
การสร้าง Mclaren 12 C Can Am Edition มีจุดประสงค์เดียวคือเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในสนามแข่ง โดยมันคือการสร้างรรค์รถ GT อีกครั้งจากค่ายรถยนต์รายนี้หลังเคยฝากผลงานเอาไว้อย่างมากมาย
Mclaren 12 C Can Am Edition
แนวทางทางการสร้างผลงานชิ้นใหม่ของค่ายรถยนต์ Mclaren นี้เป็นไปตามการสร้างภายใต้รถแข่งรุ่น GT3 ที่มาพร้อมกับสีสันส้มสดใส ที่ใช้มาจนเป็นประเพณีของค่ายรถยนต์รายนี้ ตัดกับสีดำมาจากวัสดุบางส่วนที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยในการลดน้ำหนัก
Mclaren 12 C Can Am Edition ก็ไม่ต่างอะไรจากรถแข่ง GT3 ทั่วไป ด้วยการขยายร่างสู่สไตล์ Wide body ที่ปรับให้มันมีแรงกดเพิ่มขึ้นมากถึง 30 % เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยในการปรับแต่งในส่วนของบอดี้นี้ก็เริ่มจากการให้ชุดลิ้นละตัดรีดอากาศ ขณะที่ที่ด้านหลังจัดสปอร์ยเลอร์มาให้ พร้อมชุดรีดอากาศที่บั้นท้าย ลงตัวด้วยล้อฟอร์จสีดำจากสำนัก ที่มากับยางสลิคพร้อมซิ่งจากค่าย Pirelli
ในห้องโดยสาร Mclaren 12 C Can Am Edition ถูกปรับให้เป็นค๊อคพิท พร้อมสำหรับการแข่งขัน โดยเฉพาะการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น ด้วยโรล์บาร์เต็มคัน พร้อมเบาะสปอร์ตคู่หน้าที่รัดนักขับไว้ด้วย เข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด ให้ความมั่นใจได้ว่าจะไม่หลุดโค้ง แต่ทีเด้ดนั้นอยู่ที่พวงมาลัย ที่จับเอาแบบเดียวกับในรถสูตร 1 ที่ฉอมมิลตั้นใช้ มาติดตั้ง และยังสามารถถอดออกได้ เมื่อยามไม่ใช้งาน
ด้านเครื่องยนต์ Mclaren 12 C Can Am Edition ไม่ได้มีการปรับแต่งอะไรมากมายนัก เพราะตัวรถที่เบาก็ทำให้มันน่าสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กับพิกัดเพียง 1,200 กิโลเกรัม ที่ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ แต่กับขุมพลังที่มันมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 3.8 ลิตรเทอร์โบชาร์จคู่ ก็สามารถสนองตอบได้ดีอยู่แล้วในการการปฏิบัติการซิ่ง เพียงแค่ปรับจูนกล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) และลดอาการตัวร้อนนิดหน่อย มันก็พร้อมแล้วที่จะขับขี่ในสนาม
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยสเป็คบางส่วนของ Mclaren 12 C Can Am Edition อย่างเป็นทางการแต่ดูเหมือนจะมีความน่าสนใจอย่างหนึ่งกับรถคันนี้ ที่มันจะได้รับการติดตั้งระบบปรับอากาศมาพร้อมกันด้วย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในสนามแข่งขันที่ต่างประเทศ
![[ครบชุด] T1510026 วยแล วล มต Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-610.png)
![[ครบชุด] T1610002 สร างโรค Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-611.png)