BMW M3 CS ปี 2024 ใหม่ 543 แรงม้า
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 25 ม.ค. 66 00:00
- 2,860 อ่าน
เมื่อคุณต้องการความแรงสปอร์ตสุดสมรรถนะ BMW M4 CSL น่าจะตอบโจทย์ได้อย่างดี แต่เมื่อต้องคำนึงถึงผู้โดยสารด้วย ดังนั้น BMW M3 CS ปี 2024 ใหม่จึงพร้อมตอบโจทย์นี้ แต่ตัว L ต่อท้ายที่หายไปนั้นหมายถึง ‘Light’ซึ่งในรุ่นย่อย CS นี้ มีน้ำหนักมากกว่าพี่น้อง CSL
รถใหม่ BMW M3 CS ปี 2024 มีพื้นฐานมาจาก M3 ซีดาน สะดวกสบายมากขึ้นกับเบาะหลังที่นั่งได้ง่ายขึ้น สามารถนั่งได้สี่คนอย่างสบายและห้าคนถ้าจำเป็น ด้านหน้ามากับเบาะนั่งแบบบัคเก็ตซีทหลังคาร์บอน โลโก้ CS แบบเรืองแสง พวงมาลัยสามก้านหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara แต่งคาร์บอน

มีแป้นเปลี่ยนเกียร์แบบคาร์บอน มีหน้าจอ iDrive แบบโค้งล่าสุด ใช้ระบบส่งกำลังแบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเฟืองท้ายแบบแอ็คทีฟ กับขุมกำลังเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่แบบอินไลน์หกสูบที่พบใน CLS ซึ่งเป็นเพียงรุ่นอุ่นเครื่องของเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร S58 ในรุ่น M3 และ M4 กำลัง 503 แรงม้า (510 PS) ด้วยเทอร์โบบูสต์ที่มากขึ้นช่วยเพิ่มกำลังในรุ่น CS และ CSL เป็น 543 แรงม้า (550 PS) ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิด 479 ปอนด์-ฟุต (650 นิวตันเมตร) เท่ากันไม่เปลี่ยนแปลงจากเครื่องยนต์

มีการลดน้ำหนักตามส่วนต่าง ๆ ด้วยฝากระโปรงหน้า ที่นั่ง และรายละเอียดต่างๆ เช่น ช่องดักอากาศ ฝาครอบกระจก ดิฟฟิวเซอร์หลังและสปอยเลอร์คาร์บอน รวมไปถึงฝากระโปรงท้ายคาร์บอน ท่อไทเทเนียมที่เบากว่า 8 ปอนด์ (3.6 กก.)

และระบบส่งกำลังแบบพิเศษ xDrive ทำให้สามารถทำความเร็วได้ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในเวลาเพียง 3.2 วินาที เทียบกับ 3.8 วินาทีสำหรับรุ่น CSL coupe ที่เบากว่าแต่ขับเคลื่อนสองล้อ และ 3.4 วินาที สำหรับ M3 Competition xDrive

โดยรุ่น CS นี้ สามารถทำความเร็วสูงสุด188 ไมล์ต่อชั่วโมง (303 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และยังได้รับการอัพเกรดแชสซีแบบ M Division เพื่อการซิ่งหวดความเร็วในสนาม ยังมีค้ำสตรัทอลูมิเนียม มีการเปลี่ยนแปลงมุมแคมเบอร์ แดมเปอร์แบบปรับได้ เหล็กกันโคลงและการตั้งค่าการบังคับเลี้ยว และล้อหน้า 19 นิ้วและล้อหลัง 20 นิ้วที่ยืมมาจาก CSL ยางมาตรฐานพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2

ข้อมูลจาก carscoops
เจาะสเปก Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI ทำไมราคาทะลุ 300 ล้านบาท?
23 ส.ค. 65 (11:39 น.) พิมพ์
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
แชร์เรื่องนี้
จากกรณีที่มีการแชร์ภาพรถไฮเปอร์คาร์ “Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI” โผล่วิ่งในกลางกรุงเทพมหานครจนกลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกโซเชียลนั้น วันนี้ Sanook Auto จะพาไปรู้จักความพิเศษของรถคันนี้ว่ามีดีอย่างไร ทำไมถึงผลิตขึ้นเพียง 20 คันทั่วโลกเท่านั้น
Bugatti Chiron เป็นไฮเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ถูกพัฒนาโดย Bugatti Engineering GmbH ในประเทศเยอรมนี ก่อนจะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานในเมืองมอลไซม์ (Molsheim) ประเทศฝรั่งเศส โดย Chiron ถือว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก เนื่องจากสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 420 กม./ชม. และยังสามารถทำสถิติ 0-400-0 กม./ชม. (เร่งความเร็วจนถึง 400 กม./ชม. และเบรกจนถึงจุดหยุดนิ่งทันที) ได้ในเวลาเพียง 41.96 วินาที ด้วยระยะทางเพียง 3.2 กิโลเมตรเท่านั้น
ขณะที่ Bugatti CHIRON SPORT รุ่น 110 ANS BUGATTI ถูกวางจำหน่ายในปี 2019 โดยเป็นรุ่นพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 110 ปี การก่อตั้ง Bugatti ในปี 1909 มาพร้อมตัวถังสี Steel Blue แบบด้าน ประดับด้วยแถบ 3 สี (Tricolour) “Le Bleu-Blanc-Rouge” ที่ปรากฏบนธงชาติฝรั่งเศส ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีขาว และสีแดง บริเวณกระจกมองข้างและบนสัญลักษณ์ “110 ANS BUGATTI” บริเวณด้านข้างตัวรถ
ภายในห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งสีน้ำเงิน Deep Blue ที่ถูกตกแต่งด้วยแถบ Tricolour เช่นเดียวกับภายนอก พร้อมสัญลักษณ์ 110 ANS BUGATTI บริเวณพนักพิงศีรษะ เสริมด้วยเซ็นเตอร์มาร์กบนพวงมาลัยและกุญแจหุ้มหนังที่ถูกตกแต่งด้วยแถบ Tricolour เช่นเดียวกัน
ขุมพลังของ Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI เป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ CHIRON SPORT รุ่นปกติ โดยเป็นเครื่องยนต์ Quad-turbocharged แบบ W16 ความจุ 8.0 ลิตร สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 1,500 แรงม้า ที่ 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 7 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 2.4 วินาที 0-200 กม./ชม. เพียง 6.1 วินาที หรือแม้แต่ 0-300 กม./ชม. ก็ใช้เวลาเพียง 13.1 วินาทีเท่านั้น
ส่วนราคาจำหน่ายของ Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI จะขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราว 3,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 116,000,000 บาท แต่หากนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วล่ะก็ คาดว่าจะมีราคาจำหน่ายราว 350 ล้านบาทตามที่ปรากฏในข่าวอย่างแน่นอน

