BMW 3.0 CSL รถสปอร์สมรรถนะสูง ฉลอง 50 ปี M GmbH มีเพียง 50 คัน
BMW 3.0 CSL รถสปอร์สมรรถนะสูง รุ่นฉลอง 50 ปี M GmbH ที่รับแรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์สในตำนาน ยุคปี 70 มีเพียง 50 คันเท่านั้น

BMW ได้เปิดตัว BMW 3.0 CSL เวอร์ชั่นล่าสุดรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ของแผนก M GmbH โดยจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานจาก M4 แต่ในส่วนตัวถังได้รับการออกใหม่ทั้งหมด ในด้านรูปลักษณ์หน้าตาการตกแต่งจะได้แรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ตรุ่นพิเศษรุ่นดั้งเดิมอย่าง BMW E9 3.0 CSL ปี 1972 ที่มีชื่อเล่นว่า Batmobile สำหรับ BMW 3.0 CSL รุ่นพิเศษใหม่นี้ จะถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 50 คันเท่านั้น

ในด้านบุคลิกรูปลักษณ์หน้าตาของ BMW 3.0 CSL อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ได้รับแรงบันดาลใจจาก BMW E9 3.0 CSL ที่มีชื่อเล่นว่า Batmobile ก็หมายความว่าการออกแบบดีไซน์นั้นได้นำกลิ่มอายของรถสปอร์ตรุ่นดั้งเดิมมาไว้ ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งแอโร่พาร์ทที่ดูดุดัน ที่เหมือนกับรถแบทแมน หรือมนุษย์ค้าวคาว ซูเปอร์ฮีโร่ของทางค่าย DC



นอกจากนั้นในส่วนชุดไฟ DRL ที่อยู่ภายในโคมชุดไฟหน้ายังออกแบบให้เป็นสีเหลือง มาพร้อมไฟท้ายเลเซอร์ที่ยกมาจาก M4 CSL ในส่วนกระจังหน้าไตคู่ที่ทำจากทําจากอะลูมิเนียม ปรับดีไซน์ด้านในใหม่ ให้มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น





บังโคลนทั้งด้านหน้า และหลังปรับมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพิ่มลุคตัวรถให้ดูมีมัดกล้ามที่ใหญ่โตน่าเกรงขาม และไฮไลท์สำคัญของรถรุ่นนี้อยู่ที่ชิ้นส่วนปีกหลังขนาดใหญ่และสปอยเลอร์บนหลังคาที่ส่งตรงจากรุ่นพี่ในตำนาน E9 3.0 CSL นอกจากนี้ทางทีมงานยังได้ติดโลโก้ของทาง BMW ที่เป็นแบบพิเศษรุ่นครบรอบ 50 ปี ไว้ที่มุมกระจกบานข้าวด้านท้ายทั้ง 2 ฝั่ง ที่เพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น


ในขณะที่ชุดพาร์ทที่นำมาตกแต่งทุกชิ้นบนตัว BMW 3.0 CSL จะถูกผลิตขึ้นจากพลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนชุดท่อไอเสียถูกทําขึ้นจากไททาเนียมทั้งชุด


มาพร้อมกับล้ออัลลอยสีทอง ขนาด 20 นิ้วที่ล้อหน้า ล้อหลัง 21 นิ้ว หุ้มยางมิชลินแบบคัสตอมพิเศษที่ปั้มตัวเลข 50 ไว้ที่แก้มยาง เพื่อบ่งบอกว่าเป็นรุ่นพิเศษครบรอบ 50 ปีของทาง BMW M

ปิดท้ายด้วยการตกแต่งลวดลายกราฟิก BMW M บนสีขาวอัลไพน์พร้อมลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้ใช้กระบวนการทำสีพิเศษ ที่ลงสีด้วยมือ โดยใช้เวลานานถึง 6,700 ชั่วโมง


สำหรับภายในห้องโดยสารได้รับการถอดแบบมาจาก M3/M4 เสริมความหรูหราและสปอร์ตเต็มพิกัดด้วย การใช้หุ้มด้วยหนัง Alcantara สีดำ พร้อมกับตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เสริมลุครถสายซิ่งในสนามด้วยการยกเบาะหลังทิ้ง โดยจะถูกแทนที่ด้วยช่องเก็บของที่ไว้สำหรับเก็บหมวกกันน็อคสองใบ


ส่วนตัวเบาะนั่งจะเป็นเบาะ M Carbon พร้อมกับติดตราชื่อรุ่น 3.0 CSL ที่สลักลงในแผ่นอะลูมิเนียมพร้อมติดไว้ที่พนักพิงศีรษะ นอกจากนั้นยังประทับตราหลมายเลขลำดับการผลิตไว้ที่คอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร

และเพิ่มความโดดเด่นภายในห้องโดยสารด้วยหัวเกียร์กระปุกสีขาวสีขาวสไตล์เรโทร ควบคู่กับการลดน้ำหนักตัวถังลงด้วยการลดฉนวนกันเสียง และเพิ่มชิ้นส่วน CFRP ในแผงประตู เพื่อให้รถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,624 กก.



ในด้านพละกำลังของ BMW 3.0 CSL ติดตั้งเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของทาง BMW ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กําลังสูงสุด 560 แรงม้า (PS) มาพร้อมกับแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร หรือเพิ่มขึ้น 10 แรงม้า เมื่อเทียบกับ M4 CSL แต่แรงบิดลดลง 100 นิวตันเมตร เนื่องจากข้อจํากัดของกระปุกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง



ด้านระบบบช่วงล่างถูกปรับเซทใหม่เฟืองท้ายแบบ Active M Differential มาพร้อมระบบกันสะเทือน Adaptive M และดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิกจาก M

Lamborghini Asterion หน้าต่างบานใหม่สู่มุมมองที่สุขุมขึ้น
9 กุมภาพันธ์ 2015 เวลา 12:06 น. | หมวดหมู่ World’s News | โดย HOMY DEMIO | อ่านไปแล้ว: 4197 ครั้งhttps://platform.twitter.com/widgets/tweet_button.2f70fb173b9000da126c79afe2098f02.th.html#dnt=false&id=twitter-widget-0&lang=th&original_referer=https%3A%2F%2Fwww.headlightmag.com%2FLamborghini-Ast8645%2F&size=m&text=Lamborghini%20Asterion%20%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%20-%20HeadLight%20Magazine&time=1760585882637&type=share&url=https%3A%2F%2Fwww.headlightmag.com%2FLamborghini-Ast8645%2F&via=Headlightmag
https://www.facebook.com/v2.0/plugins/share_button.php?app_id=634489746585708&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Df31183b9a233dab1a%26domain%3Dwww.headlightmag.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.headlightmag.com%252Ff97d4032a730a20f6%26relation%3Dparent.parent&container_width=35&href=https%3A%2F%2Fwww.headlightmag.com%2FLamborghini-Ast8645%2F&layout=button_count&locale=en_US&sdk=joey
ภาพจำของ Lamborghini ที่คนทั่วไปก็ตามชื่อมันล่ะครับคือ มันต้องมีรูปลักษณ์ดูเฉี่ยว ไม่ใช่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาธรรมดาด้วย
นะ มันต้องพันธุ์ดุด้วย เสมือนสัตว์ป่าเหล่าร้ายที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที นั่นคือภาพจำของรุ่นปัจจุบัน แต่ถ้ามองย้อนกลับใน
อดีตก็พบว่ามันเคยมีทรวงทรงสะโอดองค์นงคราญตามสไตล์อิตาเลียนผสมอยู่ ก็ไม่แปลกใจหรอกที่บางคนใน
Lamborghini ก็อยากจะฉีกภาพลักษณ์จากสัตว์ป่าสำหรับ Lambo ในอนาคต
Filippo Perini ผู้กุมบังเหียนงานออกแบบ Lamborghini คนล่าสุดพร้อมลูกทีมกำลังท้าทายงานออกแบบ
Lamborghini Asterion รถ Plug-in Hybrid คันแรกให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยการหลีกหนีเส้นเฉี่ยวลาดเอียงและ
ความดุดันให้มากที่สุด เปรียบเสมือนความพยายามในการนำ Miura ในอดีตมาขัดเกลาใหม่
Perini กล่าวว่ามันเป็นการเปิดหน้าต่างแนวทางการออกแบบใหม่ของ Lamborghini ในอนาคตที่จะดูเกรี้ยวกราดน้อยลง
เพิ่มความสุขุมเรียบร้อยและสง่างามขึ้น
สาเหตุหลักที่ Lamborghini Asterion ต้องออกแบบให้แตกต่างจากรถที่มีอยู่เนื่องจากต้องการสร้างรถคันนี้ให้แยกตัว
ออกจากความเป็น Volkswagen Group ให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงมรดกความเป็นมาจนเป็นแรงบันดาลให้
Lamborghini ยืนหยัดถึงวันนี้
Lamborghini Asterion มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ ไฟหน้าที่ทำจากไททาเนียม, คาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียม
ออกแบบให้มีความกลมมน ส่วนไฟท้ายก็มาพร้อมกับรายละเอียดโคมไฟทรง Y-Shape
สัดส่วนด้านหลังของ Lamborghini Asterion คือจุดเด่นของการออกแบบเพราะให้อารมณ์ไม่แตกต่างจาก Miura เลย
ภายในห้องโดยสารก็เป็นจุดสำคัญที่ Perini ใส่ใจเพราะมีการออกแบบทางเข้าออกห้องโดยสารให้เข้าไปนั่งได้ง่ายขึ้น,
จัดสรรเนื้อที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและออกแบบเบาะนั่งให้นั่งสบายมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม Lamborghini ก็ยังยืนยันที่จะสร้างรถ Supercar แบบสุดขีดเหมือนเช่นเคยทำ เพียงแต่ Lamborghini
Asterion มันเป็น Design Language ที่อาจเป็นทางเลือกหนึ่งให้แก่ลูกค้าได้ก็เท่านั้น
ที่มา : Automoive News

