เปิดภาพตัวจริง “Polestar O2” รถไฟฟ้าที่มาพร้อมโดรน ไร้มลพิษทั้งคัน
- โดย : PR Autodeft
- 3 มี.ค. 65 00:00
- 4,101 อ่าน
แบรนด์รถยนต์ภายใต้การดูแลของวอลโว่อย่าง Polestar ได้กลายเป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเต็ม 100% และแนวคิดเไร้คาร์บอนก็ไม่ใช่แค่คำกล่าวเลื่อนลอย เมื่อ Polestar มีความคิดริเริ่มโครงการ Project Zero ที่จะทำให้ตัวรถและทุกขั้นตอนไม่มีการปล่อยมลพิษเลย

แนวคิดในการผลิต Polestar O2 สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงเป้าหมายที่จะมีการปล่อยมลพิษในขั้นตอนการผลิตให้น้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น การใช้งานออกแบบโครงสร้างอะลูมิเนียมเพื่อเชื่อมประสานตัวถังรถกับแชสซีส์รวมกัน เป็นขั้นตอนที่ปล่อยมลพิษที่เป็นคาร์บอนได้มากที่สุดของการผลิต ดังนั้นสำหรับ Polestar แล้ว ตั้งแต่เริ่มแรกอะลูมิเนียมจะถูกหลอมด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดขั้นตอนนี้ออกไปเลย

ผลลัพธ์ทำให้โครงสร้างของรถไม่ได้มีเพียงน้ำหนักที่เบาและแข็งแรงเท่านั้น หากแต่อะลูมิเนียมแต่ละประเภทที่ใช้นั้นจะมีการระบุเกรดด้วย วิธีนี้ช่วยให้เมื่อรถถูกเลิกใช้งานแล้วและนำกลับมารีไซเคิลใหม่ โลหะผสมที่แตกต่างกันจะถูกแยกออกจากกันด้วยความบริสุทธิ์ ซึ่งจะคงคุณสมบัติของโลหะแต่ละเกรดไว้ได้นานขึ้น ทำให้ยืดอายุการใช้งานของวัสดุนั้นได้
อีกตัวอย่างหนึ่งของการลดการใช้ขยะ ปรากฏออกมาในรูปแบบของสิ่งที่ Polestar เรียกว่า “วัสดุเดี่ยว” หรือ “mono-materials” ที่ใช้ในห้องโดยสาร ในรถยนต์แบบเก่านั้น การตกแต่งภายในจะใช้วัสดุหลากหลาย เช่น พลาสติก หนัง ไม้ โลหะ และวัสดุอื่น ๆ ที่ลูกค้าไม่ได้สนใจ วัสดุที่แตกต่างกันเหล่านี้จะถูกรวมเข้าด้วยกันเพื่อความทนทาน และไม่เคยออกแบบมาเพื่อการถอดประกอบ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาต้องนำมารีไซเคิล ทำให้มันแยกออกจากกันได้ยากอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและพลังงานมากในการจะทำ หรือไม่อย่างนั้นวัสดุทั้งหมดก็จะถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโยนทิ้งลงในหลุมฝังกลบไปเสียเลย
ในทางกลับกัน Polestar O2 ได้พัฒนาเทอร์โมพลาสติกชนิดเดี่ยว ที่นำมาใช้ภายในห้องโดยสาร ผลิตจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ทำหน้าที่เป็นโฟม กาว เส้นใยถัก 3 มิติ และการเคลือบแบบไม่ต้องถักทอในห้องโดยสารของ O2 เมื่อถึงเวลาต้องรีไซเคิลอุปกรณ์ภายใน จึงไม่จำเป็นจะต้องถอดแยกชิ้นส่วนประกอบเหล่านี้

Maximilian Missoni หัวหน้าแผนกออกแบบของ Polestar กล่าวว่า “น่าแปลก.. ที่เรากำลังออกห่างจากวัสดุธรรมชาติ ที่เมื่อจะถูกนำกลับมาใช้นั้นจะต้องผ่านกระบวนการยุ่งยากหลายขั้นตอน”
Missoni กล่าวว่า “การลดปล่อยคาร์บอนเป็นเรื่องใหญ่และยุ่งยากมากที่จะบรรลุผลสำเร็จ แต่เราก็เข้าใกล้มากขึ้นด้วยการเรียนรู้บางอย่างจาก O2” แนวคิดนี้ยังไม่ได้รับไฟเขียว ดังนั้นตอนนี้มันยังคงเป็นดาวเด่นสำหรับ Polestar ซึ่งโครงการที่ 1 ก็ได้จบสิ้นไปแล้ว Thomas Ingenlath ซีอีโอของบริษัทฯ เรียกมันว่า “รถฮีโร่สำหรับแบรนด์ของเรา”
.jpg)
จุดประสงค์ส่วนหนึ่ง คือ การแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มของบริษัทฯนั้นมีความหลากหลายเพียงใด การออกแบบเช่นเดียวกับที่รองรับการเปิดประทุนแบบ 2+2 นี้ ยังสนับสนุนแนวความคิด Precept ซึ่งเป็น GT ขนาดใหญ่ที่จะออกสู่ตลาดในชื่อ Polestar 5 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตามมาด้วยการออกแบบบางส่วน เช่น ไฟหน้าแบบ “ค้อนเทพเจ้าธอร์” ที่แยกจากกัน รวมทั้งท่อระบายอากาศที่ใช้งานได้เหนือล้อ และไฟท้ายที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนใบพัดเพื่อดึงคลื่นอากาศที่ทำให้เกิดแรงต้านจากด้านหลังของรถ
.jpg)
ในฐานะที่เป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ O2 ให้คำสัญญาว่าจะมอบประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบใหม่ทั้งหมดเช่นกัน โดยที่รถจะวิ่งไปด้วยความเงียบ พร้อมกับการไร้ซึ่งเสียงจากการเผาไหม้เมื่อเครื่องทำงาน แม้ว่าจะไม่มีเสียงเดินของเครื่องยนต์แล้ว แต่ก็จะยังคงมีเสียงเดินเครื่องในแบบที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ขณะขับขี่รถอยู่ O2 สามารถปล่อยโดรนติดกล้องซึ่งบินออกมาจากด้านหลังของรถได้ พอประตูด้านหลังเปิดออกและโดรนซึ่งถูกแม่เหล็กที่ติดกับขาตั้งถูกปล่อยออกมา มันจะลอยขึ้นจากช่องเก็บของ โดรนจะบินติดตามรถไปในเส้นทางที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า ซึ่งสัมพันธ์กับตัวยานพาหนะ และมันจะทำการบันทึกประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของผู้ขับขี่ Polestar เพื่อโพสต์ลงในสื่อโซเชี่ยลมีเดียให้คนอิจฉาตาร้อนไปตามๆกัน โดรนสามารถรถติดตามไปได้ตราบใดที่ผู้ขับขี่ยังคงรักษาความเร็วไว้ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือต่ำกว่านั้น แต่ผู้ขับขี่จำเป็นต้องหยุดรถเพื่อให้โดรนกลับสู่ฐานที่เก็บ หรือเมื่อผู้ขับขี่ต้องการตัดต่อวีดีโอหรือแชร์วีดีโอจากหน้าจอแสดงผลส่วนกลางขนาด 15 นิ้วของรถ
.jpg)
ในขณะที่เรากำลังสงสัยว่าลูกเล่นของโดรนจะมานำมาซึ่งการวิพากย์วิจารณ์ แต่เราก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก นั่นเป็นเพราะเราคิดว่าเนื้อแท้ของแนวความคิดแบบ O2 จะเป็นวิธีการที่จะทำให้บริษัทฯบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน แม้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายจะพูดถึงเรื่องนี้ แต่มีเพียงไม่กี่รายที่ใช้แนวทางแบบองค์รวม และแม้เราอาจจะไม่เห็นการผลิตของ O2 ในเร็วๆนี้ แต่ Polestar ก็มีรถรุ่นต่างๆที่มีความทะเยอทะยานสำหรับรอการเผยโฉมไว้สำหรับสามปีต่อจากนี้ อย่างไรก็ตามปรัชญาเบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างเร็วพอ
.jpg)
ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!! SPYKER เตรียมประเดิมขายด้วย 2 รุ่นใหม่ในปี 2021
2122 จำนวนผู้เข้าชม |

SPYKER แบรนด์ซุปเปอร์คาร์สัญชาติดัทช์ที่เงียบหายกันไป เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ถึงขั้นล้มละลาย ด้วยความที่ SPYKER นั้นอยากหวนคืนมาโดยตลอดจึงได้เกิดการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง ระหว่าง SPYKER Group กับ BR Engineering, SMP Racing และ Milan Morady จนบรรลุข้อตกลงร่วมมือกัน โดยรถที่อยู่ในแผนการคืนชีพจะประเดิมด้วยกัน 2 รุ่น คือ B6 VENETOR และ C8 PRELIATOR วันนี้ทาง Bangkok Supercar จะหยิบรายละเอียดของรุ่น B6 VENETOR คร่าวๆ มาให้ทราบกันก่อนครับ
SPYKER B6 VENETOR ชื่อ VENETOR นั้น มาจากภาษาลาติน ซึ่งหมายถึง “Hunter” มาจากเครื่องบินรบในสมัยยุคต้นศตวรรษที่ 20 มันถูกสร้างขึ้นด้วยมือทั้งคัน เครื่องยนต์จะใช้แบบวางกลาง V6 ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง มีม้ารอให้ใช้ 375+ ตัว ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แซสซีส์ทำจากอลูมิเนียม ห่อหุ้มด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักรถคาดว่าจะน้อยกว่า 1,400 กิโลกรัม มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 42/58% การออกแบบตัวรถนั้นมีความใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้ารูปทรงเฉียบคม ชุดกระจังหน้าที่ได้แรงบันดาลใจจากรถ SPYKER ในอดีต บนหลังคารถรุ่น Coupe ยังใช้เป็นกระจกน้ำหนักเบาทรวดทรงแบบในเครื่องบินเพิ่มความลู่ลมยิ่งขึ้น ด้านข้างตัวรถมีช่องรับอากาศเข้าทรงร่วมสมัย ไฟท้าย LED แบบ 3 มิติ ได้แนวคิดมาจากท่อเครื่องบินไอพ่น และตบท้ายด้วยชุดล้อขนาด 19 นิ้ว ปัดเงาหรูหรา ดีไซน์มาจาก Turbofans ของเครื่องยนต์เจ๊ท
ภายในห้องโดยสารยังให้ความรู้สึกเหมือนขับเครื่องบินเช่นเคย วัสดุภายในเน้นที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นแผงอะลูมิเนียมปัดเงาที่คอนโซลหน้า สวิตท์ควบคุม เกจ์วัดต่างๆ มาในแนวเดียวกับเครื่องบิน เบาะนั่งและวัสดุโดยรอบใช้หนังวัวแท้ได้รับการฟอกมาแบบพิเศษ มีออปชั่นเลือกสีของเบาะ ตะเข็บต่างๆ และหนัง Alcantara ได้ตามใจชอบ และจุดที่โดดเด่นมาก คือคันเกียร์อัตโนมัติทรงแปลกที่ออกแบบให้เห็นคันเกียร์และรางกระเดื่องเปลือยๆ ที่ดูเท่มากทีเดียว
เราต้องติดตามกันต่อไปสำหรับเวอร์ชั่นผลิตจริงในปี 2021 ว่าด้านสเปคจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ B6 VENETOR คาดว่าจะทำมาให้ลูกค้าเลือกทั้งเวอร์ชั่นหลังคาแข็ง และแบบเปิดประทุน
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Carscoops















