แม้ว่าเราจะรู้กันดีว่า ประเทศไทย มีแค่ 2 ฤดูหลักๆ คือ หน้าร้อนกับ หน้าฝน ซึ่งถึงแม้จะมีฤดูหนาวอยู่ด้วย แต่คนเมืองอาจไม่มีโอกาสสัมผัสกันซักเท่าไหร่ อีกทั้งยังมีอากาศเย็นๆ อยู่เพียงไม่กี่วัน ซึ่งต่างไปจากทางเหนือและทางอีสานมาก ยังมีโอกาสได้สัมผัสมากกว่า
นั่นก็ทำให้ในช่วงเทศกาลหยุดยาว หรือเทศกาลปีใหม่ หลายคนจึงอยากสัมผัสอากาศหนาว ด้วยการขับรถเที่ยว ขึ้นภู ขึ้นดอย สัมผัสไอหมอก ไอหนาว หรือแม่คนิ้งกันแล้ว …
Siamcar ขอแนะนำวิธีการดูแลรถยนต์ ให้พร้อมใช้งานในช่วงฤดูหนาวครับ

1. เมื่อหมอกลง
ทุกวันนี้ เราแยกกันไม่ออกแล้วว่า อันไหนฝุ่น PM 2.5 หรืออันไหนหมอกลง เพราะสภาพท้องฟ้าและบรรยากาศจะมีหมอกมากกว่าปกติ ซึ่งหากพบหมอกลง ควรขับรถด้วยความระวัง เปิดไฟใหญ่ หรือไฟต่ำทุกครั้ง เพื่อให้มองเห็นทางได้ชัดเจนขึ้น
แต่ไม่ควรใช้ไฟสูง เพราะไฟสูงจะยิ่งทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า แสงไฟจะสะท้อนกับหมอกจนเกิดการฟุ้ง และทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดน้อยลง ห้ามเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งฝ่าหมอกเด็ดขาด
กรณีที่หมอกลงจัดมาก ให้หาที่จอดพักรถในที่ปลอดภัย หรืบขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อให้กะระยะรอบด้านได้ชัดและเบรกได้ทัน เมื่อเห็นสิ่งกีดขวางในระยะใกล้อยู่ตรงหน้า

2. ไฟตัดหมอก หน้า-หลัง
การใช้ไฟตัดหมอกอย่างปลอดภัย คือควรใช้ในช่วงที่ฝนตกปรอยๆ หรือฝนตกหนัก หรือหมอกลงมาก เพื่อให้รถที่ขับสวนมามองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ การขับรถขึ้นภูเขาสูงช่วงฤดูหนาว ที่หมอกหนามากกว่าปกติ ไฟตัดหมอกจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น
รถยุคใหม่ส่วนใหญ่ มักมีติดไฟตัดหมอกหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย ซึ่งออกแบบไว้ใช้เฉพาะเวลาหมอกลงจัด แต่บางคนก็ใช้งานแบบไม่ต้องถูกต้อง เปิดไฟตัดหมอกหลังอย่างพร่ำเพรื่อแม้ไม่มีหมอก ทำให้แยงตาผู้ที่ขับขี่ตามหลัง เพิ่มความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้

3. ไล่ฝ้า
การขับรถในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่ไม่สมดุลระหว่างด้านในและด้านนอกรถ ทำให้ไอน้ำจับตัวเป็นละอองฝ้าเกาะกระจกรถ ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง กรณีเกิดฝ้าที่กระจกข้างและกระจกหน้าด้านในรถ
วิธีง่ายๆ คือ ให้เพิ่มความเย็นระบบปรับอากาศ โดยเลือกโหมดในระบบปรับอากาศไปที่สัญลักษณ์ไล่ฝ้าที่กระจกหน้า หรือลดกระจกรถลงเล็กน้อย เพื่อปรับอุณหภูมิในและนอกห้องโดยสารรถให้สมดุลกัน จะช่วยให้ละอองฝ้าจางหายได้
กรณีเกิดฝ้าที่กระจกด้านหน้าภายนอกรถ ให้เปิดใบปัดน้ำฝน และฉีดน้ำเช็ดกระจกควบคู่ไปด้วย จะช่วยไล่ละอองฝ้าและขจัดคราบสกปรกบนกระจก กรณีเกิดฝ้าที่กระจกหลังรถ ให้เปิดปุ่มไล่ฝ้า เพื่อให้ขดลวดความร้อนบริเวณกระจกหลังรถทำงาน พอเมื่อละอองฝ้าจางหายไป ให้ปิดปุ่มไล่ฝ้า เพราะความร้อนจะทำให้กระจกรถ และฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

4. ปิดแอร์ขับรถก็ได้
การปิดแอร์ขับรถก็ถือว่าดี (เฉพาะในหน้าหนาว) โดยหากคุณขับรถบนถนนที่ออกนอกเมือง รถไม่ติด ตอนเช้าๆ อากาศเย็นๆ คุณก็ปิดระบบปรับอากาศ ลดกระจกด้านข้างลง เพื่อรับลมเย็นจากธรรมชาติ เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ
แถมช่วยให้เครื่องยนต์ หรือมอเตอร์ไฟฟ้า ลดการทำงานของ “คอมเพรสเซอร์แอร์” ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นถึง 5-10% หรือประหยัดไฟในแบตเตอรี่ได้

5. ตรวจเช็ครถให้พร้อม
การเดินทางไกลทุกครั้ง นอกจากจะควรปฎิบัติตามข้างต้นแล้ว ก็อย่าลืมตรวจเช็คระบบต่างๆ ของรถให้พร้อม สำหรับรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปด้วยเชื้อเพลิง ตั้งแต่ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า สัญญาณไฟต่างๆ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ แบตเตอรี่ เพื่อเตรียมความพร้อมไม่กินข้าวลิงข้างทาง นะครับ
แหล่งที่มาบางส่วนจาก
Kia แนะนำ Kia Carnival HEV 7-Seater
6 Oct 2025

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)ฯ เปิดตัว The New Kia Carnival HEV 7-Seater (เกีย คาร์นิวัล เออีวี 7-ที่นั่ง) เอมพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้คอนเซพท์ “Built for Every Move of Life” ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่

ฌ็อง-ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า The Kia Carnival ไม่ใช่แค่รถยนต์ธรรมดา แต่เป็นรถเอมพีวี สำหรับครอบครัวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และใน The New Kia Carnival HEV 7-Seater ได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับครอบครัวที่ได้เป็นเจ้าของ มาพร้อมคอนเซพท์ “Built for Every Move of Life” จึงสะท้อนถึงสิ่งที่ทำให้ The New Kia Carnival HEV 7-Seater แตกต่างและมีความหมายยิ่งกว่าใคร ด้วยการเป็นเอมพีวีสำหรับครอบครัวที่ทำให้เจ้าของรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อใช้งาน ด้วยดีไซจ์นอันทรงพลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SUV สู่การเป็นรถเอมพีวีที่ทำให้คุณสามารถสนุกกับการขับขี่ได้ทุกวัน ด้วยตำแหน่งการขับขี่ที่นั่งสบายแบบรถซีดาน ผสานกับขุมพลังไฮบริดที่ทั้งทรงพลัง ประหยัด และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวลเหนือระดับ

ขณะเดียวกัน ยังเติมเต็มทุกช่วงเวลาแห่งครอบครัวด้วยฟีเจอร์ที่มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อาทิ ที่นั่งแบบ Relaxation Seat พร้อมระบบระบายอากาศ รวมถึงฟังค์ชันที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ทางเดินที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น และเบาะที่สามารถพับเก็บราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสูงสุดเมื่อต้องการ
The New Kia Carnival HEV 7-Seater ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ของไทย ทั้งครอบครัวที่มีลูก ครอบครัวขยายที่มีสมาชิก 5-7 คน หรือครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิก 3 เจเนอเรชันอาศัยอยู่ร่วมกัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานประจำวันในเมือง การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด หรือการขนสิ่งของสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว จึงเรียกได้ว่า The New Kia Carnival HEV 7-Seater เป็นรถอเนกประสงค์ที่สร้างมาเพื่อตอบทุกจังหวะของชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง

The New Kia Carnival HEV 7-Seater เปิดราคาเริ่มต้นที่ 2,499,000 บาท
The New Kia Carnival HEV 7-Seater จำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The New Kia Carnival HEV 7-Seat Luxury ราคา 2,699,000 บาท และ The New Kia Carnival HEV 7-Seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมกับดีไซจ์นที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง สะท้อนทั้งความหรูหรา และความแข็งแกร่งในสไตล์ SUV มาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กระจังหน้าแบบ “Tiger Nose” โคมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ดีไซจ์นดวงไฟทรงลูกบาศก์ ชุดไฟหน้า และไฟท้ายแบบ Star Map Lighting ดีไซจ์นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Kia (เกีย) และล้ออัลลอยดีไซจ์นใหม่ ขนาด 19 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแรคหลังคาที่ไม่เพียงช่วยเสริมลุคความแข็งแกร่งแบบ SUV แต่ยังเป็นการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้แก่การใช้งานจริง (แรคหลังคาสามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 100 กก.) ช่วยปลดลอคขีดจำกัดให้การเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันของครอบครัวให้สะดวกสบายกว่าที่เคย

The New Kia Carnival HEV 7-Seater มาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า (Smart Power Sliding Door) และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Power Tailgate) ที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถโดยที่มีกุญแจ Smart Key อยู่ด้วย สำหรับในรุ่น The New Kia Carnival HEV 7-Seat Luxury จะมี Dual Sunroof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร สำหรับตัวเลือกสีภายนอกของ The New Kia Carnival HEV 7-Seater มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Snowflake White Pearl สีเทา Meteor Grey สีดำ Jet Black และสีน้ำเงิน Astra Blue
ห้องโดยสารของ The New Kia Carnival HEV 7-Seater ได้รับการออกแบบให้กว้างขวาง และร่วมสมัยด้วยดีไซจ์นใหม่ ประกอบด้วย
จอโค้งแบบพาโนรามิคที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มีระบบเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple Car Play แบบไร้สาย และฟังค์ชันสั่งงานด้วยเสียง มีระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิได้แบบแยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง

นอกจากนี้ ยังมีสวิทช์สำหรับสลับการควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ และระบบปรับอากาศที่ผสานการควบคุมทั้งระบบไว้บนอินเตอร์เฟศเดียวกัน เพียงแค่สัมผัส 1 ครั้งก็สามารถสลับการควบคุมไปมาระหว่างระบบอินโฟเทนเมนท์กับระบบปรับอากาศ ช่วยลดความซับซ้อนของเลย์เอาท์ในขณะที่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน และภายในห้องโดยสารยังได้ติดตั้งพอร์ท USB-C มาตรฐาน รวม 6 พอร์ทกระจายทั้ง 3 แถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์ของตนได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดของตัวรถ
ในรุ่น The New Kia Carnival HEV 7-Seat Luxury ยังได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการติดตั้งลำโพง Bose รอบคัน 12 จุด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ให้แก่ผู้โดยสารทุกคน ไฟเรืองแสง Ambient Light สามารถแต่งสีไฟให้เข้ากับทุกบรรยากาศพร้อมสีให้เลือกถึง 64 เฉดสีครอบคลุมบริเวณคอนโซล และประตู ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในรถให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เช่น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาด 11 นิ้ว ฉายข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญขึ้นบนหน้าจอกระจกหน้าในระดับสายของผู้ขับ และกระจกมองหลังแบบดิจิทอล ช่วยให้มองเห็นถนนด้านหลังได้อย่างชัดเจน แม้ว่ารถจะเต็มไปด้วยผู้โดยสาร หรือสัมภาระขนาดใหญ่

สำหรับเบาะที่นั่งของคนขับในรุ่น The New Kia Carnival HEV 7-Seat Luxury ยังได้ติดตั้งระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งและระบบ Welcome Seat สำหรับผู้ขับ เบาะนั่งคู่หน้า และเบาะนั่งแถวที่ 2 มาพร้อมระบบระบายอากาศ และระบบอุ่นเบาะ สำหรับเบาะผู้โดยสารแถว 2 เป็นแบบ Relaxation Seat ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความสะดวกสบายระดับเฟิร์สต์คลาสส์ด้วยฟังค์ชันปรับเอนนอนที่สามารถปรับระดับได้เต็มรูปแบบ พร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า มีโหมด One-Touch Relaxation ที่สั่งงาน
ด้วยการกดเพียงครั้งเดียวมอบความสบายให้กับผู้นั่งได้อย่างง่ายดาย
The New Kia Carnival HEV 7-Seat Premium
เบาะนั่งแถว 2 เป็นเบาะแบบ Captain Seats ที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็นแบบนั่งหันหน้าเข้าหากันได้ ให้สมาชิกในครอบครัวได้มีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดทริพ พร้อมกันนี้ The New Kia Carnival HEV 7-Seater ทั้ง 2 รุ่นได้รับการปรับให้มีพื้นที่ทางเดิน (Walkthrough Access) ที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน โดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ด้วยจุดยึดสําหรับติดตั้งเบาะนั่งสําหรับเด็ก (Isofix) ที่มีให้ในตำแหน่งที่นั่ง 4 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (2 จุดบนเบาะนั่งแถว 2 และอีก 2 จุดบนเบาะแถว 3) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กในตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เสริมความปลอดภัย และความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้ดีที่สุด
The New Kia Carnival HEV 7-Seater ยังคงโดดเด่นในเรื่องความกว้างขวางสำหรับทั้งผู้โดยสาร และสัมภาระ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงที่นั่งผู้โดยสารที่มีความยืดหยุ่น โดยถือเป็นรถเอมพีวีที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง พร้อมด้วยสัมภาระของทุกคนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถคันเดียว เบาะนั่งแถว 3 มาพร้อมฟังค์ชันพับราบ ที่เป็นการสร้างพื้นที่บรรทุกแบบเรียบที่รวดเร็ว และไม่ต้องใช้แรง ปรับเปลี่ยนได้ทันทีระหว่างความต้องการในการขนย้ายคน และขนส่งสินค้า

สมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่- เสริมความมั่นใจ และความปลอดภัยในทุกเส้นทาง
The New Kia Carnival HEV 7-Seater ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 กิโลวัตต์ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวทันเมตร ซึ่งไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดี และประหยัดน้ำมัน แต่ยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเป็นพิเศษ พร้อมความสามารถของโหมด EV Drive และสามารถใช้งานระบบปรับอากาศแม้เครื่องยนต์หยุดทำงาน The New Kia Carnival HEV 7-Seater มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเฉพาะรุ่นที่มุ่งยกระดับสมรรถนะ และความประหยัดน้ำมัน ควบคู่กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล และสบายยิ่งขึ้น ในโหมด Eco/Smart ผู้ขับสามารถใช้ Paddle Shift เพื่อปรับระดับการชะลอความเร็วของระบบ Regenerative Braking ได้ถึง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งคืนพลังงาน และการประหยัดเชื้อเพลิงในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เฉพาะของ The New Kia Carnival HEV 7-Seater อาทิ
• E-Handling ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของรถเมื่อเข้า และออกจากโค้ง
• E-Ride ช่วยลดแรงสะเทือน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อต้องผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
• E-Evasive Handling Assist ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน
และเมื่อผู้ขับต้องการการตอบสนองที่เฉียบคม และการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม โหมด Sport มอบอิสระในการควบคุมผ่าน Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ด้วยความสูงจากพื้น 172 มม. ทำให้ The New Kia Carnival HEV 7-Seater มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่เหนือระดับพร้อมศักยภาพการขับขี่ในแบบรถ SUV ในการรับมือกับถนนขรุขระ ลูกระนาด หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีความคล่องตัว และง่ายต่อการควบคุมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง และนอกเมือง ทำให้ The New
Kia Carnival HEV 7-Seater เป็นรถเอมพีวีระดับพรีเมียมที่ผสานความนุ่มสบายเข้ากับความมั่นใจในสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว

เทคโนโลยี Parking Aid Assist
การจอดรถกับ The New Kia Carnival HEV 7-Seater เป็นเรื่องง่าย และไร้กังวล ด้วยเทคโนโลยี Parking Aid Assist ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยกล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor) ที่ให้มุมมองเสมือนมองจากมุมสูง ทำให้ผู้ขับ
เห็นทุกมุมอย่างชัดเจนเมื่อต้องเข้าจอดในพื้นที่แคบ ขณะที่เซนเซอร์รอบคันด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ประเมินระยะห่างได้อย่างแม่นยำ และหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด
(Rear Parking Collision-Avoidance Assist) ที่จะส่งสัญญาณเตือน และสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอยหลัง คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การจอดรถไร้ความกังวล และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นที่จอดที่ลงตัว นอกจากนี้ The New Kia Carnival HEV 7-Seater ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS-Advanced Driver-Assistance Systems)
ที่ช่วยยกระดับความมั่นใจ และความปลอดภัยในทุกการเดินทาง อาทิ :
• Smart Cruise Control with Stop & Go
• High Beam Assist
• Forward Collision Avoidance Assist
• Blind Spot Collision Avoidance Assist (BCA)
• Blind-Spot View Monitor (BVM)
• Rear Cross Traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)
• Lane Following Assist and Lane Keeping Assist
• Safe Exit Assist
พร้อมกันนี้ The New Kia Carnival HEV 7-Seater ยังได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 8 ตำแหน่ง ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ถุงลมม่านด้านข้าง ถุงลมนิรภัยปกป้องเข่าผู้ขับ และถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะผู้ขับ และผู้โดยสารด้านหน้า (Front Center Airbag) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มความสบายใจให้แก่ทุกคนในครอบครัว เพื่อความมั่นใจกับผู้โดยสารในทุกเส้นทาง

โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัว
สำหรับ The New Kia Carnival HEV 7-Seater ตั้งแต่วันที่ 3-31 ตุลาคม 2568
• อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77 % พร้อมดาวน์ 25 % สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
• ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
• ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กม. [3]
• พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กม. (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กม.) [4]
• ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
• การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กม. [6]
• การรับประกันแบทเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กม. [7]
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

