หลังจากเปิดตัวมาแล้วหลายเดือน ในที่สุดรถ McLaren MP4-12C Spider ก็พร้อมแล้วที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศอังกฤษ โดยครั้งนี้เป็นการแนะนำตัวอย่างเป้นทางการ อีกทีหลังจากที่เผยโฉมไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้
การกลับมาของ McLaren MP4-12C Spider เป็นการแนะนำเวอร์ชั่นใหม่ในความสปอร์ตของรถที่เน้นในการรับลมและแสงแดด โดยหลังคาสามารถเปิด-ปิดได้ตามต้องการ โดยใช้เวลาเพียง 17 วินาทีเท่านั้น ลสามารถขับไปเปลี่ยนรูปแบบตัวถังไปได้ แม้จะใช้ความเร้วถึง 30 ก.ม./ช.ม. ก็ตาม
ในด้านออพชั่นตางๆ McLaren MP4-12C Spider มากับกระจกแบบพิเศษทำงานแยกกับชุดหลังคา ช่วยให้ฟังเสียงเครื่องยนต์ V8 3.8 ลิตรเทอร์โบชาร์จคู่ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น หรือปิดมันหากไม่ต้องการ โดยรวมแล้วในเวอรืชั่นนี้เจ้าสปอร์ตคาร์ตัวเด็ดมาพร้อมกับ น้ำหนักที่มากขึ้น 40 กิโลกรัม เช่นเดียวกับระบบ โครงสร้าง Roll Bar ที่จะทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อเกิดการชนด้วย
ในเรื่องสมรรถนะ McLaren MP4-12C Spider มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มีความคล้ายคลึงกับคูเป้ในรุ่นใหม่นี้ได้รับการเพิ่มพลังให้สามารถขับเคลื่อน 616 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V8 3.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตตโนมัติคลัทช์คู่ 7 สปีด ให้ความสามารถในการขับขี่เร้าใจ
McLaren เคลม ตัวเลขสมรรถนะอัตราเร่ง 0-100 ในเวลาเพียง 3.1 วินาที ซึ่งเท่ากับเวอร์ชั่นคูเป้ แต่จะช้ากว่าราวๆ 0.2 วินาที เมื่อเร่งถึง 160 ก.ม./ช.ม. ส่วนความเร็วปลายนั้นยังคงระทึกมากถึง 329 ก.ม./ช.ม. เหมือนเดิม
ในเรื่องราคา McLaren MP4-12C Spiderจะวางจำหน่ายในประเทศอังกฤษ ที่ราคา £195,500 โดยเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นธรรมดา มันแพงกว่าราวๆ £19,500 โดยรถคันนี้จะพร้อมส่งมอบในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
Longbow สปอร์ทพลังไฟฟ้าน้องใหม่จากเมืองผู้ดี
13 Apr 2025

ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า รถไฟฟ้าทั่วไปมักมีน้ำหนักมาก แต่บริษัทผู้ผลิตรถระดับสตาร์ทอัพในประเทศอังกฤษ มีแผนจะผลิตรถสปอร์ทไฟฟ้าน้ำหนักเบาขึ้น
Longbow บริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษ ท้าทายความเชื่อเดิมของรถไฟฟ้า ด้วยการผลิตรถสปอร์ทสองรุ่น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดยมีทั้งรุ่น Speedster และ Roer

สปอร์ทไฟฟ้าทั้งสองรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสปอร์ทระดับไอคอนของอังกฤษทั้ง Jaguar E-Type และ Lotus Elise โดยมีกำหนดเปิดตัวในปี 2569 บริษัท Longbow แจ้งว่ารถสปอร์ททั้งสองรุ่นจะมีน้ำหนักต่ำกว่า 2,200 ปอนด์ หรือ 998 กิโลกรัม เพื่อประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากรถไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงงานทั่วไป
สำหรับรุ่น Speester มาในรูปแบบของรถไร้หลังคา ส่วน Roer มาในรูปแบบของห้องโดยสารแบบปิด ทั้งสองรุ่นใช้แชสซีส์อลูมิเนียมสั่งทำพิเศษ เพื่อให้มีน้ำหนักเบา และมีความมั่นคง นอกจากแชสซีส์น้ำหนักเบาแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งมอเตอร์ และแบทเตอรี ต้องมีน้ำหนักเบาด้วยเช่นกัน

Longbow เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสมรรถนะของรุ่น Speedster อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที และทำระยะเดินทาง/การชาร์จ 1 ครั้งได้ 275 ไมล์ (ประมาณ 442 กม.) ตามมาตรฐาน WLTP ส่วนรุ่น Roer อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที และมีระยะเดินทาง/การชาร์จ 1 ครั้งได้ 280 ไมล์ (450 กม.)
ผู้ก่อตั้งบริษัท Longbow เคยร่วมงานกับบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าระดับแนวหน้า ทั้ง Tesla, Lucid และ BYD สำหรับสำนักงานใหญ่ของ Longbow ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยอยู่ในแหล่งที่มีบริษัทด้านวิศวกรรมหลายราย รวมทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์, รถ Formula E และรถสูตรหนึ่ง ส่วนฐานการผลิตมีแผนจะตั้งในสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน โดยมีแผนผลิตรุ่น Speester จำนวนจำกัดเพียง 150 คัน ส่วนรุ่น Roer จะมียอดการผลิตสูงกว่าแต่ยังไม่แจ้งจำนวนที่แน่นอน รถคันแรกที่ออกจากสายการผลิตจะเป็นรุ่นพิเศษ คือ Luminary 1st Edition และ Autograph Edition

ขณะนี้ทั้งสองรุ่นเปิดรับการสั่งจองแล้ว โดยรุ่น Speedster มีราคาที่ 84,995 ปอนด์อังกฤษ หรือ 3.72 ล้านบาท ส่วนรุ่น Roer มีราคาเริ่มต้นที่ 64,995 ปอนด์อังกฤษ หรือ 2.85 ล้านบาท แต่ไม่ได้แจ้งว่านอกจากวางจำหน่ายในอังกฤษแล้ว จะวางตลาดในประเทศใดบ้าง

