หลังจากลากขายสักพักสำหรับ Toyota Corolla ที่ถือว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร ล่าสุดมีการเผยภาพของ Toyota Corolla Concept ที่จะเผยโฉมครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show และนี่คือการฉีกทุกกฎเกณฑ์ของ Corolla ที่เราเคยรู้จัก นี่อาจเป็นก้าวแรกที่บอกใบ้ถึงอนาคตของรถยนต์ซีดานยอดนิยม ที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
ดีไซน์ใหม่สุดล้ำ สะท้อนอนาคตแห่ง EV
ดีไซน์ใหม่สุดล้ำ สะท้อนอนาคตแห่ง EV
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือรูปทรงตัวถังซีดาน 4 ประตู ที่ดูปราดเปรียวและได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างชัดเจน ดีไซน์แบบสามกล่อง (Three-box) ที่คุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยเส้นสายที่โค้งมนและลู่ลมมากขึ้น ด้านหน้าได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Hammerhead” ที่ดูเฉียบคมและล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า LED ที่พาดยาวเต็มความกว้างของตัวรถ กระจังหน้าแบบเดิมหายไป ถูกแทนที่ด้วยช่องรับลมขนาดเล็กด้านล่าง ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
ด้านข้างตัวรถก็สวยงามไม่แพ้กัน ด้วยแนวขอบกระจกที่ลาดลงอย่างสง่างาม แผงประตูที่แกะสลักอย่างมีมิติ และคาดว่าจะมีช่องชาร์จไฟอยู่ที่บริเวณซุ้มล้อหน้า ด้านท้ายของรถต้นแบบคันนี้ก็ดูล้ำสมัยไม่แพ้กัน ด้วยสปอยเลอร์แบบ Ducktail ที่ผสานเข้ากับแนวหลังคาอย่างลงตัว และชุดไฟท้ายที่พาดยาวเต็มความกว้างพร้อมกราฟิกแบบพิกเซล ปิดท้ายด้วยตัวอักษร “Corolla” บนฝากระโปรงท้าย
นี่คือบทต่อไปของ Corolla ใช่หรือไม่?
แม้ว่า Toyota จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับขุมพลัง แต่ดีไซน์ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Corolla กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว การที่ไม่มีกระจังหน้าแบบเดิมๆ รูปทรงที่เพรียวลม และการมีช่องชาร์จไฟ ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้
คำถามสำคัญคือ นี่เป็นเพียงรถต้นแบบเพื่อการศึกษาด้านดีไซน์ หรือจะเป็นภาพจริงของ Corolla เจเนอเรชันถัดไปกันแน่? การออกแบบที่ฉีกไปจากรุ่นปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงแสดงให้เห็นว่า Toyota กำลังมองหาการปฏิวัติครั้งสำคัญสำหรับรถยนต์รุ่นที่โด่งดังที่สุดของค่าย และนี่อาจเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก Corolla ที่เราคุ้นเคยในฐานะรถที่เชื่อถือได้และใช้งานได้จริง ไปสู่รถยนต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์และเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับยุคใหม่
แฟนๆ ต้องอดใจรอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Toyota ซึ่งจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของรถต้นแบบที่น่าตื่นเต้นคันนี้ในงาน Japan Mobility Show วันที่ 30 ตุลาคมนี้
VLF Force 1 V10 สปอร์ตหรูพลังแรง สปอร์ตคาร์น้องใหม่จากฝีมือสุดเก๋า
9,557อ่าน

VLF Force 1 V10 การกลับมาของ Fisker Karma ภายใต้รถทรงสปอร์ต 2 ประตู เครื่องยนต์ V10 745 แรงม้า โดยไร้เงามอเตอร์ไฟฟ้า วีแอลเอฟ ฟอร์ซ 1 วี 10 เปิดตัวแล้วในงาน ดีทรอยต์ ออโต้ โชว์
วีแอลเอฟ ( VLF) แบรนด์รถหรูน้องใหม่จากฝั่งอเมริกาที่อาจฟังแล้วไม่คุ้นหูสักเท่าไรนัก แต่เชื่อว่าถ้าเอ่ยถึง เฮนริก ฟิสเกอร์ (Henrik Fisker) นักออกแบบรถยนต์ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเคยฝากผลงานจนเป็นที่ยอมรับและกล่าวขานในวงการมาแล้วไม่ว่าจะเป็น แอสตัน มาร์ติน ดีบี 9 และ วี 8 แวนเทจ (Aston Martin DB9 และ V8 Vantage) หรือบีเอ็มดับเบิลยู แซด 8 (BMW Z8) รวมถึงรถยนต์แบรนด์ของเขาเองอย่าง ฟิสเกอร์ คาร์มา (Fisker Karma) คงทำให้หลายคนนึกภาพ VLF Force 1 V10 ออกได้เองโดยทันที


VLF มาจากอักษรย่อของบุคคล 3 คน ได้แก่ กิลเบิร์ท วิลลาร์เรียล (Gilbert Villarreal) และบ็อบ ลุทซ์ (Bob Lutz) ผู้ก่อตั้ง VL Automotive เมื่อปี 2012 ซึ่ง Bob Lutz เองเคยดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทของ GM มาก่อน ส่วน Gilbert Villarreal นั้นเป็นนักลงทุน
โดย VL Automotive เองมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจีนอย่างว่านเซียง (Wanxiang) อยู่ก่อนที่ Wanxiang จะเทคโอเวอร์ Fisker Karma ซึ่งล้มละลายจากปัญหาการเงินและกรณีไฟไหม้ที่เกิดขึ้นกับรถหรูอย่าง Fisker Karma อันเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าจึงสบโอกาส Gilbert และ Bob ที่ชื่นชอบผลงานของ Henrik Fisker ให้เข้ามาร่วมออกแบบรถยนต์ของตนเองจนกลายเป็นแบรนด์ VLF ในที่สุด


ผลงานแรกของ VLF คือรถซีดานหรู VLF Destino V8 หรือจะบอกว่ามันคือ Fisker Karma เวอร์ชั่นเครื่องยนต์เบนซินจากคอร์เวตต์ ซีอาร์ 1 (Corvette ZR 1) ของ GM โดยปราศจากมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ก็คงไม่ผิดนัก
แต่สำหรับ VLF Force 1 V10 แล้วคือรถสปอร์ตรุ่นล่าสุดจาก VLF ซึ่งออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Henrik Fisker ด้วยทรวดทรงที่โค้งเว้าเร้าอารมณ์สวยงามคลาสสิกเหนือกาลเวลาตามแบบฉบับของ Fisker อันเป็นการผสานกันระหว่างสัดส่วน (Proportion) ประติมากรรม (Sculpture) และงานออกแบบ (Graphic) จนมีความลงตัวอย่างฝากระโปรงหน้าที่ยื่นยาว โอเวอร์แฮงก์สั้นและท้ายรถยื่นถอยออกมาจากล้อหลังเหมือนเตรียมพร้อมจะพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า
ส่วนเส้นสายที่ถูกลากลงบนตัวรถเน้นให้ดูมีพลังยั่วยวนสายตา ซึ่งตัวถังทั้งหมด VLF Force 1 V10 ใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ครอบอยู่บนล้อขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว ลาย 4 ก้านคู่ พร้อมยางสมรรถนะสูง Pirelli P Zero


VLF Force 1 V10 มีห้องโดยสารที่ได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราสมฐานะตามคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ด้วยการหุ้มหนังอัลคันทาราเย็บมือที่ให้สัมผัสนุ่มพิเศษแทบจะทุกจุด พร้อมที่เก็บขวดแชมเปญระหว่างพนักพิง
ส่วนทางด้านขุมพลังใต้ฝากระโปรงเป็นเครื่องยนต์ V10 ขนาดความจุ 8.4 ลิตร วางกลางลำด้านหน้าซึ่งจะเขยิบถอยมาใกล้ห้องโดยสาร ให้กำลังสูงสุด 745 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 928 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 5,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ สามารถเร่งจาก 0-100 ได้ภายใน 3 วินาที ในขณะที่ความเร็วสูงสุดทำได้ 350 กม./ชม. หากใครต้องการความสบาย VLF Force 1 V10 มีเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมแพดเดิลชิฟต์ให้เลือกเพียงแต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเท่านั้น
ใครที่ต้องการรถสปอร์ตที่มีงานออกแบบเฉพาะตัวเด่นชัดตามแบบฉบับของ Fisker พร้อมเครื่องยนต์ใหญ่ทรงพลังสไตล์อเมริกันที่จะผลิตออกมาแค่ 50 คัน ก็ลองสั่งมาขับกันได้ด้วยสนนราคาเริ่มต้น 268,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 8.39 ล้านบาท และแน่นอนว่ายังไม่รวมภาษี




