Aston Martin เปิดตัวสองรุ่นพิเศษ ยกระดับอารมณ์สปอร์ต
โดย Satapana
โพสต์เมื่อ 22 February 2557
แบรนด์รถสปอร์ตจากเมืองผู้ดี Aston Martin ขยันทำตลาดรถรุ่นพิเศษอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวทีเดียวสองรุ่น Aston Martin V8 Vantage N430 โดดเด่นด้วยกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตและ Aston Martin DB9 Carbon Black และ Carbon White จ่อโชว์ตัวในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 84 ซึ่งจะเปิดฉากในช่วงต้นเดือนหน้า
Aston Martin เติมความแรงให้ V8 Vantage N430 ด้วยดีเอ็นเอรถแข่งของ GT4 มีทั้งเวอร์ชั่นคูเป้และโรดสเตอร์ ใช้ขุมพลัง V8 ความจุกระบอกสูบ 4.7 ลิตร พละกำลัง 436 แรงม้าซึ่งเป็นบล็อกเดียวกับที่วางอยู่ใน V8 Vantage S

ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Sportshift™II อัตราทดชิดแบบ 7 สปีด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายใน 4.6 วินาที ท็อปสปีดระดับ 306 กม./ชม. ท่อไอเสียเป็นแบบสปอร์ต ปรับปรุงระบบแอโรไดนามิกใหม่และใช้ระบบเบรกเกรดรถแข่ง
รูปลักษณ์ภายนอกของ Aston Martin Vantage N430 ถูกแต่งเติมกราฟฟิกแบบสปอร์ต เส้นสายสีเหลืองสะดุดสายตาซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากรถต้นแบบ CC100 Speedster ติดตั้งเครื่องเสียงชั้นดี Bang & Olufsen กำลังขับ 1,000 วัตต์
มาดูกันที่ Aston Martin DB9 Carbon Black และ DB9 Carbon White Special Editions ใช้ตัวถังที่ตัดสายตากันอย่างสวยงามลงตัว โดยมีชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์หลายจุดอย่างสปอยเลอร์หน้า สเกิร์ตด้านข้าง กระจกมองข้างและกรอบกระจกรอบคัน ใช้เครื่องยนต์ V12 AM11 พละกำลัง 517 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร

ขอขอบคุณเวบไซต์ Livelifedrive สำหรับข้อมูล พบรถ Aston Martin มือสองคุณภาพเยี่ยมที่ไทยคาร์ดอทคอม
Alpine A110 ขุมพลัง 500 แรงม้า เตรียมพิชิต Pikes peak
22 May 2023





ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Alpine A110 พร้อมพิชิตยอดเขา Pikes peak ด้วยรูปทรงอันชินตาของรถแข่งรายการนี้ ที่มีแอโรพาร์ทขนาดใหญ่รอบคัน รถสปอร์ทจากฝรั่งเศสคันนี้ สร้างขึ้นเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้โดยเฉพาะ เครื่องยนต์วางกลางลำ ถูกปรับแต่งให้มีกำลังสูงที่สุดของ A110 ทุกรุ่นที่เคยผลิตมาตั้งแต่ปี 2560 การเข้าร่วมแข่ง Pikes peak International Hill Climb ในครั้งนี้ Alpine ร่วมมือกันกับทีมแข่ง Signatech ในการพัฒนารถ A110 คันนี้ ต้องผ่านการทดสอบอย่างหนักที่สนาม Lurcy-Lévis แล้วส่งไปทดสอบอีก 2 ครั้งทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันใน โคโลราโด ที่มีระยะทางถึง 19.93 กม. กับ 156 โค้ง และเส้นชัยที่ความสูง 4,302 ม. เหนือระดับน้ำทะเล นอกจากปีกหลังขนาดใหญ่ A110 Pikes Peak แล้ว ด้านหน้ายังติดตั้งสลิเธอร์ และแผ่นดักลมด้านข้าง, ครีบขนาดใหญ่กลางหลังคาเหนือช่องดักลมป้อนเครื่องยนต์ ด้านท้ายรถมีดิฟฟิวเซอร์ พร้อมแอโรคิท ซึ่งประกอบไปด้วยแผ่นดักลมด้านข้าง สปอยเลอร์หลัง และสเกิร์ทข้างออกแบบใหม่ เครื่องยนต์ถูกปรับแต่งให้มีกำลังเกือบ 500 แรงม้า (373 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เทอร์โบ เดิมมีกำลังสูงสุด 296 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 34.7 กก.-ม. ขับเคลื่อนล้อหลัง Alpine A110 เวอร์ชัน Pikes Peak ถูกรีดน้ำหนักลงมาเหลือ 950 กก. ทำให้มีน้ำหนักโดยรวมเบากว่า Mazda MX-5 990S รุ่นพิเศษที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2564 แต่มีพละกำลังมากกว่าเกือบ 3 เท่า ในปีนี้ การเข้าร่วมการแข่งของ Alpine A110 ที่สนาม Pikes Peak เพื่อเตรียมการวางตลาดของ Alpine ในสหรัฐอเมริกา ในอนาคต

Share
Dacia Hipster
9 Oct 2025

ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Dacia Hipster รถแนวคิดรถไฟฟ้าสำหรับอนาคต ใช้ดีไซจ์นตัวรถทรงกล่อง ที่มีเนื้อที่ภายในกว้างขวางเกินตัว ตัวรถภายนอกมีความยาวเพียง 118.1 นิ้ว (2.99 เมตร) สั้นกว่าความยาว 3.4 เมตร ของรถเคคาร์ด้วยซ้ำ มีความสูงเพียง 60 นิ้ว (1.52 เมตร) และความกว้าง 61 นิ้ว (1.55 เมตร) มีน้ำหนัก 1,764 ปอนด์ หรือ 800 กก.

แม้มีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ภายในสามารถรับผู้โดยสารได้ถึง 4 ที่นั่ง และมีห้องเก็บสัมภาระด้านหลังความจุ 2.5 ลูกบาศก์ฟุต หรือ 70 ลิตร เมื่อพับพนักเบาะหลังจะได้ความจุมากถึง 17.6 ลูกบาศก์ฟุต หรือ 500 ลิตร
ข้อมูลแพคแบทเตอรียังไม่แจ้งความจุ แต่ด้วยขนาดค่อนข้างเล็ก และน้ำหนักไม่มากนัก คาดว่าใช้แบทเตอรีขนาดเล็ก ซึ่งบริษัทยืนยันว่าพอสำหรับการใช้งานประจำวัน และชาร์จเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็พอ

ด้วยตัวรถทรงกล่อง ทำให้ออกแบบอุปกรณ์ได้ง่าย และลดต้นทุนการผลิตได้มาก แม้แต่ชุดไฟท้ายติดตั้งในห้องโดยสารหลังบานประตูกระจกหลัง ส่วนมือจับประตูภายในรถใช้สายรัดผ้า ซึ่งมีต้นทุนต่ำ และน้ำหนักเบา
เบาะนั่งทั้ง 4 ใช้วัสดุผ้าตาข่าย หมอนรองศีรษะแบบแยก ช่วยลดต้นทุนได้อีก แต่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ ด้วยแอร์แบกสำหรับคนขับ และผู้โดยสารในแถวหน้า

ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสามารถตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยจุดยึด 11 จุด สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ที่วางถ้วย, ไฟส่องแผนที่, ขายึดลำโพงบลูทูธ หรือแม้แต่ที่วางแขน
Dacia Hipster ใช้แนวคิดเรียบง่าย และทันสมัย เป็นการรวบรวมแนวคิดการใช้งานจริงเพื่อผลิตขึ้นมาเป็นรถ จนไม่ต้องเพิ่มงบประมาณติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม หรือมีอุปกรณ์ที่ซับซ้อน นับว่าเป็นรถไฟฟ้า 4 ล้อเล็ก ที่ยกระดับเป็นเคคาร์ของยุโรป

Dacia Hipster เปิดตัวในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังอยู่ในระหว่างการออกกฎหมายใหม่ สำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ไม่ต้องมีข้อกำหนดระดับเดียวกับรถไฟฟ้ามาตรฐาน จึงทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ ผู้บริโภคไม่ต้องจ่ายแพง และบริษัทผู้ผลิตยังมีกำไร แม้ตั้งราคาที่ระดับ 20,000 ยูโร หรือประมาณ 7.58 แสนบาท
Share
![[ครบชุด] T1110107 กน ยแบบน กไม หล นไม ไกลต นจร งๆ](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-459.png)
![[ครบชุด] T1110111 คนท แกล งโง อมเป นคนท อไพ เหน อกว การล างแค นคร งน จะจบย งไง](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-460.png)