Porsche 911 Carrera (991.2): สุนทรีย์แห่งสมรรถนะและความสปอร์ตเหนือกาลเวลา ในราคารถสปอร์ตระดับพรีเมียม
ในโลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีรถยนต์เพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถยืนหยัดอยู่ในแถวหน้า สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นที่ปรารถนาของผู้คนมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ Porsche 911 คือหนึ่งในนั้น และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่สุดแห่งสมรรถนะและความสง่างามในรูปแบบรถสปอร์ตที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น Porsche 911 Carrera รุ่นปี 2018 (รหัสตัวถัง 991.2) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยราคาที่แม้จะสูงแต่ก็สะท้อนถึงคุณค่าและความเป็นตำนานที่ถูกส่งต่อมาอย่างไม่เสื่อมคลาย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสและทดสอบรถยนต์มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่ได้นั่งหลังพวงมาลัยของ Porsche 911 มันคือประสบการณ์ที่แตกต่างเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Porsche 911 Carrera คันนี้ ที่ผสานความสปอร์ตดิบๆ เข้ากับความสง่างามและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวันได้อย่างลงตัว สำหรับผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Porsche 911 Carrera ราคา ที่ตั้งไว้ 11,600,000 บาทนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ราคาของรถ แต่คือการลงทุนในตำนานและความสุขที่ไม่มีวันหมดอายุ
Porsche 911 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ เป็นปรากฏการณ์ เป็นไอคอนที่ทั่วโลกยอมรับในความยอดเยี่ยม การออกแบบที่ได้รับการสืบทอดมายาวนานกว่า 50 ปี ยังคงความคลาสสิกแต่ทันสมัยในทุกยุคสมัย รูปลักษณ์ที่สง่างาม เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และการขับขี่ที่มอบประสบการณ์สุดเร้าใจ ทำให้ 911 ได้รับฉายาว่า “เจ้าชายกบ” อันเป็นที่รักของนักขับทั่วโลก
Carrera คือตระกูลย่อยที่สำคัญที่สุดของ 911 เป็นเสมือนประตูบานแรกสู่โลกแห่งสมรรถนะของ Porsche 911 รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ที่ต้องการรถสปอร์ตที่ขับสนุกในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่เต็มไปด้วยการจราจร หรือการเดินทางไกลบนทางหลวงที่เปิดโล่ง มันมอบความสะดวกสบายเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยละทิ้งแก่นแท้ของความเป็นสปอร์ตไป
Porsche 911 Carrera มีหลากหลายรุ่นย่อยให้เลือกสรร ตั้งแต่ Carrera, Carrera S, Carrera 4 ไปจนถึง Carrera 4S ครอบคลุมทั้งตัวถังคูเป้ 2 ประตู และรุ่นเปิดประทุน (Cabriolet) แต่สำหรับคันที่เราได้มีโอกาสทดลองในครั้งนี้ คือ 911 Carrera สีเงินเมทัลลิกสุดคลาสสิก จากผู้จำหน่ายอย่าง AAS ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Porsche ในประเทศไทย สีเงินนี้อาจจะดูเรียบง่ายบนรถยนต์รุ่นอื่น แต่บนตัวถังอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911 Carrera มันกลับเปล่งประกายอย่างน่าทึ่ง จอดนิ่งๆ ก็สามารถเรียกเสียงชื่นชมจากผู้พบเห็นได้ทันที
ดีไซน์เหนือกาลเวลา: เส้นสายที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่ง Porsche
เมื่อแรกเห็น 911 Carrera สิ่งแรกที่ประทับคือเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาจากรุ่นบุกเบิกยุค 70 หลังคาที่ลาดเทไปด้านท้าย ล้อขนาดใหญ่ที่เข้ากับสัดส่วนของตัวถัง และรูปทรงที่ดูปราดเปรียวแต่แฝงด้วยความทรงพลัง การออกแบบของ 911 คือตัวอย่างของการรักษา heritage ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัวโดยไม่สูญเสียตัวตน
สำหรับ 911 Carrera (991.2) คันนี้ มาพร้อมกับไฟหน้า LED Projector ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ล้อมรอบด้วยไฟ Daytime Running Light แบบ LED 4 ดวง อันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ไฟหน้ายังมาพร้อมกับระบบ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS Plus) ซึ่งมีความสามารถในการปรับองศาการส่องสว่างตามการหมุนพวงมาลัย ควบคุมการเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ และที่สำคัญคือการปรับลำแสงเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้ร่วมทางในเวลากลางคืน นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีมาเสริมสมรรถนะและความปลอดภัย
ช่องรับอากาศขนาดใหญ่บริเวณกันชนหน้าบ่งบอกถึงความต้องการอากาศที่มหาศาลของเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้อยู่บริเวณนี้ เพราะ 911 คือรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหลัง พื้นที่ใต้ฝากระโปรงหน้าจึงถูกจัดสรรไว้สำหรับสัมภาระขนาด 145 ลิตร เพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้น หรือการเก็บอุปกรณ์ที่จำเป็น
พลิกมาดูด้านท้าย ความโดดเด่นอยู่ที่ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ที่ดูสปอร์ตและทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมไฟเบรกแบบ 4 ดวงที่เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ 911 สปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟสามารถปรับระดับขึ้น-ลงได้อัตโนมัติตามความเร็ว หรือจะสั่งงานด้วยตนเองก็ได้ เพื่อเพิ่มแรงกด (downforce) ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียคู่แบบ Sports Exhaust ที่วางตำแหน่งอยู่ตรงกลาง ให้เสียงคำรามที่ดุดัน แต่ก็สามารถปรับระดับความดังได้ถึง 2 ระดับตามอารมณ์ของผู้ขับขี่
รถทดสอบคันนี้มาพร้อมล้ออัลลอยลายมาตรฐานขนาด 20 นิ้ว หุ้มด้วยยางสมรรถนะสูง Pirelli P Zero ขนาด 245/35 ZR20 ที่ล้อหน้า และ 305/30 ZR20 ที่ล้อหลัง ซึ่งเป็นขนาดที่บ่งบอกถึงศักยภาพในการยึดเกาะถนนอันยอดเยี่ยม
ภายในที่สะท้อนจิตวิญญาณสปอร์ต: ความลงตัวของความดิบและความหรู
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ 911 Carrera ความรู้สึกแรกคือความสปอร์ตที่สัมผัสได้ทันที การตกแต่งเน้นใช้วัสดุคุณภาพสูง ทั้งหนัง Alcantara ที่ให้ความรู้สึกกระชับยามสัมผัส และชิ้นส่วนอะลูมิเนียมที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ต งานประกอบทุกจุดมีความละเอียด ประณีต และแน่นหนา บ่งบอกถึงมาตรฐานการผลิตระดับโลกของ Porsche
เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ให้การโอบกระชับลำตัวที่ดีเยี่ยม ยามเข้าโค้งหนักๆ และยังสามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 14 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งสำหรับทั้งคนขับและผู้โดยสาร สร้างความสะดวกสบายสูงสุด
พวงมาลัยแบบ GT-Sport คืออีกหนึ่งจุดที่ผมประทับใจอย่างมาก มันมีขนาดกำลังดี ก้านหนาจับกระชับมือ พร้อมร่องนิ้วเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมความเร็วสูง บนพวงมาลัยมีปุ่มมัลติฟังก์ชันสำหรับควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบเชื่อมต่อต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือ Paddle Shift ที่ออกแบบมาให้กดง่ายและตอบสนองรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่อยู่บนวงพวงมาลัย สะดวกต่อการใช้งานอย่างมาก
สิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือชุดมาตรวัดแบบอนาล็อกผสมผสานกับดิจิทัล ทรงกลม 5 วง ที่ยังคงกลิ่นอายของ 911 รุ่นคลาสสิกไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาตรวัดรอบอยู่ตรงกลางขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลสำคัญครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว อุณหภูมิน้ำและน้ำมันเครื่อง ความร้อน และตำแหน่งเกียร์ ควบคู่ไปกับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) ที่สามารถแสดงผลข้อมูลต่างๆ ได้อย่างละเอียด เช่น แรง G, แรงดันลมยาง, หรือแม้กระทั่งแผนที่นำทาง
ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ที่แสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เป็นศูนย์กลางของระบบความบันเทิงและข้อมูล ระบบนำทางทำงานได้ดี ค้นหาเส้นทางได้แม่นยำ รองรับการสั่งการด้วยเสียง และสามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay ได้ การตอบสนองของหน้าจอทำได้รวดเร็ว เมนูอาจจะดูเรียบง่ายแต่ใช้งานง่ายและเข้าใจได้ไม่ยาก
ระบบเครื่องเสียง BOSE ให้คุณภาพเสียงที่ดี แต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยเกี่ยวกับตำแหน่งของหน้าจอ PCM ที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากถนนค่อนข้างมากเมื่อต้องการใช้งาน นอกจากนี้ แผงควบคุมบริเวณคอนโซลกลางที่อยู่ใต้หน้าจอ PCM และชุดปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ อาจจะดูมีความซับซ้อนอยู่บ้าง เนื่องจากมีปุ่มจำนวนมากและวางเรียงติดกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนเล็กน้อยในการใช้งานในช่วงแรก
เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่ง คุณจะรู้สึกได้ถึงความเตี้ยของตำแหน่งเบาะตามสไตล์รถสปอร์ต คอนโซลกลางยกสูงขึ้นเล็กน้อย พร้อมคันเกียร์ที่อยู่ในตำแหน่งที่หยิบจับได้ง่าย พวงมาลัยและแผงหน้าปัดอยู่สูงพอดีสายตา แม้จะเตี้ย แต่ทัศนวิสัยรอบคันกลับถือว่าดีเมื่อเทียบกับรถสปอร์ตประเภทเดียวกัน พื้นที่ภายในห้องโดยสารด้านหน้าเพียงพอ แม้แต่ผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างสูงก็ไม่รู้สึกอึดอัด ศีรษะไม่ติดเพดาน ส่วนเบาะหลัง 2 ตำแหน่งนั้น เหมาะสำหรับเด็ก หรือใช้เป็นพื้นที่วางสัมภาระเพิ่มเติมมากกว่า
การเข้า-ออกรถอาจต้องใช้ความคุ้นเคยเล็กน้อย เนื่องจากความสูงของรถที่ต่ำติดพื้น แต่สำหรับผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่
ขุมพลัง Turbo รุ่นใหม่: ความแรงที่มาพร้อมประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญของ Porsche 911 Carrera (991.2) คือเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน ขนาด 3.0 ลิตร DOHC 24 วาล์ว ที่ได้รับการอัปเกรดให้ใช้ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) พร้อมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Fuel Injection (DFI) และระบบวาล์วแปรผัน VarioCam Plus ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่สามารถเรียกใช้ได้ตั้งแต่รอบต่ำ 1,700 ไปจนถึง 5,000 รอบต่อนาที
จับคู่กับระบบส่งกำลังอัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด PDK (Porsche Doppelkupplung) อันเลื่องชื่อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 293 กม./ชม. และที่น่าทึ่งคืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 13.51 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานโรงงาน) ซึ่งถือว่าประหยัดอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับรถยนต์สมรรถนะระดับนี้
สำหรับ 911 Carrera คันนี้ ได้รับการติดตั้งแพ็กเกจ Sport Chrono Package มาเป็นมาตรฐาน ซึ่งเพิ่มอรรถรสในการขับขี่อย่างมาก โดยมาพร้อมกับสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ที่อยู่บนพวงมาลัย สามารถเลือกได้ 4 โหมด คือ Normal, Sport, Sport Plus และ Individual นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Sport Response ที่เมื่อกดปุ่ม ระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ให้พร้อมทำงานสูงสุดเป็นเวลา 20 วินาที เหมาะสำหรับการเร่งแซงอย่างรวดเร็ว หรือการออกตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ McPherson Strut ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link พร้อมระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) ระบบนี้ทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆ ของตัวรถ เพื่อปรับความหนืดของโช้คอัพให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ในขณะนั้นแบบเรียลไทม์ และยังสามารถเลือกปรับโหมดสปอร์ตได้จากสวิตช์บริเวณคันเกียร์ ซึ่งจะช่วยลดความสูงของตัวรถลง 10 มม. เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
ประสบการณ์การขับขี่: ความดิบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพ
หาก 911 Carrera เป็นคน ก็คงจะเป็นคนที่ภายนอกดูสุภาพ เรียบร้อย แต่ภายในแฝงไว้ด้วยความดิบและความเร้าใจ เริ่มต้นการทดลองขับด้วยโหมด Normal ในสภาพการจราจรในเมือง เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างนุ่มนวล แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่พร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ เพียงแค่กดคันเร่งลงไปเล็กน้อย ตัวรถจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรง G ที่ดูดหลังติดเบาะ ความปราดเปรียวคล่องแคล่วทำให้การขับขี่ในเมืองไม่น่าเบื่อเลย เสียงท่อไอเสียดังไพเราะกำลังดี ไม่ดังจนเกินไปจนสร้างความรำคาญ
เกียร์ PDK ส่งกำลังได้อย่างราบรื่นและแม่นยำ แม้จะไม่เรียบสนิทเหมือนเกียร์ CVT แต่จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รู้สึกได้เล็กๆ น้อยๆ นั้น กลับเพิ่มอรรถรสและทำให้รู้สึกว่ากำลังควบคุมรถสปอร์ตอยู่จริง
แน่นอนว่าช่วงล่างของรถสปอร์ตย่อมมีความกระด้างกว่ารถยนต์ซีดานทั่วไป แต่ 911 Carrera สามารถซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ดีในระดับหนึ่ง คุณยังคงรับรู้ได้ถึงสภาพพื้นผิวถนน แต่ก็ไม่ถึงกับแข็งกระด้างจนเกินไป ยิ่งถ้าเป็นผิวคอนกรีตจะมีความชัดเจนมากกว่ายางมะตอย แต่เป็นความกระด้างที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับได้สำหรับการใช้งานทั่วไป
เมื่อเราขับขี่ออกนอกเมือง ซึ่งสามารถทำความเร็วได้อย่างเต็มที่ ผมได้เปลี่ยนไปใช้โหมด Sport สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือการตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ที่เร็วขึ้น รอบเครื่องยนต์มาไวขึ้น คันเร่งตอบสนองได้ทันทีทันใด เสียงท่อไอเสียก็กลับมาดุดันยิ่งขึ้น (แต่ยังคงสามารถปรับให้เบาลงได้)
เกียร์ PDK มีโหมด Manual ที่ให้คุณควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้เองผ่าน Paddle Shift การขับขี่ในโหมด Manual นี้ หากใช้ในเมืองอาจจะดูวุ่นวายเกินไป แต่เมื่อได้ลองบนเส้นทางที่เปิดโล่ง คุณจะสัมผัสได้ถึงสมรรถนะอันแท้จริงของเกียร์คลัตช์คู่ลูกนี้ มันให้ความรู้สึกดิบและเร้าใจอย่างไม่น่าเชื่อ
ช่วงล่างในโหมด Sport จะมีความหนึบแน่นมากขึ้น ให้ความรู้สึกมั่นคงที่ความเร็วสูง ตัวรถเกาะถนนราวกับถูกยึดติดไว้กับพื้นถนน การเข้าโค้งทำได้อย่างเฉียบคม แทบไม่มีอาการโคลงเคลงหรือโยนตัวให้เห็น ล้อขนาด 20 นิ้ว และยางหน้ากว้าง อาจจะส่งเสียงดังเล็กน้อยเมื่อเจอรอยต่อถนน หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบนัก
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าให้ความรู้สึกแม่นยำ คุมง่าย มีระยะฟรีน้อย น้ำหนักพวงมาลัยสัมพันธ์กับความเร็ว ทำให้การควบคุมรถที่ความเร็วสูงมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม การเปลี่ยนเลนทำได้อย่างรวดเร็วและเฉียบคม การเข้าโค้งก็ทำได้อย่างแม่นยำและไว้ใจได้
ระบบเบรกเป็นอีกจุดที่ยอดเยี่ยม ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยมตามแบบฉบับรถสปอร์ต ระยะฟรีของแป้นเบรกน้อย ทำให้สามารถกะระยะและน้ำหนักการเบรกได้อย่างแม่นยำ ไม่มีการหัวคะมำ หรืออาการวูบวาบใดๆ ระบบเบรกนี้คือสิ่งที่นักขับที่มีประสบการณ์ต้องการ
แน่นอนว่ารถสปอร์ตย่อมมีเสียงรบกวนจากภายนอกมากกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ 911 Carrera ก็ทำได้ดีในการขับขี่ในเมืองที่ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น เสียงยางสปอร์ตขนาด 305 ที่ล้อหลังจะเริ่มดังขึ้นมาอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับเสียงลมที่ปะทะตัวรถและเสียงท่อไอเสียที่ดังมาจากด้านหลัง
สำหรับโหมด Sport Plus และ Sport Response นั้น แม้จะไม่ได้ทดลองใช้ในการขับขี่ครั้งนี้ แต่โดยทั่วไปแล้ว โหมดเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสนามแข่งเป็นหลัก ซึ่งการรีดสมรรถนะสูงสุดออกมาก็จะส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเช่นกัน
บทสรุป: Porsche 911 Carrera คือมากกว่ารถสปอร์ต
Porsche 911 Carrera (991.2) ไม่ใช่แค่รถสปอร์ตที่ทรงพลัง แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน มันขับง่าย ให้ความรู้สึกไม่เหนื่อยล้าแม้จะขับขี่ในเมือง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในรูปลักษณ์และจิตวิญญาณของ Porsche ต้องการความสะดวกสบายในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ต้องการละทิ้งสมรรถนะและบุคลิกความเป็นสปอร์ต
เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง ระบบกันสะเทือน พวงมาลัย และเบรก ทั้งหมดนี้ตอบสนองความต้องการของนักขับได้อย่างไร้ที่ติ มันมอบประสบการณ์สปอร์ตในอุดมคติ และไม่มีข้อกังขาใดๆ ในด้านประสิทธิภาพการขับขี่ แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นของตระกูล 911 แต่ความสนุกสนานและความเร้าใจที่ได้รับนั้นไม่น้อยไปกว่ารุ่นพี่เลย
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในรุ่นทดสอบนี้ มีระบบ ParkAssist พร้อมกล้องมองหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือระบบ Cruise Control ซึ่งเป็นออปชันเสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นในรถยนต์ระดับนี้
หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์ความมันส์และความเร้าใจที่มากกว่านี้ Porsche 911 Carrera S ที่มาพร้อมพละกำลัง 420 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งยังสามารถเพิ่มระบบ Active Rear-Axle Steering เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง และความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองได้อีกด้วย
แต่ถึงกระนั้น Porsche 911 Carrera คันนี้ ก็คือเพื่อนร่วมทางที่ซื่อสัตย์ พร้อมที่จะมอบความสุขและความตื่นเต้นให้กับคุณในทุกๆ วันของการเดินทาง
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเป็นตำนาน และเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์ระดับโลกแล้ว การติดต่อศูนย์บริการ Porsche หรือตัวแทนจำหน่ายอย่าง AAS เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายการทดลองขับ คือก้าวแรกที่คุณไม่ควรพลาด

