ข่าวจากอังกฤษ ระบุว่า ค่าย KTM บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และจักรยานยนต์ ได้เปิดตัวรถแข่ง KTM X-Bow GT2 ที่สามารถใช้วิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย และที่น่าสนใจ คือ ใช้เครื่องยนต์กำลังสูง 493 แรงม้า กับแชสซีส์น้ำหนักเพียง 80 กก. KTM X-Bow GT-XR คือ สมการความแรง ได้ผลลัพธ์เป็นรถสปอร์ทขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับ Dallara Stradale และ Radical Rapture สำหรับ X-Bow GT-XR แล้ว นับว่าเป็นลำดับที่ 2 ของผู้ผลิตรถจากออสเตรีย ต่อจาก KTM X-Bow แบบเปิดประทุน ซึ่งเป็นแบบแรกของบริษัทที่สามารถวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย มีจำหน่ายตั้งแต่ปี 2551 โดยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ KTM GT-XR ใช้โครงสร้างหลักร่วมกันกับรถแข่ง GT2 โดยมีพื้นฐานมาจากแชสซีส์รถแข่ง Dallara แบบโมโนคอค ขึ้นรูปด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนกับ X-Bow ที่บริษัทได้พยายามพัฒนา และทดสอบการชนกว่า 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา GT-XR เป็นรูปแบบของรถหลังคาแข็ง ภายในห้องโดยสารติดตั้งโรลล์เคจขึ้นรูปจากท่อโลหะ ที่ผ่านการรับรองจาก FIA แล้ว รถมีน้ำหนักพร้อมใช้งานที่ 1,130 กก.




หลังคาห้องโดยสารออกแบบสไตล์คอคพิทของเครื่องบินขับไล่ ขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ การเข้า/ออกห้องโดยสารต้องยกชุดหลังคาทั้งชุด ด้านข้างกระจกบานเล็ก ไม่ได้ติดกับกระจกหน้าเหมือนกับตัวแข่ง จึงสามารถเปิดออกได้ทั้งบาน ภายในห้องโดยสารติดตั้งพวงมาลัยสไตล์รถแข่ง GT2 สามารถถอดออก เพื่อความสะดวกในการเข้า/ออกรถได้ KTM GT-XR ใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร โดยติดตั้งหลังคอคพิทเหมือนกับรถแข่ง แต่เครื่องรถแข่งให้กำลัง 600 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 73.4 กก.-ม. เมื่อนำมาอยู่ในห้องเครื่องของ GT-XR จึงปรับสเปคลดความแรงลงมาเท่ากับ Audi RS3 ที่ให้กำลัง 493 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 59.3 กก.-ม. เครื่องยนต์ GT-XR เป็นเครื่องที่สามารถเรียกแรงบิดมาใช้งานได้ตั้งแต่รอบต่ำ ทำอัตราเร่ง 0-62 ไมล์/ชม. (0-99.7 กม./ชม.) ได้ภายใน 3.4 วินาที และ 62-124 ไมล์/ชม. (99.7-199.5 กม./ชม.) ได้ภายใน 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 174 ไมล์/ชม. (280 กม./ชม.) พลังขับเคลื่อนถูกส่งผ่านเกียร์ซีคเวนเชียล 7 จังหวะ ไปยังเฟืองท้ายแบบลิมิเทดสลิพ เพื่อลดการลื่นไถลของล้อหลัง การออกแบบตัวรถใช้สไตล์เดียวกันกับรถแข่ง GT2 ที่มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์สูง พร้อมระบบม่านอากาศ (Air Curtain System) ซึ่งนำมาใช้กับรถถนนเป็นครั้งแรก โดยใช้ระบบอากาศพลศาสตร์ในการลดแรงดันอากาศบริเวณใต้ท้อง (Ground Effect) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะให้กับรถมากขึ้น KTM X-Bow GT-XR มีราคาเริ่มต้นที่ 284,900 ยูโร (ประมาณ 10.3 ล้านบาท) ซึ่งเป็นราคาก่อนหักภาษีท้องถิ่น บริษัทฯ มีเป้าหมายในการผลิตรุ่นต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 100 คัน/ปี โดยจะมีทั้ง X-Bow’s R, RR, GT4, GT, GTX, GT2 และที่ขาดไม่ได้ คือ GT-XR



Donkervoort F22 ซูเพอร์คาร์ตัวเบา มีแรงม้า/น้ำหนักดีที่สุด
21 Jan 2023








ข่าวจากอังกฤษ ระบุว่า Donkervoort ผู้ผลิตรถในเนเธอร์แลนด์ ได้เปิดตัว Donkervoort F22 ซูเพอร์คาร์ 2 ที่นั่ง ที่มีน้ำหนักตัวเบาที่สุดในโลก ด้วยน้ำหนักเพียง 750 กก. ทำให้ Donkervoort F22 ติดโผรถที่มีอัตราส่วนแรงม้า/น้ำหนักดีที่สุด คือ 657 แรงม้า/ตัน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ แบบ 5 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร ให้กำลัง 493 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์ 5 จังหวะ ที่ผ่านการเซทอัตราทดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยคาดว่าจะมีความเร็วสูงสุดเกิน 290 กม./ชม. โครงสร้างหลักของรถ ปรับการขึ้นรูปแชสซีส์ใหม่ ผสมผสานด้วยการเชื่อมต่อท่อโลหะหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์เกรดเดียวกับรถสูตร 1 ทำให้แชสซีส์แข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา และสามารถขึ้นรูปชิ้นส่วนที่ซับซ้อนกว่าการใช้วัสดุปกติ นอกจากความเบาแล้ว แข็งแกร่ง สามารถทนแรงบิด และการงอได้มากขึ้น 100 % เมื่อเทียบกับแชสซีส์ของรุ่นเดิม คือ D8 GTO ยึดเกาะถนนดีขึ้น สามารถสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ขณะเข้าโค้งได้ถึง 2.15 G Donkervoort ยุคใหม่บริหารโดย Denis Donkervoort เจ้าของใหม่ผู้สืบทอดจาก Joop Donkervoort ผู้เป็นบิดา และเป็นผู้ก่อตั้ง ทั้งยังเป็นบริษัทผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ด้วย มิติตัวรถของ Donkervoort F22 เมื่อเทียบกับ Lamborghini Huracán แล้ว จะแคบกว่า 5 ซม. และสั้นกว่า 50 ซม. ภายในห้องโดยสารสะดวกสบาย กว้างขวางขึ้น และเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์สไตล์ Targa แบบ 2 ชิ้น สามารถขับใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น กุญแจสำคัญ คือ การออกแบบภายในห้องโดยสารใหม่หมด ได้ความกว้างช่วงไหล่เพิ่มขึ้น 80 มม. และความยาวห้องโดยสารมากขึ้น 100 มม. ภายในติดตั้งเบาะนั่งจาก Recaro รุ่นที่มีน้ำหนักเบา และเป็นครั้งแรกที่ใช้เข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด ซึ่งผ่านการรับรองให้ใช้งานได้ทั้งในการแข่งขัน และบนถนนสาธารณะ Denis Donkervoort กล่าวว่า Donkervoort F22 คือ สุดยอดของวิศวกรรมรถน้ำหนักเบาในปัจจุบัน ที่แข็งแกร่ง, ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน เมื่อได้ขับ Donkervoort F22 จะได้สัมผัสถึงประสบการณ์ใหม่ของ ความเร็ว, การควบคุม, การขับขี่ไร้ขีดจำกัด, การออกแบบสไตล์ใหม่ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของรถจากค่าย Donkervoort ในอนาคต ตลาดรถระดับพรีเมียม น้ำหนักเบาในตอนนี้มีคู่แข่งหลาย Brand ทั้ง KTM X-Bow GT-XR ใหม่ (ติดตั้งหลังคาแล้ว), Dallara Stradale และ Radical Rapture โดย Donkervoort F22 จะมาพร้อมค่าตัว 245,000 ยูโร (ประมาณ 8.9 ล้านบาท) โดยครั้งแรกตั้งยอดการผลิตไว้ 50 คัน แต่มีการเรียกร้องจนต้องเพิ่มยอดผลิตเป็น 75 คัน และตอนนี้ทุกคันถูกจองหมดแล้ว


