Ineos Automotive บริษัทผู้ผลิตปิโตเคมียักษ์ใหญ่ของอังกฤษ วางแผนที่จะเริ่มทดสอบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนต้นแบบของรถออฟโรด Grenadier ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Land Rover Defender
Ineos Grenadier Hydrogen Fuel Cell
ในขณะที่ Grenadier 4x4s จะถึงมือลูกค้า ในไตรมาสที่สามของปี 2022 ซึ่งขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลของ BMW ซึ่ง Ineos ได้วางแผนพัฒนาเทคโนโลยีระบบส่งกำลังที่ไม่มีการปล่อยมลพิษในอนาคต โดยได้เตรียมพัฒนาและทดสอบระบบส่งกำลัง Hydrogen Fuel Cell ภายในปี 2022 เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการปฏิวัติไฮโดรเจน
ดูเหมือนว่านี่เป็นโปรเจ็คที่จริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพันธมิตรได้พัฒนารถทดสอบ Grenadier คือ AVL ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบส่งกำลังของยานยนต์ชั้นนำของโลก ส่วนทางด้านระบบเซลล์เชื้อเพลิงน่าจะจัดหาให้โดยฮุนได เนื่องจาก Ineos ได้ลงนามในข้อตกลงกับผู้ผลิตรถยนต์เกาหลีในเดือนพฤศจิกายน 2020 เพื่อประเมินระบบเซลล์เชื้อเพลิงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของฮุนไดที่ใช้ในรถครอสโอเวอร์ Nexo
“จากเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ที่กำลังถูกประเมินสำหรับการเปิดตัวในอนาคตของ Grenadier ทีมงาน Ineos Automotive เชื่อว่าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด”

บริษัทให้เหตุผลว่าเมื่อถึงเวลาในการใช้งานไฮโดรเจน “เซลล์เชื้อเพลิงจะเป็นวิธีที่สะอาดมากในการขับเคลื่อนยานพาหนะที่ต้องวิ่งในระยะไกล และสามารถเติมเชื้อเพลิงได้อย่างรวดเร็ว” นอกจากนี้ยังอ้างว่า “เซลล์เชื้อเพลิง มีข้อได้เปรียบด้านน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่” ข้อความจาก เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของ Ineos Group ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของสหราชอาณาจักร
“รถยนต์ไฟฟ้าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางในเมืองและการเดินทางระยะสั้น แต่ไฮโดรเจนนั้นดีกว่ามากสำหรับการเดินทางไกลและรถบรรทุกหนัก และจำเป็นต้องลงทุนทันทีในสถานีจ่ายไฮโดรเจนและสถานีเติมไฮโดรเจน”
ที่กล่าวว่า Ineos Automotive ตั้งข้อสังเกตว่าระบบส่งกำลังเชื้อเพลิงทางเลือกในอนาคตจะต้องรักษาหรือปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถของ Grenadier มีเหตุผลอีกประการที่ผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมากกว่าระบบส่งกำลังไฟฟ้าทั้งหมด เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ได้ผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำไปแล้วกว่า 400,000 ตันต่อปี และวางแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 2 พันล้านยูโร (2.33 พันล้านดอลลาร์) ในการผลิตไฮโดรเจนใหม่ทั่วยุโรป

“ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิต จับและจัดเก็บอย่างปลอดภัย Ineos จะเป็นหัวใจของการพัฒนาไฮโดรเจน ปริศนาสุดท้ายคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไฮโดรเจนเพื่อรองรับการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย และ Ineos กำลังรณรงค์อย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนี้จะเสร็จสิ้น”
ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจำเพาะเบื้องต้นของต้นแบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน Ineos Grenadier
Source: Ineos Automotive
ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car
สุดยอด Hyper Car “Koenigsegg” เผยโฉมครั้งแรกในไทยรวม 2 คัน 3,000 กว่าแรงม้า

โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 20 October 2563
สุดยอด Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงกว่าทั่วไปหนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน และครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ได้เผยโฉมถึง 2 รุ่น
Koenigsegg
บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

พร้อมเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าประเทศไทย 4 คัน จองแล้ว 1 คัน เริ่มผลิตปี 2022 รับรถปี 2024

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท จัดจำหน่ายหมดแล้ว (นำมาโชว์)
Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท)
ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมาก


ยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ





เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ลากรอบได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที สามารถเค้นกำลังสูงสุดที่ 1,600 แรงม้า (ด้วยเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น


นั่นแปลว่ารถคันนี้ยังเป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถแตะความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. และมากกว่านั้น แต่ ข้อจำกัดสำคัญ คือ ยาง, สถานที่
Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT
รถ ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย


หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น


ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.



Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู





บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

