• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0910041 ความเจ บท ชายไม เคยร เพราะท กแผลอย บนร างผ หญ part 2

admin79 by admin79
October 10, 2025
in Uncategorized
0
T0910041 ความเจ บท ชายไม เคยร เพราะท กแผลอย บนร างผ หญ part 2

4 อันดับรถ BUGATTI CHIRON ที่มีขุมพลังมากที่สุด 


        ขุมพลัง หรือแรงม้า เป็นสิ่งสำคัญที่จะบ่งบอกได้ว่ารถคันนั้นมีประสิทธิภาพในเรื่องความเร็วแรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งต้องบอกว่ารถ BUGATTI CHIRON นั้นถือเป็นหนึ่งในรถซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ที่ให้พละกำลังมากเลยทีเดียว ทำให้กลายเป็นรถที่มีคนจับตามองกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าถูกจับจ้องไม่แพ้รถรุ่นอื่น ๆ เลย โดยบูกัตติ ชิรอน แต่ละรุ่นนั้นก็ได้ใส่เครื่องยนต์ที่ไม่ธรรมดา มาดูกันว่า บูกัตติ ชิรอน รุ่นใดที่มีขุมพลังหรือแรงม้ามากที่สุด 

4 อันดับรถ BUGATTI CHIRON ที่ให้แรงม้ามากที่สุด 


4.BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+ (ราคา 116,700,000 บาท)


        BUGATTI CHIRON ตัวถังแต่งด้วยสีดำ JET BLACK ตัดกับสีส้ม JET ORANGE ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนท้ายของตัวรถมีขนาดยาวกว่าที่เคย ส่วนแนวหลังคาด้านบนที่ลู่ลมจะช่วยรีดลมในขณะวิ่งได้อีก 40% ส่วนล้อจะเป็นล้อสีเทาดำ NOCTURNE ผลิตจากแมกนีเซียมขนาดเบา ตกแต่งภายในอย่างเท่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า รุ่นนี้ผลิตจำนวน 30 คันเท่านั้น 


3.BUGATTI CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI (ราคาประมาณ 115,000,000 บาท)


        BUGATTI CHIRON ตัวนี้ไฮเปอร์คาร์ที่ถูกพัฒนามาจากรุ่น BUGATTI CHIRON SPORT บริเวณกระจกมองข้างมีลายธงชาติฝรั่งเศสแสดงถึงถิ่นกำเนิดของแบรนด์ ตัวถังใช้สี STREL BLUE ด้านทั้งคัน มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 เทอร์โบ 4 ตัว ขนาด 8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.4 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 420 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นรถบูกัตติที่มีขุมพลังสูงมากเลยทีเดียว 


2.BUGATTI CHIRON SUPER SPORT SS 300+ (ราคาประมาณ 121,000,000 บาท)


        รถบูกัตติไฮเปอร์คาร์ที่เน้นการแต่งพิเศษ มีความหรูหรามากกว่า CHIRON รุ่นปกติ จึงเป็นที่มาของคำว่า SUPER SPORT โดยได้ออกแบบช่องระบายอากาศทรงกลม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก BUGATTI EB110 ส่วนบังโคลนหน้าและท่อไอเสียคู่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถซูเปอร์คาร์ในยุค 90S ภายในตกแต่งหรูหรา มาพร้อมกับเบาะหนังอะลูมิเนียมขัดเงา ขุมพลัง W-ENGINE 16 สูบ ความจุ 7,993 ซีซี เทอร์โบ 4 ตัว ให้กำลัง 1,600 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 440 กิโลเมตร/ชั่วโมง 


1.BUGATTI CHIRON PROTOTYPE


        BUGATTI CHIRON PROTOTYPE คันนี้ถูกสร้างมาเป็นพิเศษ ไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่าย โดยมีความยาวกว่ารุ่นมาตรฐานถึง 250 มิลลิเมตร ซึ่งได้ถอดสปอยเลอร์หลังออกเพื่อลดแรงเสียดทานอากาศ มีการปรับชุด DIFFUSER ท้ายใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม และปรับเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ ตัวถังทั้งหมดผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา มาพร้อมยางรุ่นพิเศษจาก MICHELIN ติดตั้งเครื่องยนต์บล็อก W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ลูก ซึ่งได้อัปเกรดจาก 1,500 แรงม้า มาเป็น 1,600 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DUAL-CLUTCH 7 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ

https://gclubspecial168.com/ บริการเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีทั้ง คาสิโนออนไลน์ และการพนันออนไลน์ อื่นๆไว้คอยให้บริการท่านอย่างไม่ติดขัด โดยมีลูกค้าจากทั่วโลกให้ความสนใจใช้บริการเล่นพนันอย่างมากมาย ด้วยระบบที่เป็นมาตรฐานระดับสากล

โหดไฮบริด! Ferrari F80 V6 Hybrid 1,183 แรงม้า!

-กกก+

LightDarkฟังข่าว

การสืบสายเลือดของตำนานไฮเปอร์คาร์ที่ครองใจผู้คนมากว่า 40 ปี ด้วย Ferrari 288 GTO, F40, F50, Enzo และ LaFerrari… ล่าสุดกับ Ferrari F80 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 80 ปีของม้าลำพอง ซึ่งจะครบรอบ 80 ปี พอดีในปี 2027 และเมื่อถึงเวลานั้น Ferrari จะปล่อยของเจ๋งๆ อย่างไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ทรงแหวกอวกาศ มูลค่า 3.1 ล้านปอนด์ ให้กับเจ้าของผู้โชคดี 799 คนที่ได้รับเลือก ราคา 3.1 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยยังไม่รวมภาษีนำเข้า 300% ++ จะอยู่ที่ 133,888,000 บาท

https://youtube.com/watch?v=tYSo0LsHhvo%3Fautoplay%3D1%26mute%3D1

Ferrari เวอร์ชันพิเศษคันนี้ไม่มีเครื่องยนต์ V12 แบบดูดอากาศตามธรรมชาติเหมือน La F รถรุ่นใหม่อย่าง F80 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ เสียบพ่วงด้วยระบบไฮบริดเสริม ซึ่งน่าผิดหวังสำหรับแฟนคลับที่ชอบเครื่องไซล์ใหญ่ของม้าลำพอง แต่เหตุผลก็ชัดเจนว่า : เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตรแบบ 120 องศารุ่นนี้ เป็นขุมกำลังที่ดัดแปลงอย่างหนักและทำให้ 499P คว้าชัยชนะติดต่อกันในการแข่งขัน Le Mans 24hrs เป็นการกำหนดค่าระบบส่งกำลังที่ใช้ในรถแข่ง F1 และ ถูกต้องตามกฏข้อบังคับทุกประการ นอกจากนี้เครื่องยนต์ V6 Hybrid ยังมีขนาดกะทัดรัด มีกำลังมากกว่า และเบากว่าเครื่องยนต์ V12 และด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ (เทอร์โบไฟฟ้าขนาดใหญ่กว่า เพื่อกำลังที่มากขึ้นในรอบที่สูงขึ้น และมีมอเตอร์ไฟฟ้าคอยช่วยเสริมแรงบิดเพื่อส่งกำลังแบบฉับพลันทันที)  F80 ผลิตกำลังได้ 888 แรงม้า มากกว่า Ferrari 296 GTB ที่ใช้เครื่อง V6 เหมือนกันถึง 234 แรงม้า กำลัง รวมทุกระบบอยู่ที่ 1,183 แรงม้า เป็น Ferrari ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มีมา

…

มอเตอร์ไฟฟ้าสามตัวที่ Ferrari ออกแบบพัฒนาและสร้างขึ้นเองทั้งหมด มอเตอร์สองตัวทำงานอยู่ที่เพลาหน้า (หมายความว่า F80 ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในขณะที่ McLaren W1 ที่เพิ่งสร้างและทรงพลังยิ่งกว่าเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง) มอเตอร์ตัวที่สามยึดกับส่วนล่างของเครื่องยนต์ สามารถส่งกำลัง 70 กิโลวัตต์ ไปยังแบตเตอรี่ในโหมดสร้างพลังงานไฟฟ้า หรือเสริมแรงบิดอีก 80 แรงม้า แบตเตอรี่ 800V 2.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซ่อนอยู่ด้านหลังเบาะนั่ง ผสานกับเทคโนโลยี F1 สำหรับการชาร์จและปล่อยพลังงานอย่างรวดเร็ว F80 ไม่มีโหมด EV เพื่อใช้งานด้วยโหมดขับเคลื่อนไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ในความเป็นจริง F80 มีมอเตอร์ไฟฟ้าจิ๋วอีก 13 ตัว โดย 2 ตัว ติดตั้งอยู่ในเทอร์โบชาร์จเจอร์ หล่อเลี้ยงด้วยระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ มอเตอร์จิ๋วอีก 1 ตัว ติดตั้งอยู่ที่มุมทั้งสี่ของช่วงล่างแอ็คทีฟที่จ่ายไฟด้วยระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ เช่นเดียวกัน มอเตอร์จิ๋วอีก 4 ตัว ติดตั้งบนวิงหลังแบบแอคทีฟ เพื่อให้ยกตัวหรือปรับมุมเอียงเพื่อสร้างแรงกดส่วนท้าย 

เครื่องยนต์สันดาป รหัส Tipo F163CF V6 3.0 ลิตร กาง 120 องศา ระบบอัดอากาศทวินเทอร์โบ (เทอร์โบไฟฟ้าคู่) กำลัง 900 แรงม้า ที่ 8,750 รอบต่อนาที แรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่ 5,550 รอบต่อนาที กระบอกสูบ 88 มิลลิเมตร ช่วงชัก 82 มิลลิเมตร รอบเครื่องตัดที่ 9,200 รอบ เทอร์โบคู่นี้เป็นเทอร์โบยัดไส้มอเตอร์ไฟฟ้าที่บูสเต็มได้ตั้งแต่รอบต่ำ

มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า ให้กำลังตัวละ 142 แรงม้า เป็นมอเตอร์ขับเคลื่อน และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หลัง ใช้สตาร์ทเครื่อง เป็น Generator และสร้างแรงหน่วง Regenerative ให้กำลังขับเคลื่อน 81 แรงม้า
พลังแรงม้ารวมเมื่อเครื่องกับมอเตอร์ 1,200 แรงม้า หรือ 1,170 แรงม้า (ตามหน่วย BHP อังกฤษ) น้ำหนักตัวรถ 1,525 กิโลกรัม เบาถ้าเทียบกับรถไฟฟ้า แต่หนักกว่า LaFerrari 170 กิโลกรัม และหนักกว่า F50 355 กิโลกรัม

High Voltage Battery ของระบบไฮบริดมีความจุไฟ 2.28kWh แ มีน้ำหนัก 39 กิโลกรัมโดยประมาณ (เบากว่าแบตเตอรี่ของ SF90 38 กิโลกรัม) มอเตอร์คู่หน้าหนักตัวละ 12.9 กิโลกรัม มอเตอร์ตัวหลังหนัก 8.8 กิโลกรัม

…

ตัวเลขสมรรถนะ
0-100 กม./ชม. 2.15 วินาที
0-200 กม./ชม. 5.75 วินาที
ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.
ระยะเบรกจาก 100-0 28 เมตร จาก 200 กม./ชม. ถึงจุดหยุดนิ่ง 98 เมตร

ตัวเลขสมมรถนะ Ferrari F80 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 2.15 วินาที 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.75 วินาที และความเร็วสูงสุด  350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่า McLaren W1 ขับเคลื่อนล้อหลัง และมีความเร็วสูงสุดที่เท่ากัน Ferrari F80 สามารถทำลายสถิติใหม่ในสนามทดสอบ Fiorano ที่ 1 นาที 15.3 วินาที เร็วกว่า Ferrari SF90 XX Stradale ถึงสองวินาที และเร็วกว่า LaFerrari ถึง 4.4 วินาที

…

Ferrari F80 นั้นทรงพลังอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าม้าลำพองรุ่นใหม่คันนี้ มีสักยภาพที่จะทำลายสถิติสนามแข่งเกือบทุกแห่ง! แต่ Ferrari ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่ของเล่นในสนามแข่งที่มีป้ายม้าลำพองเท่านั้น  Enrico Galliera หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Ferrari อธิบายว่า ด้วยปรัชญาที่ Ferrari ยึดถือ คือ แม้แต่รถที่พิเศษและสุดขั้วที่สุด ก็ต้องสัมผัสได้อย่างดีเยี่ยมบนถนนสาธารณะ ไม่ใช่แค่จอดอยู่ในโรงรถสวยๆ เพื่อเอาไว้คุยข่มเพื่อน! 

แน่นอนว่า เสียงเครื่องยนต์ V6 อาจจะไม่ไพเราะเท่าเครื่อ V12 แต่ Gianmaria Fulgenzi หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ Ferrari ให้คำมั่นสัญญากับลูกค้ามหาเศรษฐี ว่า “คุณอาจไม่เชื่อ เพราะมันเป็นแค่เครื่องยนต์ V6 ตัวเล็กนิดเดียว ไม่ใช่เครื่องในตำนานอย่าง V12 แต่เชื่อผมเถอะว่า Sound ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari ยังคงอยู่ครบถ้วน” Fulgenzi กล่าวเสริมว่า “ระบบ e4WD ควบคุมและรักษาเสถียรภาพได้อย่างยอดเยี่ยม จากซอฟต์แวร์ SSC 9.0 (Side Slip Control) รุ่นล่าสุดถูกโปรแกรมขึ้นมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ”

…

ระบบ Active Aero ของ F80 สร้างแรงกดยิ่งยวดมาถึง 1,050 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนล่างของตัวถังมีแผ่นคาร์บอนปิด แผ่นปิดที่กางออกได้ใต้สปลิตเตอร์ด้านหน้าเพื่อลดแรงต้านอากาศเมื่อจำเป็น พร้อมดิฟฟิวเซอร์แบบยกตัวได้ ท่อ S-duct ดูดอากาศจากใต้รถขึ้นไปด้านบน ในขณะที่ปีกหลังปรับยกขึ้นด้วยมอเตอร์ได้ถึง 200 มิลลิเมตร หรือยกตั้งฉากเพื่อทำหน้าที่เป็นเบรกอากาศ ผลลัพธ์ที่ได้คือ F80 เป็นรถเครื่องวางกลางที่โคตรเกาะ มีแรงกด 460 กิโลกรัมที่ด้านหน้า และ 590 กิโลกรัม ที่ส่วนท้าย ช่วงล่าง Active Suspension และระบบ Active Aerodynamics รอบคันตามสไตล์ถนัด Ferrari ซึ่งเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว 250 กม./ชม. ครีบ แผ่น หาง ลิ้นและช่องลมต่างๆจะสร้างแรงกดลมลงบนตัวรถเท่ากับ 1 ตันโดยประมาณ

การออกแบบภายใน Ferrari ไม่เรียกว่า 2 ที่นั่ง แต่เรียกว่า 1+ คือตัวเบาะ แผงคอนโซล อุปกรณ์ต่างๆทำมาโดยโฟกัสให้กับคนขับ 100% ที่นั่งด้านข้างๆแทบไม่อยากเรียกว่าเบาะ จะพาใครนั่งไปด้วยยังเกรงใจ เบาะคนขับปรับเลื่อนได้ แต่เบาะ “+” หรือไอ้ส่วนเกินนั้น จะติดตายตัวขยับไม่ได้ ไม่อยากนั่งก็อย่านั่ง เบาะคนขับจะเยื้องมาข้างหน้ามากกว่า เพื่อให้ไหล่ไม่ถูไอ้ส่วนเกินเวลาขับ โดยที่ตัวเบาะทั้งคู่จะวางไว้ชิดกันมากกว่ารถปกติ ปุ่มบนพวงมาลัย เปลี่ยนจากปุ่ม Touch/Haptic แบนๆกดกิ๊กๆเบาๆใน 296 มาเป็นปุ่มแบบกดได้ลึกๆดั้งเดิม เพราะ Ferrari มองว่าตอนขับซัดตึงปุ่มแบบนี้คนขับได้รับ Feedback ชัดเจนกว่า กดแล้วรู้สึกว่าได้กดไปจริง

โช้คอัพ มอเตอร์ ติดตั้งระบบ Multimatic กระปุกเกียร์คลัตช์คู่ DCT แปดสปีด ล้อขอบคาร์บอนห้าก้าน นับเป็นล้อวัสดุผสมมวลเบาชุดแรกที่ Ferrari ผลิต ยาง Michelin Pilot Sport Cup2 หรือ Pilot Sport Cup2Rs

ตัวถังคาร์บอนแบบสมมาตร เพื่อให้เบาะนั่งผู้โดยสารอยู่ด้านหลังมากขึ้นเล็กน้อย จำเป็นต้องออกแบบให้เบาะแคบและยกขึ้นเพื่อให้ระบบแอโรไดนามิกทำงานที่ด้านล่างได้ ผลลัพธ์คือ ตัวถังเบากว่า LaFerrari 5 เปอร์เซ็นต์ มีความแข็งแรงในการบิดตัวมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยรวมแล้ว F80 ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีน้ำหนักเปล่า 1,525 กิโลกรัม มากกว่า McLaren W1 ขับเคลื่อนล้อหลัง 125 กิโลกรัม

‘Impluvium’ ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกช่องรับอากาศรูปท่อแบบ naca เพื่อส่งอากาศไปยังช่องรับอากาศและอินเตอร์คูลเลอร์ของเครื่องยนต์ ช่องรับอากาศแบบนี้มีความเป็นไปได้เพราะห้องโดยสารแคบมาก จึงเหลือพื้นที่ด้านข้างที่แบนและเหลี่ยมเพื่อให้ลมวิ่งไปตามความยาวของตัวรถได้อย่างสะดวก มุมที่สะดุดตาที่สุดของ F80 ก็คือส่วนหน้ารถ ด้วยช่องรับอากาศสองช่องที่ส่งอากาศผ่านโครงย่อยด้านหน้าเพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรก Brembo CCM-R Plus ฝาครอบเครื่องยนต์แบบทึบ มีรูระบายอากาศหกรู ผู้โดยสารจะนั่งเอนไปด้านหลังมากกว่าคนขับเล็กน้อย ทำให้ลดความกว้างของห้องโดยสารลงได้ 50 มิลลิเมตร แต่ก็ยังมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับ 2 คน เบาะนั่งผู้โดยสารตกแต่งด้วยสีดำ เบาะคนขับปรับไปข้างหน้าและข้างหลังได้ หุ้มด้วยหนัง Alcantara สีแดง 

พวงมาลัยรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีปุ่มกลับมาให้ใช้งานอีกครั้ง และยังมีปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ตามปกติทั้งหมด นั่นก็คือปุ่ม Mannetino ทางขวามีปุ่มสำหรับโหมด Wet-Sport-Race-CT Off-ESC Off และโหมดระบบเกียร์อีกสามโหมดทางซ้าย โหมดเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งความเร็ว เมื่อขับรอบๆ สนามเพื่อแสดงให้คอมพิวเตอร์ทราบว่ามุมโค้งและทางตรงอยู่ที่ไหน จากนั้นคอมพิวเตอร์จะเก็บข้อมูลนั้นไว้และส่งกำลังเพิ่มโดยอัตโนมัติในส่วนที่จำเป็นที่สุดของสนามแข่ง 

Ferrari F80 ผลิตแค่ 799 คัน เท่านั้น ราคาคิดเป็นเงินไทยยังไม่รวมภาษีอยู่ที่ 133,888,000 บาท.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/ 

Previous Post

T0910036 องสาวน อยใจต องใช ของเก าของพ สาว แต วพ สาวจะแบ งก นใช ไม ได part 2

Next Post

T0910025 (ตอนจบ) ญาต ปรส มาขออาศ ยบ านเขาอย ฟร ไม กบ ญค ณไม พอ งแว part 2

Next Post
T0910025 (ตอนจบ) ญาต ปรส มาขออาศ ยบ านเขาอย ฟร ไม กบ ญค ณไม พอ งแว part 2

T0910025 (ตอนจบ) ญาต ปรส มาขออาศ ยบ านเขาอย ฟร ไม กบ ญค ณไม พอ งแว part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.