Alfa Romeo 4C พรางลายงูทั้งคัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าสตั๊ดรุ่นพิเศษ Deadly Focus Pack ของ Adidas
แม้ว่า Alfa Romeo 4C จะไม่ใช่ผลงานแรกของ Garage Italia Customs ซึ่งเป็นสำนักตกแต่งรถแนวคัสตอมของอิตาลีที่เน้นสร้างผลงานสร้างสรรค์ในการตกแต่งรถยนต์ให้พิเศษและแตกต่างเฉพาะบุคคลด้วยงานฝีมืออย่างมีรสนิยม อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับแบรนด์สินค้าอื่น ๆ มาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็น BMW ในวาระฉลอง 50 ปี ในอิตาลี อย่าง BMW i8 Futurism Edition หรือ Fiat 500 Pepsi ใน มิลาน ดีไซน์ วีค ปี 2016 เป็นต้น แต่ด้วยความโดดเด่นของลายหนังงูขาว-ดำแบบเดียวกับรองเท้าสตั๊ดรุ่นพิเศษ Deadly Focus Pack ของ Adidas ก็ทำให้ Alfa Romeo 4C ดูดุร้ายคล้ายอสรพิษน่าเกรงขามขึ้นอีกเป็นกอง

Alfa Romeo 4C ลายงูผลงานล่าสุดจาก Garage Italia Customs อาจเกิดจากความร่วมมือกับ Adidas เพื่อโปรโมทรองเท้าสตั๊ดแนวแฟชั่นรุ่นพิเศษ Deadly Focus Pack แบบจำกัดจำนวนก็เป็นได้ เพราะลวดลายหนังงูภายนอกของตัวรถนั้นเหมือนกับ Adidas Limited Edition ACE 16 และ X 15 ที่เปิดตัวออกมาในชื่อว่า Deadly Focus Pack และก็เป็นผลงานที่ Adidas ร่วมกับ Italia Independent แบรนด์แอคเซสซอรี่ของอิตาลีซึ่งรายละเอียดตอนนี้ก็ยังมีไม่มากนักแม้แต่บนเว็บไซต์ของ Garage Italia Customs แต่เพราะลวดลายก็ทำให้กลายเป็นที่จับตามองในทันที แต่จะเพราะ “สวย” หรือ “น่าขนลุก” อันนี้คงเป็นอีกเรื่อง

สำหรับ Alfa Romeo 4C นั้นเป็นรถสปอร์ตสัญชาติอิตาเลียน ที่แม้จะเปิดตัวมานานแล้วตั้งแต่ปี 2013 แต่ด้วยงานออกแบบเหนือกาลเวลาในสไตล์อิตาลีจนถึงตอนนี้ก็ยังคงโดดเด่นสะดุดตาซึ่งมีทั้งแบบ 2 ประตู (Coupe) และเปิดประทุน (Spider) โดยทั้ง 2 รุ่น จะใช้เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ หัวฉีดตรงขนาด 1.75 ลิตร พ่วงด้วยเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 237 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 2,200 รอบ/นาที ในขณะที่มีน้ำหนักตัวราว ๆ 1 ตันเท่านั้น (อาจเบาหรือหนักกว่านี้เล็กน้อยแล้วแต่สเปคในแต่ละภูมิภาคที่จำหน่าย) ทำให้ Alfa Romeo 4C สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาต่ำกว่า 4.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดไปได้ถึง 258 กม./ชม. เลยทีเดียว
งานนี้ถ้าใครไม่ถูกโฉลกกับงูอาจไม่ค่อยปลื้มเท่าไรนักเพราะแค่รองเท้าสตั๊ดนั้นคงพอทำใจได้ แต่ถ้าเจอคันใหญ่มาจอดอยู่ข้าง ๆ ท่าจะมีกรี๊ด



Mercedes-Benz CLA อาร์ตคาร์ สวยนะ หรือแปลกไป?
![]()
โดย Sunuttinee Phumbanyen
โพสต์เมื่อ 20 April 2568
Mercedes-Benz CLA มาพร้อมกับการนำเสนอที่หลากหลายระหว่างศิลปะและยานยนต์ ในงาน New York Auto Show 2025
Mercedes-Benz CLA อาร์ตคาร์ สวยนะ หรือแปลกไป?
Mercedes-Benz ได้จัดแสดงรถยนต์ CLA ที่มีความหลากหลายในการนำเสนอ โดยมีทั้งรุ่นพิเศษที่เน้นด้านศิลปะ CLA Art Car และรุ่นจำหน่ายจริงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วน 100% และพลังงานทางเลือกแบบไฮบริด
CLA Art Car ความร่วมมือระหว่างยานยนต์และศิลปิน
คิดว่าเป็นหนึ่งในการนำเสนอที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน New York Auto Show 2025 สำหรับผลงาน CLA Art Car ในฐานะส่วนหนึ่งของซีรีส์ “Class of Creators” โดยเป็นรถยนต์คันแรกที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Ice Spice ศิลปินเพลงแร็ปชาวอเมริกัน

สำหรับการออกแบบรถยนต์ CLA คันดังกล่าว ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับ “สีโครเมียมหลอมละลาย” โดยมีการประดับตกแต่งด้วยองค์ประกอบทางศิลปะ เช่น โซ่ Princess และที่ประดับเพชร นอกเหนือจากการออกแบบสีตัวถังที่โดดเด่น รถยนต์อาร์ตคาร์คันนี้ยังได้รับการติดตั้งล้อเอียง ยางที่ประดับด้วยอัญมณีเทียม ลวดลายเมทัลลิก และกระจังหน้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่


แม้ว่าการออกแบบของรถยนต์อาร์ตคาร์คันดังกล่าวอาจเป็นที่ถกเถียงในด้านความสวยงาม แต่ Mercedes-Benz ยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์อาร์ตคาร์อีก 4 คันในอนาคต โดยจะมีการร่วมมือกับศิลปินและแบรนด์ต่างๆ อีกมากมาย



Mercedes-Benz CLA 2026 รุ่นจำหน่ายจริง
นอกเหนือจากการนำเสนอรถยนต์อาร์ตคาร์แล้ว Mercedes-Benz ยังได้ถือโอกาสจัดงานเปิดตัวรถยนต์ CLA 2026 รุ่นจำหน่ายจริง (ในสหรัฐอเมริกา) โดยใช้แพลตฟอร์มเดียวกันกับในรุ่นที่จำหน่ายในยุโรป ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ การออกแบบทั้งภายนอกและภายในดูเรียบง่าย แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น MBUX Superscreen ซึ่งประกอบด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 14 นิ้ว และจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14 นิ้ว โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Mercedes-Benz ใหม่ที่รองรับเทคโนโลยี AI


CLA 2026 มีระบบขับเคลื่อนทั้งแบบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด ซึ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ CLA 250+ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 268 แรงม้า (200 กิโลวัตต์ / 272 PS) และแรงบิด 247 ปอนด์-ฟุต (335 นิวตันเมตร) และ CLA 350 4MATIC มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 349 แรงม้า (260 กิโลวัตต์ / 354 PS) และแรงบิด 380 ปอนด์-ฟุต (515 นิวตันเมตร)


ส่วนระบบส่งกำลังแบบไฮบริด คาดว่าจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร แบตเตอรี่ 1.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ ที่ผสานเข้ากับเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

