Alpine A110 R รุ่นไล่เบาหนักเพียง 1,082 กก. เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เทอร์โบ 300 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที
6 ตุลาคม 2022 เวลา 01:24 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide, NEWS | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 4120
Alpine ได้กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษของ A110 ด้วยการเติมตัวอักษร R ทดแทนด้วยอักษร S ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2022 เป็นการต่อยอดจากรุ่นที่ได้รับอัพเกรดขุมพลังเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการไล่เบาลดน้ำหนักตัวรถจากการหันมาใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปมากกว่า 34 กิโลกรัม จนมีน้ำหนักรวมเหลือเพียงแค่ 1,082 กิโลกรัม
โดยรายการของดำไล่เบานี้ ได้แก่ ฝากระโปรงหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมช่องดักลมคู่ที่นอกจากจะเสริมความดุแล้วยังทำให้มีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ดียิ่งขึ้น และยังลดน้ำหนักไปได้ถึง 2.9 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ A110S ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ล้อขนาด 18 นิ้ว ที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาที่ช่วยลดน้ำหนักเพิ่มอีก 12.5 กิโลเมตร นอกจากนี้ลายของล้อคู่หน้ายังมีความแตกต่างกับล้อคู่หลัง ด้วยเหตุผลทางอากาศพลศาสตร์ รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 แบบ Semi-slick

อีกทั้งกระจกที่ปิดห้องเครื่องก็ได้ถูกถอดออกและแทนที่ด้วยฝาปิดคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งต้องแลกมาด้วยทัศนวิสัยด้านหลังที่หายไปพอสมควร ปิดท้ายด้วยหลังคาและสปอยเลอร์หลังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นเดียวกัน
ภายในมาพร้อมอุปกรณ์เตรียมลงสนามตามแบบฉบับรุ่นพิเศษไล่เบา ได้แก่ เบาะนั่งบัคเก็ตซีททำจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียวน้ำหนักเบาจาก Sabelt หุ้มด้วยหนังกลับสีดำ ที่สามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม พร้อมติดตั้งเข็มขัดยี่ห้อเดียวกันแบบ 6 จุด
ช่วงล่างมาพร้อมกับชุดโหลดให้เตี้ยลง 10 มิลลิเมตร พร้อมเพิ่มความแข็งเหล็กกันโคลงอีก 10% ที่ด้านหน้าและ 25% ที่ด้านหลังเมื่อเทียบกับรุ่น A110 S ทำให้รองรับการขับขี่ที่ดิบเถื่อนมากยิ่งขึ้น พร้อมเปลี่ยนโช้คอัพ ที่ติดตั้งระบบปรับความหนืดได้มากถึง 20 ระดับ เพื่อรองรับการขับขี่ในสนามแข่ง

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.8 ลิตร TCe M5P turbocharged ระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิง Direct-injection กำลังสูงสุด 300 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร ที่ 2,400-6,000 รอบ/นาที โดยสามารถเร่งรอบเครื่องได้สูงสุดที่ 8,250 รอบ/นาที
- จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 7 จังหวะ ผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
- สามารถโหมดการขับขี่ 3 แบบ ได้แก่ Normal Sport และ Track เพื่อปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆให้เหมาะสมตามความต้องการ
จอแสดงผลทำงานร่วมกับระบบสื่อสารภายในตัวรถหรือ ‘Alpine Telemetrics’ ที่สามารถแสดงข้อมูลได้แบบ real-time ซึ่งมีความจำเป็นต่อการขับขี่ในสนาม ไม่ว่าจะเป็น แรงดันเทอร์โบ อุณหภูมิระบบเกียร์ ปริมาณแรงบิดและกำลังในขณะนั้น องศาของล้อหน้า รวมไปถึงเกจวัดแรง G
ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน
- อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ใน 3.9 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 285 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ระบบบังคับเลี้ยว
- ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบพาวเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical Power Steering
ระบบกันสะเทือน
- ระบบกันสะเทือนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นแบบ Double Wishbone ที่ใช้วัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบากว่า 96%
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/40 R18 ที่ล้อคู่หน้า และขนาด 245/40 R18 ที่ล้อคู่หลัง
ระบบห้ามล้อ
- ระบบห้ามล้อเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ จาก Brembo
- จานเบรกคู่หน้าเป็นแบบมีครีบและรูระบายความร้อน ขนาด 320 มิลลิเมตร
- จานเบรกคู่หลังเป็นแบบมีครีบและรูระบายความร้อน ขนาด 320 มิลลิเมตร
พร้อมเปิดให้จับจองได้ในเดือนพฤศจิกายน 2022 นี้ และจะมาพร้อมสีน้ำเงินด้าน Racing Matte Blue เพื่อเป็นการอ้างอิงถึงสีของรถแข่ง A522 Formula 1 จากทีม Alpine ในฤดูกาลนี้ โดยยังไม่ระบุราคาจำหน่าย
ที่มา: Alpine

Alpine ค่ายรถยต์จากเมืองน้ำหอมฝรั่งเศส ภายใต้การควบคุมของ Renault ได้เปิดตัวสปอร์ตคันเล็กพริกขี้หนู ที่มีความเผ็ดแบบจี๊ดจ๊าด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรเทอร์โบ ที่ให้กำลังมากถึง 300 แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที

สำหรับ Alpine A110 R เป็นรถสปอร์ตขนาดเล็กที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Alpine A110 S ที่ถูกเปิดตัวไปก่อนหน้าเมื่อต้นปี 2022 ที่ผ่านมา โดย Alpine A110 R มาพร้อมการตกแต่งใหม่ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในหลาย ๆ จุด เพื่อทำให้น้ำหนักตัวลดลง มาพร้อมดาวน์ฟอร์ซที่เพิ่มขึ้น



ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของฝากระโปรงหน้าที่มาพร้อมกับช่องดักอากาศขนาดใหญ่เพื่อช่วยในเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์ กระจกมองหลังถูกถอดออกแทนที่ด้วยฝาปิดคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งจำทำให้อาศัยการทองหลังด้วยเพียงกระจกข้างเท่านั้น


นอกจากนั้นในส่วนหลังคารถและสปอยเลอร์หลังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นเดียวกัน และที่สำคัญที่ทำให้น้ำหนักตัวรถนั้นลดลงจะอยู่ที่ Alpine A110 R ติดตั้งล้อ Forged ขนาด 18 นิ้ว ที่มีน้ำหนักเบา รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 แบบ Semi-slick พร้อมระบบเบรกจาก Brembo พร้อมด้วยจานเบรกขนาด 320 มม. อีกทั้งยังออกแบบลวดลายล้อหน้าและหลังที่แตกต่างกันเพื่อช่วยในเรื่องของหลังอากาศพลศาสตร์



ขณะที่ภายในห้องโดยสาร ก็ถูกไล่เบาแบบเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นในส่วนเบาะนั่งเป็นแบบบัคเก็ตซีททำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่เป็นแบบโมโนค็อกห จากทาง Sabelt หุ้มด้วยหนังกลับสีดำ ที่สามารถลดน้ำหนักได้ 5 กก. พร้อมติดตั้งเข็มขัดยี่ห้อเดียวกันแบบ 6 จุด



ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลช่วยทำให้ Alpine A110 R รถสปอร์ตใหม่สายพันธุ์แรงตัวนี้มีน้ำหนักรวมเหลือเพียง 1,082 กิโลกรัม ซึ่งลงลงจาก Alpine A110 S ถึง 34 กก. โดยเมื่อเทียบกับรถแรงอย่าง Porsche Cayman จะมีน้ำหนักตัวที่เบากว่า โดย Cayman มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,116 กก.

ในด้านชุดขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรเทอร์โบ 4 สูบ ส่งกำลังด้วยเกียร์คลัตช์คู่เจ็ดสปีดไปยังคู่ล้อหลัง ส่งผลทำให้สปอร์ตขนาดเล็กคันนี้มีพละกำลังที่มากถึง 300 แรงม้า มาพร้อมแรงบิด 340 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 285 กม./ชม. มีโหมดการขับขี่ 3 แบบ ได้แก่ Normal, Sport และ Track

ระบช่วงล่างมาพร้อมกับชุดโหลดให้เตี้ยลง 10 มม. พร้อมเพิ่มความแข็งเหล็กกันโคลงอีก 10% ที่ด้านหน้าและ 25% ที่ด้านหลัง พร้อมเปลี่ยนโช้คอัพที่ติดตั้งระบบปรับความหนืดได้มากถึง 20 ระดับ เพื่อให้สามารถรองรับการขับขี่ในสนามแข่งได้อีกด้วย

สำหรับ Alpine A110 R จะมาพร้อมกับสีตัวถัง Racing Matte Blue เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองของ รถแข่ง A522 Formula 1 จากทีม Alpine ในฤดูกาลนี้ ของพวกเขา โดยรถคันนี้จะเริ่มเปิดให้สั่งซื้อในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ สำหรับราคาจำหนายทางผู้ผลิตยังไม่เปิดเผยตัวเลขออกมา
![[ครบชุด] T0910092 อต พาม กไปเดทคร งแรกท สกายบ ชคาเฟ เช ยงใหม เอฟซ าจะจ บม กต ดไหมค](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-309.png)
![[ครบชุด] T0910087 เศรษฐ ปกป ดฐานะต วเองเพ อคบก บแฟนสาว และเธอต องเส ยใจก บส งท เธอทำ](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-310.png)