Porsche 718 Spyder RS ใหม่ สปอร์ตเปิดประทุนตัวแรง เปิดตัวเดือนมิ.ย.นี้
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 14 May 2566
ระยะเวลากว่า 30 ปีหลังการนำเสนอรถยนต์ต้นแบบ Boxster ปอร์เช่ได้เปิดตัวรถสปอร์ตโรดสเตอร์เครื่องยนต์วางกลางรุ่นยอดนิยม กับปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใหม่ เวอร์ชั่นทรงพลังที่สุด ครั้งแรกกับขุมพลังเครื่องยนต์รอบสูงที่ไร้ระบบอัดอากาศ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากปอร์เช่ 911 GT3 สู่ยนตรกรรมสปอร์ตเครื่องวางกลางเปิดประทุน
Porsche 718 Spyder RS สปอร์ตเปิดประทุนตัวแรง เครื่องยนต์วางกลาง
Porsche 718 Spyder RS ราคา
- ราคาเริ่มต้นที่ 16,500,000 บาท
(มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกในเดือน มิถุนายน พร้อมวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ ณ โรงงาน Stuttgart-Zuffenhausen และหลังจากนั้นจะถูกนำไปเผยโฉมที่งาน Goodwood Festival of Speed ประเทศอังกฤษ)

ปอร์เช่ ยกระดับสมรรถนะให้รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางสายพันธ์ 718 โดยมุ่งเน้นการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใหม่ คือคู่แฝดของ ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส ในเวอร์ชั่นเปิดประทุน นับเป็นครั้งแรกที่นำเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ 6 สูบ แบบไร้ระบบอัดอากาศจาก ปอร์เช่ 911 GT3 ที่ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 500 แรงม้า มาใช้กับรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางเปิดประทุน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รอบสูงและมีน้ำหนักเบา บล็อกเดียวกับรถแข่งตัวแรงอย่างปอร์เช่ 911 GT3 Cup โดยน้ำหนักส่วนเกินได้ถูกรีดออกจนเบาเป็นพิเศษ
และหลังคาประทุนแบบ soft-top ทำงานด้วยระบบกลไกของ ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส พร้อมเสียงเครื่องยนต์อันดุดันที่มอบประสบการณ์สุดเร้าใจ คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนมาจากท่อไอเสียแบบสปอร์ตสเตนเลสสตีล ที่มีน้ำหนักเบาจากปอร์เช่ และการออกแบบจัดวางตำแหน่งช่องรับอากาศด้านข้าง บริเวณหลังพนักพิงศีรษะ

ขุมพลัง Porsche 718 Spyder RS
ระบบขับเคลื่อนของ ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใหม่ มาในแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับสปอร์ตคูเป้ ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส ใช้เครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ 6 สูบ ที่มาพร้อมความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร รอบเครื่องยนต์สูงสุดกว่า 9,000 รอบต่อนาที ให้พละกำลังสูงสุด 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ (PDK) 7 สปีด ที่มีอัตราทดสั้น ส่งผลให้สปอร์ตโรดสเตอร์ 2 ที่นั่ง สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้อย่างเต็มพิกัด ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาทีเท่านั้น และสามารถทำความเร็ว 200-กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเวลาเพียง 10.9 วินาที
เมื่อเปรียบเทียบกับ 718 สไปเดอร์ ที่ไม่ใช่รุ่น อาร์เอส รถรุ่นเรือธงลำใหม่ล่าสุดนี้ นอกจากจะมีพละกำลังที่เพิ่มขึ้นถึง 80 แรงม้าแล้ว ยังให้อัตราเร่งออกตัวจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่าถึง ครึ่งวินาที ความเร็วสูงสุดเพิ่มแตะระดับ 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่รุ่นเดิมทำได้ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใหม่ ได้รับการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่อัจฉริยะ (PDK) เช่นเดียวกับรถสปอร์ต อาร์เอส รุ่นใหม่ ระบบส่งกำลังชุดนี้ทำงานด้วยการเปลี่ยนอัตราทดทั้ง 7 สปีดด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ และให้ความมั่นใจในสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ระบบเกียร์ Paddle Shift ช่วยให้ทั้งสองมือของผู้ขับขี่สัมผัสกับพวงมาลัยอยู่ตลอดแม้ขณะเปลี่ยนเกียร์แบบ manual ก็ตาม
นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้จากคันเกียร์บริเวณคอนโซลกลาง ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ นอกจากเครื่องยนต์อันทรงพลังแล้ว รถสปอร์ตรุ่นใหม่ยังมีน้ำหนักตัวที่เบาจนสัมผัสได้ถึงสมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน น้ำหนักโดยรวมของ สไปเดอร์ อาร์เอส อยู่ที่ 1,410 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่า 718 สไปเดอร์ รุ่นธรรมดาที่ติดตั้งระบบเกียร์ PDK ถึง 40 กิโลกรัม และยังเบากว่า 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส ถึง 5กิโลกรัม สไปเดอร์ อาร์เอส คือตัวแทนของความเหนือระดับรุ่นล่าสุดจากสายพันธ์สปอร์ตเครื่องวางกลางที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559

ตัวถังด้านหน้าของ ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใหม่ มีเอกลักษณ์ที่แทบจะไม่แตกต่างจาก 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส ฝากระโปรงหน้ามาตรฐานผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) เพิ่มขนาดของช่องอากาศบนกันชนหน้าให้ใหญ่ขึ้น ครีบดักอากาศ NACA ทั้งสองฝั่ง ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้แก่ระบบเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทาน (Coefficient of Drag) อุปกรณ์ Sideblades บริเวณมุมกันชนมีส่วนช่วยในการสร้างแรงกด ลิ้นสปอยเลอร์หน้ามีขนาดสั้นกว่าของ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส เล็กน้อย ประสานการทำงานกับปีกหลังขนาดใหญ่ สามารถสร้างแรงกดโดยรวมสูงกว่ารุ่น เคย์แมน
และเนื่องจากการตัดสินใจเลือกเพิ่มขนาดของลิ้นสปอยเลอร์เพื่อเสริมความสมดุลย์ให้ระบบอากาศพลศาสตร์แทนการใช้ปีก ส่งผลให้รูปทรงของ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส มีเหลี่ยมมุมที่เฉียบคมในสไตล์ ducktail อุปกรณ์ด้านอากาศพลศาสตร์ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ถูกดีไซน์ให้ทำงานร่วมกัน เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างสมดุลย์ รวมทั้งให้เสถียรภาพสูงสุดขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

หลังคาประทุนดีไซน์เฉียบ Porsche 718 Spyder RS
ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใหม่ ติดตั้งหลังคาประทุน single-layer lightweight soft-top น้ำหนักเบาพิเศษ ควบคุมการทำงานด้วยระบบกลไก แฝงด้วยงานดีไซน์ที่น่าอัศจรรย์ ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลัก 2 ชิ้น ได้แก่ แผงบังแดด sun shield และแผ่นกันลม weather deflector อุปกรณ์ทั้งคู่สามารถถอดประกอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังสามารถจัดเก็บรวม หรือแยกจากกันเอาไว้ในรถได้อย่างกลมกลืน และยังสามารถเลือกใช้เพียงแค่แผงบังแดด sun shield เพื่อเป็นหลังคาแบบ ‘Bimini top’ สำหรับป้องกันแสงแดดให้แก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อีกด้วย
โดยในกรณีนี้พื้นที่ฝั่งผู้โดยสารจะเปิดโล่งไปจนถึงด้านข้างและด้านหลัง และเมื่อใช้งานร่วมกับแผ่นกันลม weather deflector และปิดกระจกประตูจนสนิท จะทำหน้าที่เป็นหลังคาป้องกันน้ำฝนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โครงสร้างหลังคา รวมทั้งชิ้นส่วนกลไกมีน้ำหนักเพียง 18.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เบากว่า 718 สไปเดอร์ ถึง 7.6 กิโลกรัม และเบากว่า 718 บ๊อกสเตอร์ ถึง 16.5 กิโลกรัม ผู้ขับขี่สามารถลดน้ำหนักตัวรถลงได้ถึง 8 กิโลกรัมด้วยการถอดหลังคาเก็บไว้ที่บ้าน และขับรถออกไปสัมผัสกับความสดชื่นในวันที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย

ช่วงล่างสปอร์ต Porsche 718 Spyder RS
ระบบช่วงล่างของปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส ใช้ชิ้นส่วนร่วมกับ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส และ 718 สไปเดอร์ รวมทั้งแนวคิดในการดีไซน์เพื่อรองรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตในทุกเส้นทาง มาพร้อมระบบควบคุมการทำงานของช่วงล่าง Porsche Active Suspension Management (PASM) ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานมากับตัวรถ ซึ่งได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ โดยลดระดับความสูงลง 30 มิลลิเมตร เสริมด้วยระบบ Porsche Torque Vectoring (PTV) และเฟืองท้าย limited-slip differential รวมทั้ง ball-jointed suspension bearings ดุดันด้วยล้อ forged aluminium ขนาด 20 นิ้ว
คุณลักษณะของระบบช่วงล่าง เน้นไปที่ความเฉียบคมแม่นยำของพวงมาลัย โดยยังคงไว้ซึ่งความปราดเปรียวคล่องตัว และการบังคับควบคุมที่เป็นธรรมชาติที่สุด ความสูงใต้ท้องรถ มุม camber ความกว้างฐานล้อ และเหล็กกันโคลง anti-roll bar สามารถปรับตั้งได้อย่างอิสระ เมื่อเปรียบเทียบกับปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส ค่าความแข็งของสปริง และโช้คอัพ ได้รับการปรับแต่งให้ลดลงเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลผ่อนคลายยิ่งขึ้น โดยการ set-up ตัวรถจะเป็นไปตามบุคลิกเฉพาะตัวของรถเปิดประทุน

ห้องโดยสาร Porsche 718 Spyder RS
อารมณ์สปอร์ตคือสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดไปสู่บรรยากาศภายในห้องโดยสาร โดยมุ่งเน้นการลดฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการใช้งานที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ พวงมาลัย RS sports หุ้มด้วยวัสดุ Race-Tex พร้อมมาร์คแถบสีเหลืองที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เบาะนั่ง full bucket seats น้ำหนักเบาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ในลวดลาย carbon- weave รองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว ตัวเบาะหุ้มด้วยหนังแท้สีดำ
ขณะที่ช่วงกลางของเบาะหุ้มด้วยวัสดุ Race-Tex ที่ให้ความแตกต่างของเฉดสีพื้นหลัง ซึ่งเลือกได้ทั้งสีเทา Arctic Grey หรือสีแดง Carmine Red ตราสัญลักษณ์ ‘Spyder RS’ ประทับบนหมอนรองศีรษะด้วยสีเดียวกับตัวเบาะ แผงคอนโซล และชิ้นงานตกแต่งภายในหุ้มด้วยหนังแท้ ทั้งนี้สามารถเลือกสีตัวถังภายนอกได้หลากหลาย ตั้งแต่สีปกติ 4 สี, สีเมทาลิก 3 สี รวมทั้งสีใหม่ล่าสุด Vanadium Grey Metallic และสีพิเศษ Arctic Grey, Shark Blue และ Ruby Star Neo อีกด้วย

ชุดแต่ง Weissach Package และนาฬิกา chronograph รุ่นพิเศษเข้าคู่กับตัวรถ
สามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์ชุดแต่งพิเศษ Weissach Package ให้กับ ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส เพื่อลดน้ำหนักรวมของตัวรถให้เบาลงได้อีก ทั้งชุดแต่งจากล้อ forged magnesium ซึ่งสามารถสั่งเพิ่มเติมในกรณีที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด ปลายท่อไอเสียสปอร์ตผลิตจากวัสดุ titanium ได้ภาพลักษณ์ที่มาจากรับแรงบันดาลใจของปอร์เช่ 935 limited-edition ในปี 2561 เสริมความโดดเด่นภายในห้องโดยสารที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนจาก anti-glare Race-Tex วัสดุหุ้มแผงคอนโซลหน้า ที่มีคุณสมบัติลดแสงสะท้อน
พิเศษสุดเฉพาะผู้ที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส สามารถสั่งซื้อนาฬิกา chronograph จาก Porsche Design ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือคุณภาพสูงผลิตภายใต้การดูแลของปอร์เช่ จากโรงงาน Solothurn ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ออกแบบดีไซน์ให้เข้าคู่กับรูปแบบการตกแต่งตัวรถ ตัวเรือนนาฬิกาน้ำหนักเบาผลิตจากวัสดุ titani-um แผงหน้าปัทม์ผลิตจากวัสดุ carbon และสายรัดข้อมือตัดเย็บจากหนังแท้แบบที่ใช้ในห้องโดยสาร ชุด rotor บนฝาหลังสะท้อนภาพของลวดลายอันโดดเด่นที่ปรากฎบนล้ออัลลอยด์ของปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส


อัปเดตข่าวรถยนต์ ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสอง ทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถ One2car
นิสสันเปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2022

โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 30 November 2565
นิสสันส่งท้ายปีแห่งการฉลองครบ 7 ทศวรรษในไทย เปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี พร้อมเปิดข้อเสนอพิเศษ ทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขาย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39
นิสสันเปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2022
รถยนต์รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี
นิสสันนำรถยนต์รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี พร้อมแพ็คเกจส่งเสริมการขาย และบริการหลังการขายที่โดนใจ มามอบให้ลูกค้าภายในงาน และรวมถึงที่โชว์รูม 174 แห่งทั่วประเทศ
รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดสำหรับ 4 รุ่นหลักและราคาทั้งหมด ได้แก่
- นิสสัน อัลเมร่า รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 685,000 บาท
- นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 909,000 บาท
- นิสสัน นาวารา รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 944,000 บาท
- นิสสัน เทอร์ร่า รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี 1,565,000 บาท
รุ่นพิเศษจะมีแถบสติกเกอร์ตกแต่งพิเศษที่สะท้อนความภูมิใจของนิสสัน ตกแต่งทั้งทางกระโปรงหน้า และกระจกมองข้าง โลโก้ 70 ปี ด้านท้ายรถ และชุดพรมพร้อมยางปูพื้น นิสสันผลิตรุ่นพิเศษฉลอง 70 ปีนี้ ในจำนวนจำกัด
นิสสัน อัลเมร่า
นิสสัน อัลเมร่า เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของนิสสันตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และได้รับรางวัลประเภทรถยนต์คอมแพคซีดานมาแล้วมากมาย ให้พลังแรง ประหยัดน้ำมัน ปลอดภัย และมีระบบเชื่อมต่อที่โดดเด่น เครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 100 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็ว จากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque) นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำมัน และขับขี่ได้สนุกทุกเส้นทาง พร้อมทั้งมั่นใจเต็มพิกัดด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (360-degree Safety Shield) ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto** และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง (Navigation System) ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) ให้ความสะดวกสบายและความสุนทรีย์ตลอดเส้นทาง นิสสัน อัลเมร่า มาพร้อมพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่ายสะดวก ด้วยเบาะนั่งพรีเมียม “Quole Modure” ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ความรู้สึกที่นั่งสบายตลอดการเดินทาง
นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์
นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เป็นรถยนต์ B-SUV รุ่นเดียวในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุกทุกการเดินทางและมอบประสบการณ์การขับขี่เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ในระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 นี้ นิสสันได้เพิ่มขนาดแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนเป็น 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวล ตอบสนองได้อย่างทันใจ ขับขี่ได้สนุก และมั่นใจ นอกจากนี้ยังมี อี-เพดดัล สเต็ป นวัตกรรมจากนิสสันที่ทำให้การขับขี่ง่าย และราบรื่นมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้ขับขี่อยู่ในโหมด สปอร์ต & อีโค จะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รวมถึงในเส้นทางที่คดเคี้ยว รวมทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด โดยเชื้อเพลิง 1 ลิตรสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 26.3 กิโลเมตรในการใช้งานในเมือง และเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับขี่เฉลี่ยทุกโหมด* นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมรุ่นออเทค (AUTECH) ที่เสริมความสปอร์ตพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น
นิสสัน นาวารา
นิสสันเปิดตัวนิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่นรุ่นล่าสุด ในโฉมใหม่กับสีเทา สเตลท์ เกรย์ สุดเท่ เพิ่มความสปอร์ต เน้นความบึกบึนทนทาน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น มีในรุ่นยกสูง (คิงแค็บ คาลิเบอร์) และ รุ่นสี่ประตูยกสูง (ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์) นิสสัน นาวารา เป็นกระบะที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแกร่ง ดีไซน์ทันสมัยถูกใจคนรุ่นใหม่ที่ค้นหาประสบการณ์ที่ “ใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิด”
นอกจากนี้ นิสสันยังนำนาวาราครบทุกรุ่นย่อยมาโชว์ในงาน พร้อมจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) มาพร้อมเกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่เปิดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ เครื่องยนต์มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่โดดเด่น พร้อมระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยีขั้นสูงรอบคัน รวมทั้งรองรับน้ำมันดีเซลทุกแบบทั้ง B7, B10 และ B20 เต็มที่กับการบรรทุกหนักและการใช้งานที่ต้องความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) ที่มีชื่อเสียงของนิสสัน และมีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านประโยชน์การใช้งาน และความสะดวก เช่น บันไดที่กันชนหลังซึ่งทำให้เข้าออกและขนของที่กระบะได้สะดวก รวมถึงการการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

นิสสัน เทอร์ร่า
นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมสำหรับทุกคนในครอบครัว โดดเด่นด้วยดีไซน์มีระดับ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงครบครัน ทำให้เป็นเอสยูวีที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทั้งครอบครัวตลอดการเดินทางทั้งใกล้ไกล เครื่องยนต์ 2.3L เทอร์โบคู่ แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 สปีด และโหมดแมนนวล รองรับน้ำมันดีเซลได้ทั้ง B7, B10 และ B20 และยังประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield พร้อมพาครอบครัวเดินทางสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และยังเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ด้วยระบบเครื่องเสียง BOSE ที่ติดตั้ง 8 ตำแหน่งรอบคัน ทั้งนี้ ผู้โดยสารด้านหลังยังรับชมความบันเทิงออนไลน์ได้ตามต้องการผ่านหน้าจอขนาด 11 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ HDMI หรือสมาร์ททีวี
เทคโนโลยีที่มากกว่าแค่การเดินทาง
ในฐานะผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจะนำ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% มาสาธิตให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าเป็นยานพาหนะเพื่อการเดินทาง ตามแนวคิด Energy Share ของนิสสัน ในโซนเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจัดแสดงนิสสัน ลีฟ และการใช้งานระบบชาร์จไฟสองทาง (Bi-directional charge) ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ระบบไฟฟ้าในบ้าน (vehicle-to-home หรือ V2H) และสู่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า (vehicle-to-grid หรือ V2G) เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้เห็นประโยชน์จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบอื่น เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสันได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการศึกษาโครงการแปลงพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า ผลการศึกษานี้จะเป็นประโยขน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคมในอนาคต ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV โดยการใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ขนาด 40kWh ในรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีการชาร์จไฟแบบสองทาง (Bidirectional charge) ของนิสสัน ลีฟมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
โปรโมชั่นพิเศษฉลอง 70 ปี
เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2565 นิสสันเปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษที่หลากหลาย อาทิ ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนนานถึง 84 เดือน (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละรุ่น) ลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมของนิสสันจะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษต่อที่สองคือ ส่วนลดเงินสดสูงสุด 100,000 บาทต่อคัน รวมมูลค่า 2.8 ล้านบาทสำหรับผู้ที่ซื้อรถระหว่าง 1 พฤศจิกายน – 22 มกราคม 2566***
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn
ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถมือสอง One2car
![[ครบชุด] T0812164 สาวธรรมดาช วยช ตยายคนน ไว จนเธอตาบอด โชคชะตาพาเธอมาเจอก บล กชายเศรษฐ Ep1](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/12/image-459.png)
![[ครบชุด] T0812184 Ep3 ปต นนอกใจ ตอน แอร โฮสเตสด กแอร กราวด](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/12/image-460.png)