Rezvani Tank Hybrid รถแต่งใหม่ ส่งมอบให้ลูกค้าแล้วเรียบร้อย
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 14 พ.ค. 66 22:18
- 2,160 อ่าน
ล่าสุดทาง Rezvani เพิ่งส่งมอบรถ SUV จากสำนักให้ลูกค้าคันแรกกับ Rezvani Tank Hybrid รูปลักษณ์สุดแปลกตา โดยรถคันนี้มีพื้นฐานมาจาก Jeep Wrangler โดยขุมกำลังคันนี้คาดว่าเป็นแบบไฮบริดเช่นเดียวกับใน Jeep Wrangler 4xe

ที่พกพาขุมกำลังเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 270 แรงม้า พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า 44 แรงม้าที่ด้านหน้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 134 แรงม้าที่ด้านหลัง ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 17 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลังรวม 375 แรงม้า แรงบิด 470 ปอนด์-ฟุต (639 นิวตันเมตร)

สีตัวถังคันนี้เป็นสี Silver Metallic Satin ที่ดูเรียบหรูมีสไตล์ ติดตั้งชุดล้อที่โดดเด่นด้วยสีดำและยางสำหรับลุย ภายในห้องโดยสารยังคงเป็น Jeep Wrangler แต่ได้รับการหุ้มด้วยหนัง Nappa ใหม่ ที่มีผิวสีคาราเมล และหากลูกค้าต้องการพละกำลังที่ดุดันกว่าสามารถเลือกเป็นเครื่องยนต์จาก Dodge Demon V8 กำลัง 1,000 แรงม้า ได้

ที่มา carscoops
Lamborghini ไม่เคยเป็นแบรนด์ที่เดินตามคนอื่น มันคือยักษ์จาก Sant’Agata ที่เกิดมาเพื่อโลดแล่นทั้งในสนาม ทั้งบนถนน แต่ครั้งหนึ่งในปี 2014 พวกเขาเลือกทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน สร้างรถ GT พลัง Hybrid ที่หรูหรา เงียบ และขับแบบ EV ล้วนได้ และมันมีชื่อที่งดงามไม่แพ้ดีไซน์

ในยุคที่ทั้ง Ferrari และ Porsche กำลังทดลองระบบ hybrid กับ LaFerrari และ 918 Spyder ทาง Lamborghini ไม่วิ่งตามแบบ performance-focused hybrid แต่กลับสร้างบางอย่างที่ใกล้เคียง Electric Grand Tourer มากกว่า Supercar สายโหด มันเป็นรถที่ออกแบบให้ขับในเมืองได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ในอีกคลิกเดียวก็เรียกพลัง V10 ได้เต็มร้อยแบบ NA ไม่มีเทอร์โบ ไม่มีไฮบริดโมเดิร์นที่ลดทอนความรู้สึกของการขับ
เครื่องยนต์คือหัวใจหลัก: V10 ขนาด 5.2 ลิตรจาก Huracán ให้กำลัง 610 แรงม้า ผสานเข้ากับ มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ที่ให้พลังรวมสูงสุด 300 แรงม้า เมื่อรวมกันทั้งหมดได้ตัวเลข 910 แรงม้าแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ full-time ขับในเมืองได้เงียบสนิทกว่า 50 กม. โดยไม่ใช้น้ำมันแม้แต่หยดเดียว แล้วพุ่งทะยานด้วยเสียง NA บน Autobahn ได้ในชั่วอึดใจ
LPI = “Longitudinale Posteriore Ibrido” หรือเครื่องยนต์วางตามยาวด้านหลัง + ระบบ Hybrid
910 = แรงม้ารวมจาก ICE + EV
4 = ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ดีไซน์ของ Asterion คือจุดที่โลกทั้งใบต่างให้ความสนใจเมื่อมันเผยโฉมที่ Paris Motor Show 2014 ออกแบบโดย Filippo Perini ในช่วงที่ Lamborghini ยังอยู่ภายใต้กลุ่ม VW Design Center Europe ตัวรถลบเหลี่ยมสันบ้าคลั่งแบบ Aventador และแทนที่ด้วยเส้นโค้งอ่อนช้อยแบบ Sensual GT Design คล้ายคลึงกับ Miura ผสม 400GT ที่พัฒนาเป็นภาษาการออกแบบใหม่ในยุคหลัง
Lamborghini บอกว่านี่คือรถที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อสนาม แต่เพื่อ “ชายผู้มีรสนิยมที่อยากขับ Lambo ทุกวันโดยไม่ต้องรอให้วันหยุดมาถึง” ภายในตกแต่งด้วยวัสดุ Titanium, Forged Carbon และอลูมิเนียม เบาะนั่งถูกออกแบบให้รองรับสรีระแบบ Grand Touring มากกว่าทรง Bucket ของ Supercar ทั่วไป มันคือ Lamborghini ที่สุภาพที่สุด แต่ก็โหดที่สุดในเวลาเดียวกัน
แม้ความหรูจะเด่นชัด แต่ Asterion ยังซัด 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 320 กม./ชม. ยังไม่มีใครได้ลองจับพวงมาลัยขับมันจริง แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของ One-Off Bulls คันนี้ มันเป็นความฝันที่ Lamborghini เคยกล้าคิด แต่โลกยังไม่พร้อมรับมัน
สุดท้ายมันไม่เคยเข้าสู่สายพานผลิตจริง บางคนบอกว่าความงดงามของมันไม่เหมาะกับโลกที่เร่งเร้า บางคนว่ามัน “ไม่โหดพอจะเป็น Lambo” และบางคนใน VW Group ก็คิดว่า platform ของ Huracán / Audi R8 ไม่เหมาะจะต่อยอดแบบ Hybrid ได้ในเชิง mass production



