Rimac Nevera R เปิดตัวแล้ว เคลมว่าทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้เร็วที่สุดในโลก
A Abhishek Katariya ส.ค. 20, 2024
กรุงเทพ: Rimac Nevera R เปิดตัวแล้ว โดยมีกำลังรวมทั้งสิ้น 2,017 แรงม้า ซึ่งทำให้ทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้เร็วที่สุดในโลกที่ 1.81 วินาที Rimac ยืนยันว่าสิ่งนี้ทำให้ Nevera R เป็นรถที่เร่งความเร็วได้เร็วที่สุด โดยทำเวลา 0-300 กม./ชม. ได้ในเวลา 8.66 วินาที รุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้มีการควบคุมที่ดีกว่า Nevera รุ่นมาตรฐาน และจะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 40 คันเท่านั้น
KEY TAKEAWAYS
Rimac Nevera R อ้างว่าทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้เท่าไร?
Rimac Nevera R อ้างว่าทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 1.81 วินาที ทำให้เป็นรถที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุดตามข้อมูลของ Rimac
Rimac Nevera R จะผลิตออกมากี่คัน?
Rimac จะผลิต Nevera R ในจำนวนจำกัดเพียง 40 คันเท่านั้น

เมื่อเปรียบเทียบกับ Nevera รุ่นมาตรฐานที่มีพละกำลัง 1,914 แรงม้าแล้ว Nevera R มีพละกำลังสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะยังถูกแซงหน้าโดย Koenigsegg Gemera ไฮบริดที่มีพละกำลัง 2,300 แรงม้าก็ตาม Rimac เน้นที่การปรับปรุงการควบคุมและความคล่องตัวของ Nevera R เพื่อดึงดูดผู้ซื้อให้กลับมาสนใจรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากบริษัทยังไม่สามารถจำหน่าย Nevera รุ่นดั้งเดิมได้ครบทั้ง 150 คัน Nevera R ซึ่งมีดีไซน์ที่เพรียวบางและการออกแบบที่โครงรถที่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้ที่ต้องการสร้างความแตกต่างจากรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากขึ้น

Nevera R ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการปรับแรงบิดที่ล้อทั้งสี่ล้อรุ่นใหม่ ซึ่งปรับแต่งมาเฉพาะสำหรับยาง Michelin Cup 2 รุ่นใหม่ ระบบบังคับเลี้ยวถูกปรับปรุงให้ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดการอันเดอร์สเตียร์สูงสุดลง 10% และเพิ่มการยึดเกาะข้างสูงสุดขึ้น 5% การปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์รวมถึงปีกหลังแบบคงที่ใหม่และดิฟฟิวเซอร์หน้าใหญ่ เพิ่มแรงกดอากาศลงถึง 15% และประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ถึง 10% รถยังติดตั้งเบรกคาร์บอนเซรามิก EVO2 เพื่อรองรับกำลังที่มากขึ้น

โดยยังคงใช้แบตเตอรี่ขนาด 108kWh เช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน คาดว่า Nevera R จะมีระยะทางวิ่งใกล้เคียงกันที่ประมาณ 400 กม. แต่ตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ได้รับการยืนยัน รถรุ่นนี้จะเปิดตัวด้วยสีเขียว Nebula และเตรียมเข้าสู่การผลิตแบบจำกัดจำนวนในช่วงปลายปีนี้ โดยแต่ละคันมีราคาอยู่ที่ประมาณ 8.8 ล้านบาท ก่อนทำการปรับแต่ง
กรุงเทพ: Pininfarina Battista Targamerica เผยโฉมรุ่นพิเศษ
Aston Martin DB11 AMR ซูเปอร์คาร์ V12 630 แรงม้า เผยโฉมอย่างเป็นทางการ
in New Car

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line
Aston Martin อัพเกรดขุมพลังให้ DB11 เดิมด้วยเครื่องยนต์ V12 ที่ปรับจูนใหม่และใส่ฟีเจอร์เกรดรถแข่งเข้าไป ผลที่ได้คือ DB11 AMR ซูเปอร์คาร์ตัวท็อปของไลน์อัพ พร้อมชนกับคู่แข่งทุกคัน
DB11 AMR เป็นการแทนที่ DB11 V12 อายุ 2 ปีที่มียอดขายไม่สู้ดีนัก ขุมพลังของซูเปอร์คาร์ตัวท็อปคันนี้เป็นเครื่องยนต์ V12 ความจุ 5.2 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่อัพเกรดใหม่ ให้พละกำลัง 630 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และให้แรงบิด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที แรงบิดที่ได้ยังคงเท่ากับ DB11 รุ่นเดิม แต่แรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิม 30 ตัว

ไม่เพียงแค่เป็น DB11 ที่ทรงพลังที่สุดเท่านั้น แต่ซูเปอร์คาร์คันนี้ยังมีพละกำลังมากกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Bentley Continental GT เครื่อง W12 626 แรงม้า และ Mercedes-AMG S65 เครื่อง V12 621 แรงม้า อีกด้วย

ตัวย่อ AMR มาจากคำว่า Aston Martin Racing เพราะฉะนั้นไม่ต้องสืบสาวให้มากความ ตัวแรงคันนี้ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด จาก ZF ขับเคลื่อนล้อหลัง และมาพร้อมกับระบบท่อไอเสียแบบใหม่ที่ปล่อยเสียงออกมาเต็มๆ แบบรถแข่งอย่างไม่อายใคร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดแตะที่ 335 กม./ชม.

ช่วงล่างของ DB11 AMR ได้รับการอัพเกรดด้วยระบบกันสะเทือนแบบใหม่ที่ช่วยให้รถปราดเปรียวยิ่งขึ้น พร้อมกับเซ็ตอัพให้เหมือนกับ DB11 ตัว V8 ผลที่ได้คือตอบสนองดียิ่งขึ้นแต่ยังคงนุ่มนวลและสบายแบบรถแกรนด์ทัวเรอร์

บอดี้ภายนอกของ DB11 AMR ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และของแต่งสีดำเงา อาทิ ล้ออัลลอย กระจังหน้า และกระจกมองข้าง วัสดุโครเมี่ยมแวววาวถูกแทนที่ด้วยสีดำด้านพร้อมด้วยไฟหน้าและไฟท้ายรมดำสุดดุดัน ความแข็งแกร่งดุดันถูกส่งต่อมายังภายในห้องโดยสาร มีการตกแต่งชิ้นส่วนด้วยสีดำด้าน มาพร้อมกับเบาะหนัง Alcantara คาดทับด้วยแถบสีเหลืองมะนาว และพวงมาลัยหุ้มหนังกลับ

นอกจากนี้ Aston Martin ยังนำเสนอ DB11 AMR เวอร์ชันลิมิเต็ดผลิตเพียง 100 คัน โดยมาในสี Stirling Green คาดทับด้วยแถบสีเหลือง Lime Livery ที่จำลองมาจากตัวแข่งของค่ายในอดีต โมเดลนี้จะมาพร้อมกับชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเติมจาก AMR เวอร์ชันปกติ และภายในสี Dark Knight ตัดด้วยสีเหลืองมะนาว

DB11 AMR เวอร์ชันปกติเปิดจองแล้วตอนนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 174,995 ปอนด์ (ราว 8.75 ล้านบาท) แพงกว่า DB11 V12 ตัวก่อนหน้า 17,095 ปอนด์ (ราว 8.55 แสนบาท) ส่วนเวอร์ชันลิมิเต็ดเริ่มต้นที่ 201,995 ปอนด์ (ราว 10 ล้านบาท) ส่งมอบรถคันแรกปลายปีนี้


