Pininfarina Battista Targamerica คือที่สุดแห่งยนตรกรรมที่ผสมผสานความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมและศิลปะการออกแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าเปิดประทุนคันนี้ไม่เพียงแต่เป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของ Automobili Pininfarina ในการสร้าง “รถในฝัน” ให้กลายเป็นจริง
- Pininfarina Battista Targamerica ตำนานบทใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าเปิดประทุน
- สุดยอดแห่งงานฝีมือและความประณีต
- แรงบันดาลใจจากตำนานแห่งอดีต
- ความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือชั้น
Pininfarina Battista Targamerica ตำนานบทใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าเปิดประทุน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน The Quail, A Motorsport Gathering ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Monterey Car Week ที่ผ่านมา ชื่อ “Targamerica” บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์คันนี้ที่เป็นรถเปิดประทุนสไตล์ Targa และจุดหมายปลายทางของมันคือสหรัฐอเมริกา นี่คือรถยนต์คันแรกที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นนักสะสมรถยนต์ชื่อดังที่เป็นเจ้าของ Battista อยู่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลของลูกค้าระดับสูง
สุดยอดแห่งงานฝีมือและความประณีต

รถยนต์คันนี้ได้รับการสร้างขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันโดยทีมช่างฝีมือของ Automobili Pininfarina ที่เมือง Cambiano ประเทศอิตาลี ซึ่งทำงานร่วมกับ Pininfarina SpA อย่างใกล้ชิด ลูกค้ามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้รถยนต์ที่ตรงตามความต้องการและรสนิยมของพวกเขาอย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่แค่การผลิตรถยนต์ แต่เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นเอกที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของ
แรงบันดาลใจจากตำนานแห่งอดีต

เป็นเรื่องบังเอิญที่น่าประทับใจที่ Battista Targamerica ได้รับการสั่งผลิตในงาน Monterey Car Week เมื่อปีที่แล้ว และใช้เวลาพัฒนาจากแนวคิดสู่การส่งมอบเพียงหนึ่งปีเท่านั้น การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์รุ่นพิเศษที่ พินินฟารินา เคยออกแบบในอดีต โดยเฉพาะ Ferrari Testarossa Spider ปี 1986 ที่สร้างขึ้นสำหรับ Gianni Agnelli ประธานบริษัท Fiat ในตำนาน สีเงินของ Targamerica และเส้นสายแนวนอนบนฝากระโปรงหลัง ล้วนเป็นเครื่องหมายแห่งการคารวะต่อ Ferrari คันพิเศษของ Agnelli แสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของ พินินฟารินา ในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่เป็นตำนาน
ความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือชั้น

Targamerica โดดเด่นด้วยการผสมผสานสีเงิน Argento Liquido Gloss และ Iconica Blu Gloss บนตัวถังและปีกแอโรไดนามิก ภายในตกแต่งด้วยหนังสีแทนตัดกับหนังสีดำที่พวงมาลัยและแผงหน้าปัด นอกจากนี้ยังมีชุดกระเป๋าเดินทางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำจากหนังชนิดเดียวกับภายในรถ และประทับตราสัญลักษณ์ Targamerica ทุกองค์ประกอบของรถยนต์คันนี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์ที่หรูหราและเหนือระดับ
ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ที่ให้กำลังรวม 1,900 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่คือสมรรถนะที่เหนือชั้นที่ยากจะหาใดเทียบ
นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
สิ่งที่ทำให้ Targamerica แตกต่างอย่างแท้จริงคือการออกแบบที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ ตัวอย่างเช่น ที่วางซิการ์และกล่องเก็บความชื้นที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในห้องโดยสาร ซึ่งสามารถเก็บซิการ์ได้ถึงสามมวน และมีไฟส่องสว่างที่เปลี่ยนสีตามโหมดการขับขี่ที่เลือก นี่คือตัวอย่างของความใส่ใจในรายละเอียดและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
สรุป
Battista Targamerica คือยนตรกรรมที่เป็นมากกว่ารถยนต์ เป็นผลงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี และวิศวกรรมชั้นสูง เป็นเครื่องยืนยันว่าอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้านั้นสดใสและเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ไม่รู้จบ และเหนือสิ่งอื่นใด มันคือเครื่องพิสูจน์ว่า “รถในฝัน” สามารถกลายเป็นจริงได้
Ref. Elite Traveler
Foxconn Model D ต้นแบบเอ็มพีวีไฟฟ้า 7 ที่นั่งที่ออกแบบโดย Pininfarina วิ่งไกล 660 กม.
Foxtron เผยภาพ Model D รถต้นแบบมินิแวนไฟฟ้าสุดไฮเทค ที่ถูกออกแบบโดยทาง Pininfarina มาพร้อม iPhone และ iPad ในตัว เบาะที่นั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 660 กม. (WLTP) เริ่มผลิตจริงในอีก 2 ปีข้างหน้า
โดย Phalath12 เดือนที่แล้ว999ผู้อ่าน

Foxtron แผนกยานยนต์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของไต้หวัน ได้เเผยภาพชุดของ Foxconn Model D รถมินิแวนไฟฟ้าแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ถูกออกแบบโดยทาง Pininfarina มาพร้อมความล้ำสมัยสุดไฮเทค ที่ติดตั้งทั้ง iPhone และ iPad ภายในตัวรถ นอกจากนั้นยังมากับสถาปัตยกรรม 800V และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟต ซึ่งคาดว่าจะมีความจุระหว่าง 100 – 120 kWh ชาร์จไฟเต็มจะวิ่งได้ระยะทางประมาณ 660 กม. (WLTP) โดยทาง Foxtron ตั้งเป้าจะเริ่มดำเน้ินการผลิตจริงได้ในปีราว ๆ 2 ปีข้างหน้า

ในด้านงานดีไซน์สำหรับ MODEL D รถต้นแบบไฟฟ้าตัวใหม่คันนี้ จะถูกพัฒนาร่วมกันกับบริษัทออกแบบชื่อดังสัญชาติอิตาลี Pininfarina SpA ตัวรถจะได้รับการออกแบบให้เป็นรถอเนกประสงค์แนวไลฟ์สไตล์ ที่สร้างจากแนวคิดการออกแบบรถประเภท LMUV (รถอเนกประสงค์แนวไลฟ์สไตล์) และผสานข้อดีของทั้งรถในรูปแบบ SUV (รถอเนกประสงค์แนวสปอร์ต) และรถ MPV (รถอเนกประสงค์) เข้าไว้ด้วยกัน

ด้านหน้าจะออกแบบให้มีลักษณธที่ตัดตรง พร้อมดีไซน์ให้มีช่อง และรู กระจายเต็มส่วนหน้าหน้าของตัวรถ โดยทาง Foxtron ยังเผยว่าต้นแบบอย่าง Model D จะเป็นรถที่มีจุดเด่นในเรื่องของระบบอากาศพลศาสตร์ โดยตัวรถจะถูกดีไซน์ให้มีรู และรอยพับหลายจุดบนตัวถัง เพื่อให้ลมไหลเวียนผ่าน และรอบๆ รถได้ราบรื่น โดยทาง Foxtron เคลมไว้ว่า Model D จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.23Cd เท่านั้น

ในด้านขนาดมิติตัวรถนั้นจะมีความยาว 5,195 มม. กว้าง 1,995 มม. และสูง 1,785 มม. ซึ่งถ้าเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน ก็จะมีขนาดใหญ่วกว่าทาง Toyota Sienna เล็กน้อย


ภายในห้องโดยสารของ Model D จะมาในแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (2+2+3) โดยที่นั่งแถวที่สองจะเป็นแบบกัปตันซีท

แผงแดชบอร์ด จะได้รับการติดตั้งแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยทมัลติฟังก์ชันแบบสองก้านทรงรี ตรงกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสที่วางแบบลอยตัว


นอกจากนั้น เนื่องจาก Foxtron ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Foxconn บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ ที่เป็นบริษัทเดียวกับที่ผลิตผลิตภัณฑ์ของ Apple รวมถึง iPhone ดังนั้น Foxconn Model D จึงได้รับการติดตั้ง ทั้ง iPhone และ iPad ไว้ที่ในตัวรถ โดยจะเริ่มจาก ติดตั้งหน้าจอ iPad 2 เครื่อง ไว้ที่ ด้านหลังเบาะคู่หน้า รวมทั้ง iPhone 2 เครื่องที่จะอยู่บริเวณที่เท้าแขนของเบาะคู่กลาง

สำหรับรถมินิแวนไฟฟ้าต้นแบบตัวใหม่ของทาง Foxtron จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่พัฒนาโดย ZF Chassis Modules ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม 800V และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวอยู่ทีคู่ล้อหลังให้กำลัง 335 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ รให้กำลัง 590 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอรอน-ฟอสเฟตซึ่งคาดว่าจะมีความจุระหว่าง 100 – 120 kWh โดยทางผู้ผลิตเผยว่าเมื่อชาร์จไฟเต็มจะให้ระยะทางการวิ่งได้ราว ๆ 660 กม. (WLTP) มาพร้อมระบบช่วงล่างแบบแอ็คทีฟที่าปับด้วยไฟฟ้า ซึ่งปรับระยะห่างจากพื้นได้ 15 – 25 มม. (0.6-1 นิ้ว)

โดย Model D ถือว่าเป็นรถยนต์แนวคิดแบรนด์ Foxtron คันที่ 3 ที่ออกแบบร่วมกับ Pininfarina ต่อจาก Model E ที่มาในรูปแบบซีดาน ที่ได้เปิดวางจำหน่ายไปแล้วเมื่อปี 2021 และ Model B รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด ที่ออกจำหน่ายถัดมาในปี 2022

ซึ่งนอกจาก Model D แล้วทางบริษัทยังได้ปล่อยทีเซอร์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ เช่น Model C ที่เป็นรถยนต์รูปแบบครอสโอเวอร์, Model V ที่มาในแบบรถกระบะ และModel T/Model U ที่เป็นในแบบรถบัสออกมาด้วย
สำหรับ Model D นั้นทางบริษัทเผยว่าจะเข้าสู่ขบวนการผลิตเป็นรถโปรดักชันคาร์ผลิตจริงในอีก 2 ปีข้างหน้านี้

