“ถ้าเราเอาเครื่อง Le Mans ไปใส่ SUV ล่ะ มันจะเป็นยังไง?”
โปรเจกต์นี้เริ่มต้นในปี 1999 – BMW เพิ่งชนะ Le Mans 24h ด้วยรถแข่ง BMW V12 LMR ที่พัฒนาโดยร่วมมือกับ Williams F1 ก่อนจะเปิดตัว X5 production รุ่นแรกที่ Frankfurt Motor Show และเพียง 6 เดือนถัดมา พวกเขาก็เปิดตัว X5 Le Mans ที่ Geneva Motor Show พร้อมเครื่องยนต์ S70/3 6.1L V12 รหัส P75 แบบไม่มี restrictor ให้ความแรงเต็มที่ถึง 700 แรงม้า แรงบิด 720 นิวตันเมตร ทำ 0-100 km/hใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 311 km/h ทำเวลาที่ Nürburgring ได้ 7:49 นาทีโดย Hans-Joachim Stuck ทั้งที่น้ำหนักตัวรถมากกว่า 2 ตัน และไม่มี aero ช่วยใด ๆ
ภายนอกอาจดูคล้าย X5 ธรรมดา แต่มันถูกโมดิฟายมาเต็มพิกัด ฝากระโปรงคาร์บอนเจาะรูขนาดใหญ่ให้ V12 หายใจโล่งขึ้น, ล้อ BBS LM ขนาด 20 นิ้ว ช่วงล่างโหลดลง 30 มม. ภายในติดตั้ง bucket seat 4 ตัว พร้อม roll cage แทนที่เบาะหลังทั้งหมด
BMW X5 Le Mans คันนี้ไม่เคยถูกผลิตขายจริง มันเป็นเพียง Prototype คันเดียวในโลกที่เปิดทางไปสู่ BMW X5 M โมเดลที่ทำให้โลกได้รู้ว่า SUV ก็สามารถซิ่งได้เหมือนกัน
ใต้ฝากระโปรงของ X5 คันนี้ มีเครื่องยนต์ V12 จาก Le Mans ซ่อนอยู่ นี่คือ BMW X5 Le Mans รถ SUV ที่ถูกใช้เป็นสนามทดลองโชว์พลังงานดิบสุดของวิศวกรรม Motorsport

“ถ้าเราเอาเครื่อง Le Mans ไปใส่ SUV ล่ะ มันจะเป็นยังไง?”
โปรเจกต์นี้เริ่มต้นในปี 1999 – BMW เพิ่งชนะ Le Mans 24h ด้วยรถแข่ง BMW V12 LMR ที่พัฒนาโดยร่วมมือกับ Williams F1 ก่อนจะเปิดตัว X5 production รุ่นแรกที่ Frankfurt Motor Show และเพียง 6 เดือนถัดมา พวกเขาก็เปิดตัว X5 Le Mans ที่ Geneva Motor Show พร้อมเครื่องยนต์ S70/3 6.1L V12 รหัส P75 แบบไม่มี restrictor ให้ความแรงเต็มที่ถึง 700 แรงม้า แรงบิด 720 นิวตันเมตร ทำ 0-100 km/hใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 311 km/h ทำเวลาที่ Nürburgring ได้ 7:49 นาทีโดย Hans-Joachim Stuck ทั้งที่น้ำหนักตัวรถมากกว่า 2 ตัน และไม่มี aero ช่วยใด ๆ
ภายนอกอาจดูคล้าย X5 ธรรมดา แต่มันถูกโมดิฟายมาเต็มพิกัด ฝากระโปรงคาร์บอนเจาะรูขนาดใหญ่ให้ V12 หายใจโล่งขึ้น, ล้อ BBS LM ขนาด 20 นิ้ว ช่วงล่างโหลดลง 30 มม. ภายในติดตั้ง bucket seat 4 ตัว พร้อม roll cage แทนที่เบาะหลังทั้งหมด
BMW X5 Le Mans คันนี้ไม่เคยถูกผลิตขายจริง มันเป็นเพียง Prototype คันเดียวในโลกที่เปิดทางไปสู่ BMW X5 M โมเดลที่ทำให้โลกได้รู้ว่า SUV ก็สามารถซิ่งได้เหมือนกัน



พาชมรถเด่นงาน GIIAS 2025 ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนพบตัวจริงในไทย ปลายปีนี้ !
31 Jul 2025

Highlight
Autoinfo พาชมรถเด่นที่เปิดตัวภายในงาน GAIKINDO Indonesia International Auto Show 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติ ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย จะมีรุ่นไหนไปเปิดตัวในไทยกันบ้าง ไปดูกัน
GIIAS 2025 หรือ GAIKINDO Indonesia International Auto Show 2025 ถือเป็นงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 มีรถเข้าร่วมงานถึง 43 แบรนด์ จึงมีความหลากหลายของรถในทุกโซนทั่วโลก ตั้งแต่ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยยังคงจัดขึ้นที่ ICE, BSD City เมือง Tangerang ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม–3 สิงหาคม 2025

ภายในงานมีการรวบรวมนวัตกรรมยานยนต์รุ่นล่าสุด ตั้งแต่รถยนต์นั่ง รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด รถยนต์พาณิชย์ รถจักรยานยนต์ และเทคโนโลยีอุปกรณ์ส่วนควบกว่า 50 แบรนด์ รวมถึงผู้สนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียอีกมากมาย “Autoinfo Online” นำภาพรถเด่น ที่เพิ่งเปิดตัวภายในงานมาฝาก

BYD ATTO 1

BYD เปิดตัว Atto 1 รถ EV ราคาประหยัดที่สุดของแบรนด์ในภูมิภาคนี้ โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย วิ่งได้ไกลสูงสุด 380 กม. ใช้มอเตอร์ขนาด 75 แรงม้า แรงบิด 135 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า

แบทเตอรีลิเธียมไอออน แบบ Blade Batery มีความปลอดภัยสูง รองรับการชาร์จ AC 6.6 kW และ DC สูงสุด 40 kW พร้อมระบบจ่ายไฟภายนอก V2L

โดยภายในติดตั้งจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว และเบาะคนขับปรับไฟฟ้ามาให้ มี wireless charging และระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานครบ ในราคาเริ่มต้นประมาณ 4.3–5.2 แสนบาทไทย พร้อมรับประกันแบทเตอรี 8 ปี หรือ 160,000 กม.
GWM HAVAL RAPTOR

Haval Raptor จอดอยู่ในตู้กระจกภายในงาน เป็นรถ SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อ สไตล์ออฟโรดขนาดกลาง ดีไซจ์นเหลี่ยมสัน ดุดัน พร้อมยางอะไหล่ติดท้ายแบบคลาสสิค มาพร้อม 2 ขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ 238 แรงม้า และรุ่นเครื่องยนต์พลักอินไฮบริด PHEV ระบบ Hi4 กำลังรวมสูงสุด 383 แรงม้า

ภายในทันสมัยด้วยจอขนาด 14.6 นิ้ว พร้อมระบบขับเคลื่อน 4WD และโหมดการขับขี่ 9 โหมด ในรุ่นพลักอินไฮบริดมีแบตเตอรีให้เลือก 2 ขนาด สามารถวิ่งไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 145 กม. (CLTC) โดยตอนนี้ยังไม่เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ แต่รถรุ่นนี้ ก็มีแนวโน้มเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในอนาคต

HONDA Prelude Prototype

รถที่นำมาแสดงอยู่นี้เป็นรุ่น prototype ของ Honda Prelude ถือเป็นการคืนชีพของสปอร์ทคูเป แบบไฮบริดแบบ 2 ประตู ดีไซจ์นล้ำสมัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริด e:HEV ที่อาจยกมาจาก Civic หรือ Accord และมีโหมดการขับขี่ “S+ Shift” ที่เน้นสมรรถนะ

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟ LED บางเฉียบ หลังคาแบบ Fastback และล้อขนาดใหญ่ ภายในเป็นรถแบบ 2+2 ที่นั่ง โดยมีมิติตัวถังใกล้เคียงกับ Toyota GR86 และ Subaru BRZ แต่ราคาประหยัดกว่า ซึ่งอาจเตรียมผลิตจริงในปี 2026 และมีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

HYUNDAI Palisade Hybrid

Hyundai Palisade Hybrid มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยให้กำลังรวมสูงสุด 334 แรงม้า ด้านดีไซจ์น มีการออกแบบภายนอกที่หรูหรา ด้วยไฟหน้า LED แนวตั้ง ล้อให้มาขนาดใหญ่ 21 นิ้ว พร้อมห้องโดยสารระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว และจอคู่โค้ง 12.3 นิ้ว
ภายในจัดเต็มด้วยเบาะ Nappa และระบบนวด แบบ Captain Seat โดยให้สิ่งอำนวยความสะดวกครบตั้งแต่ HUD, กล้องแบบ 360° และระบบเสียงจาก Bose โดยมีระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense ครบทั้ง ADAS, ถุงลมนิรภัย 10 จุด, Trailer Assist ฯลฯ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.1 พันล้านรูเปียห์อินโด หรือประมาณ 2.43–2.52 ล้านบาทไทย

HYUNDAI Stargazer Cartenz X

Hyundai Stargazer Cartenz X เป็นรุ่นรถสไตล์ MPV แบบครอสส์โอเวอร์สไตล์ลุย เน้นการใช้งานสำหรับครอบครัวอินโดนีเซียโดยเฉพาะ มาพร้อมดีไซจ์นภายนอกใหม่ ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ และไฟ LED ล้ออัลลอย 17 นิ้ว และหลังคาติดราวยึดสัมภาระ พร้อมระยะ ground clearance ถึง 190 มม.

Stargazer Cartenz X มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 115 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า มีตัวเลือก Captain Seat และระบบ Shift-by-Wire ภายในห้องโดยสารหรูหราขึ้น โดยมีจอคู่ขนาด 10.25 นิ้ว และมีฟังค์ชันเด่นๆ เช่น เบาะระบายอากาศ, ระบบเสียงจาก Bose และฟีเจอร์ Hyundai Bluelink ฟรี 3 ปี พร้อมระบบความปลอดภัยครบชุด Hyundai SmartSense ราคารุ่นเริ่มต้นประมาณ 717,000 บาทไทย

KIA EV4

KIA EV4 เปิดตัวในงาน GIIAS 2025 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบซีดานขนาดกลางดีไซจ์นทันสมัย ใช้พแลทฟอร์ม E-GMP มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 204 แรงม้า วิ่งได้สูงสุดถึง 630 กม. (WLTP) ด้วยแบทเตอรีความจุ 81.4 kWh

ภายในมีจอแสดงผลพาโนรามิกขนาด 30 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Harman Kardon และฟีเจอร์ความสะดวกสบายครบครัน ติดตั้งระบบช่วยขับ Hyundai-Kia Smart Assist ครบ เช่น Highway Driving Assist และ Remote Parking Assist รองรับการชาร์จเร็ว10-80% ภายใน 29-31 นาที พร้อมระบบ i-Pedal 3.0 ปรับแรงเบรคตามสถานการณ์
MERCEDES-AMG CLE 53 Carbriolet (2025)

Mercedes-AMG CLE 53 Cabriolet (2025) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง เทอร์โบชาร์จ พร้อมระบบ Mild-Hybrid 48V ให้กำลังสูงสุด 443 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.2 วินาที ดีไซน์ภายนอกมีความโดดเด่นด้วยชุดแต่ง AMG รอบคัน และหลังคาผ้าใบ ส่วนภายในเน้นความหรูหรา ด้วยหน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ และระบบ MBUX ล่าสุด

CLE 53 Cabriolet ยังมาพร้อมระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL แบบปรับได้ และระบบ Rear-axle steering เพื่อการขับขี่ที่เหนือชั้น สำหรับราคาในประเทศอินโดนีเซียคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.715 พันล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือประมาณ 8.4 ล้านบาทไทย

MITSUBISHI Destinator

Mitsubishi Destinator รถ SUV 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ล่าสุด ได้เปิดตัวครั้งแรกในโลกอย่างเป็นทางการในงาน GIIAS 2025 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเน้นตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ภายใต้แนวคิด “Confidence Booster for Energetic Families”

ตัวรถมีความโดดเด่นแบบ SUV ยุคใหม่ ด้วยกระจังหน้า Dynamic Shield พร้อมไฟหน้า-ไฟท้าย LED รูปตัว T ภายในกว้างขวางด้วยห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมหลังคา Panoramic Sunroof และระบบเครื่องเสียงคุณภาพจาก Yamaha รวมถึงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร MIVEC Turbo ให้กำลัง 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT มาพร้อมระบบความปลอดภัย Diamond Sense Technology (ADAS) เช่น Adaptive Cruise Control (ACC) และ Forward Collision Mitigation (FCM) โดยมีราคาเปิดตัวในอินโดนีเซียเริ่มต้นที่ประมาณ 760,000- 980,000 บาท โดยคาดว่าจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในอีกไม่นาน

NISSAN X-TRAIL 2025

Nissan X-Trail เจเนอเรชัน 4 (T33) มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าขั้นสูง e-POWER และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE

ระบบ e-POWER ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร VC-Turbo เป็นเครื่องปั่นไฟเพื่อชาร์จแบทเตอรีเท่านั้น ส่งกำลังขับเคลื่อน 100% ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวมประมาณ 211 แรงม้า ขณะที่ระบบ e-4ORCE ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ และการทรงตัวขั้นสุดยอด

การออกแบบภายนอกทันสมัยด้วยดีไซจ์น V-Motion ภายในหรูหราพร้อมหน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย ProPILOT Assist (ADAS) โดยมีราคาเปิดตัวในอินโดนีเซียช่วง Pre-booking อยู่ที่ประมาณ 1.78 ล้านบาทไทย (สำหรับ 500 คันแรก) โดย Nissan มอบการรับประกันแบทเตอรี และระบบ e-POWER นาน 5 ปี เชื่อว่า X-Trail e-POWER จะเป็นตัวเลือกสำคัญในตลาด SUV พรีเมียมในภูมิภาคนี้

SUBARU Forester 2025

Subaru Forester 2025 เจเนอเรชันที่ 6 เน้นการยกระดับทั้งดีไซจ์น เทคโนโลยี และสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร แบบสูบนอน Boxer ให้กำลังสูงสุด 185 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ Lineartronic CVT และระบบขับเคลื่อน Symmetrical All-Wheel Drive (AWD) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Subaru

ภายนอกดีไซจ์นใหม่ ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง บืกบึน ด้านภายในเน้นความพรีเมียม ด้วยจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto จุดเด่นคือระบบความปลอดภัย Subaru EyeSight® รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ครอบคลุมฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ที่หลากหลาย เช่น Pre-Collision Braking และ Adaptive Cruise Control

ราคาเปิดตัวในอินโดนีเซียอยู่ที่ประมาณ 1.56 ล้านบาทไทย พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 180,000 กม. และบริการบำรุงรักษาฟรี 3 ปี เราคาดการณ์ว่า Forester โฉมใหม่นี้จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในปลายปี ด้วยการนำเข้า 100% จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหากรวมภาษีนำเข้าและอื่นๆ แล้ว ราคาอาจทะลุ 2 ล้านบาทไทยได้ จึงหมดยุคทองของ Subaru ที่ราคาจับต้องได้ ในประเทศไทยแล้ว

SUZUKI e Vitara

Suzuki e Vitara รถยนต์ SUV พลังไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ Suzuki ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ Suzuki สู่ตลาด EV ทั่วโลก e Vitara มีตัวเลือกแบทเตอรี 2 ขนาด ได้แก่ขนาด 49 kWh (FWD 142 แรงม้า) และ 61 kWh โดยมีทั้งรุ่น FWD (171 แรงม้า) และ AWD (ALLGRIP-e 300 นิวตันเมตร) วิ่งได้ไกลสุด 402 กม. (WLTP) สำหรับรุ่น AWD ใช้พแลทฟอร์มใหม่ HEARTECT-e

ดีไซจ์นภายนอกมีความทันสมัยแบบ SUV พร้อมไฟ Full LED ภายในมีจอ Integrated Display System และหลังคากระจก Panoramic นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัย ADAS Level 2 และฟังก์ชัน V2L/V2V โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในอินโดนีเซียประมาณช่วงต้นปี 2026 และคาดว่าจะเข้ามาจำหน่ายในไทย ประมาณปลายปี 2025 โดยนำเข้าจากประเทศอินเดีย
TOYOTA bZ4X Minorchange 2025

Toyota bZ4X Minorchange (รุ่นปี 2025) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รุ่นแรกของ Toyota ภายใต้ตระกูล “bZ” รุ่น Minorchange ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีการอัพเกรดสำคัญที่ระบบขับเคลื่อน มีตัวเลือกแบทเตอรี 73.1 kWh ทั้งแบบ FWD (224 แรงม้า วิ่ง 573 กม. WLTP) และ AWD (338 แรงม้า วิ่ง 520-523 กม. WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.1 วินาที ในรุ่น AWD

ดีไซจ์นภายนอกยังคงล้ำสมัย ภายในปรับปรุงด้วยจอ Infotainment ขนาด 14 นิ้ว พร้อม Wireless Charging และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) เวอร์ชันล่าสุด ที่ครบครัน ราคาในอินโดนีเซียเริ่มต้นประมาณ 2.67 ล้านบาทไทย และคาดว่าทาง Toyota จะนำเข้า bZ4X (รุ่นปี 2025) จากประเทศญี่ปุ่น มาจำหน่ายในไทยปลายปีนี้

