พาชมรถยนต์ JDM รุ่นใหม่ล่าสุด Suzuki XBee Minorchange ครอสโอเวอร์สุดเก๋าที่ทำตลาดมายาวนาน 8 ปี ได้รับการอัปเกรดอะไรบ้างไปชมกันค่ะ
Suzuki XBee Minorchange ครอสโอเวอร์สุดเก๋า ที่อัปเกรดใหม่หมดจดทั้งคัน!
ในโลกที่รถยนต์ส่วนใหญ่เริ่มมีหน้าตาคล้ายกันไปหมด ยังมีรถยนต์บางรุ่นที่ยืนหยัดในความมีเอกลักษณ์ของตัวเอง และ Suzuki XBee คือหนึ่งในนั้น! ครอสโอเวอร์ขนาดจิ๋วที่ผสมผสานสัดส่วนแบบ Kei-car เข้ากับดีไซน์สไตล์รถลุยได้อย่างลงตัว และหลังจากทำตลาดมานาน 8 ปี ล่าสุด Suzuki ก็ได้ทำการยกเครื่องใหม่ครั้งใหญ่ให้กับ XBee ไม่ใช่แค่การแต่งหน้าทาปาก แต่คือการอัปเกรดที่ครอบคลุมทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี และที่สำคัญคือ “หัวใจดวงใหม่”


Suzuki XBee หน้าใหม่ ที่ทันสมัยและดุดันขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของ Suzuki XBee ที่ชัดเจนที่สุดคือดีไซน์ด้านหน้าที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ให้ความรู้สึกทันสมัยกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED ทรงครึ่งวงกลมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าที่บางลงและกันชนใหม่ ทำให้ตัวรถดูดุดันและมีความสปอร์ตมากขึ้น ส่วนด้านท้ายมีการปรับดีไซน์กันชนเล็กน้อย และอัปเดตกราฟิกไฟท้าย LED ใหม่



ภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ในห้องโดยสาร อาทิ ชุดมาตรวัดดิจิทัล 7 นิ้ว (เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย) โดยสามารถเพิ่มจอ Head-up Display และ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว เป็นออปชั่นเสริมได้


Suzuki XBee ได้รับการออกแบบพวงมาลัยใหม่ มาพร้อมแป้น Paddle Shifter เพื่อการขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้น เบาะนั่งเป็นแบบกันน้ำ เหมาะสำหรับสายลุยและกิจกรรมเอาท์ดอร์ และยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเพื่อการใช้งานจริงเหมือนเดิม เช่น เบาะหลังเลื่อนและปรับเอนได้ พื้นที่เก็บสัมภาระที่ทนต่อคราบสกปรก พอร์ต USB สองช่อง และช่องเก็บของมากมาย รวมถึงออปชั่นเบาะอุ่นและพวงมาลัยอุ่น


หัวใจดวงใหม่ เครื่องยนต์ไมลด์ไฮบริด 1.2 ลิตร
XBee ใหม่ ใช้สถาปัตยกรรม Heartect เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ไมลด์ไฮบริด Z12E 1.2 ลิตร 3 สูบ ซึ่งเป็นเครื่องบล็อกเดียวกับที่อยู่ใน Solio และ Swift เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้กำลัง 81 แรงม้า (60 กิโลวัตต์ / 82 PS) และแรงบิด 109 นิวตันเมตร (80 ปอนด์-ฟุต) ถึงแม้จะมีพละกำลังน้อยกว่าเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบตัวเดิม แต่ให้ ประสิทธิภาพและความประหยัดน้ำมันที่ดีกว่า ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า (2WD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ผ่านเกียร์ CVT

การขับขี่ที่เหนือกว่าและระบบความปลอดภัยที่เพิ่มเข้ามา
Suzuki XBee รุ่นปรับโฉมใหม่ได้รับ ระบบช่วยเข้าโค้ง (Active Cornering Support) เพิ่มเข้ามา เพื่อลดอาการโคลงของตัวรถ และปรับปรุงคุณภาพการขับขี่ให้นุ่มนวลขึ้น ในส่วนของความปลอดภัยก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน โดยมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist) ติดตั้งเป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ รุ่น MZ จะได้รับฟีเจอร์เพิ่มเติมแบบครบครัน ทั้งเบรกมือไฟฟ้า, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน, ระบบ Grip Control และโหมดการขับขี่ Snow กับ Sport

Suzuki XBee Minorchange มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศญี่ปุ่น ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2,157,100 เยน หรือประมาณ 540,000 บาท สำหรับรุ่นเริ่มต้น และสูงสุดที่ 2,500,300 เยน หรือ ประมาณ 627,000 บาท สำหรับรุ่นท็อปขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งถือเป็นรถยนต์ JDM (Japanese Domestic Market) อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
สุดยอดรถยนต์ไฟฟ้า Aspark Owl เร่ง 0-100 ใน 2 วินาที
- โดย : พิสน ลีละหุต
- 15 ก.ย. 60 00:00
- 10,034 อ่าน
Aspark ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าใหม่จากญี่ปุ่น ได้ทำการเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด Aspark Owl ที่งาน Frankfurt Motor Show โดยทางค่ายเคลมว่า เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 ได้ในเวลาเพียง 2 วินาที

Aspark Owl เป็นรถยนต์ Supercar พลังงานไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ขนาด 40 กิโลวัตต์จำนวน 2 ลูก ผลิตกำลังได้ลูกละ 429 แรงม้า แรงบิด 763 นิวตันเมตร ตัวรถสูงเพียง 99 ซม. น้ำหนักรถเพียง 850 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้รถคันนี้สามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 ได้ในระยะเวลาเพียง 2 วินาที ถือเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ซูเปอร์คาร์ ที่มีอัตราเร่งดีที่สุดในโลก ทำความเร็วสูงสุดได้ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมล้อขนาด 19 นิ้วที่ด้านหน้า และ 20 นิ้วที่ด้านหลัง มีเบาะที่นั่งเพียง 2 ที่ และวิ่งได้ไกลสุด 150 กิโลเมตรเท่านั้น

Aspark Owl พัฒนาโดย Aspark Co. Ltd. มาตั้งแต่ปี 2014 จนได้ตัวจริงมาโชว์ได้ที่งาน Frankfurt Motor Show แต่ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่าจะมีการผลิตเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงออกมาเมื่อไหร่ และราคาเท่าไหร่ ถ้ามีข่าวคืบหน้าอย่างไร Autodeft จะนำมาเสนอเพิ่มเติมทันที


ข้อมูลจาก Topgear
ติ

