เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปรับโฉม The new GLA ผ่านคอนเซ็ปต์ “DYNAMIC ALL THE WAY” เสริมมิติเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย เปิดราคาที่ 2.58 ล้านบาท






ภายนอก
GLA 200 AMG Dynamic มอบความสะดวกสบายด้วยมิติตัวถังขนาดความยาว 4,436 มม. ความกว้าง 1,849 มม. ความสูง 1,605 มม. และพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่มีความจุสูงถึง 435 – 1,430 ลิตร ดีไซน์ภายนอกมีการตกแต่งแบบ AMG Line Package ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond radiator grille และโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ตรงกลาง ตกแต่งรอบคันแบบ AMG bodystyling และอุปกรณ์กันกระแทกโครงหลังคา aluminium ที่ผสานระหว่างความสปอร์ตและหรูหราตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมความปลอดภัยด้วยระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ช่วยให้การขับขี่ในช่วงเวลากลางคืนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว พร้อม Sports brake และระบบช่วงล่าง Comfort suspension แบบ ride-height lowering นอกจากนี้ รุ่นปรับโฉมยังมาพร้อมการเพิ่มหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ที่จะยกระดับการมองเห็นทัศนวิสัยด้านบนได้อย่างชัดเจน














ภายใน
ห้องโดยสารถูกตกแต่งแบบ AMG Line Interior ให้ความรู้สึกดุดันแต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหราในทุกมิติ เริ่มด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง Nappa ต่อเนื่องด้วยแผงหน้าปัดแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลการขับขี่แบบ All-digital instrument display ซึ่งเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางขนาด 10.25 นิ้ว สะดวกสบายในทุกการขับขี่และการโดยสารด้วยเบาะนั่งแบบ Sport seats หุ้มหนัง ARTICO สลับกับ MICROCUT microfibre สีดำ และยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC ใหม่แบบ 2 โซน ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging) และระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ที่สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมเพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอีกหลายรายการที่ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน

ระบบสาระบันเทิง
GLA 200 AMG Dynamic พร้อมเชื่อมต่อความบันเทิงมาสู่ห้องโดยสารอย่างไร้รอยต่อด้วยฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android (Apple Carplay™ & Android Auto™) และระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดแบบ “MBUX7” ที่มีระบบ AI ช่วยประเมินพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่อย่างอัจฉริยะ รองรับการสั่งซื้อแอปพลิเคชั่นสำหรับรายงานสภาพการจราจรแบบออนไลน์ Live Traffic Information ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สำหรับบริการ Mercedes me connect ที่จะเปิดประตูสู่ฟังก์ชั่นระดับชั้นนำมากมาย ทั้งยังมีการติดตั้งไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient lighting) สามารถปรับได้กว่า 64 เฉด ช่วยเพิ่มความบันเทิงและความรื่นรมย์ขณะขับขี่และโดยสารได้ในทุกช่วงเวลา
ระบบควาปลอดภัย
สำหรับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยของ GLA 200 AMG Dynamic มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน อาทิ ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC) ระบบแจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning) และระบบรักษาความเร็ว (CRUISE CONTROL) เป็นต้น
เครื่องยนต์ GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียง รหัส M282 ขนาด 1,332 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ รองรับน้ำมัน E85 นำเสนออีกขั้นของเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยตัวกรองเขม่าอนุภาคขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้ มอบพละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620-4,000 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (7G-DCT) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 8.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

| รุ่น | เครื่องยนต์ | แรงม้าสูงสุด (แรงม้า) | แรงบิดสูงสุด(นิวตันเมตร) | อัตราเร่ง 0-100กม./ชม. (วินาที) | ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.) |
| GLA 200 AMG Dynamic | เบนซิน แถวเรียง/ 4 สูบ / เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์(รองรับน้ำมัน E85) | 163 | 250 | 8.7 | 210 |


1 of 23

GLA 200 AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 2,580,000 บาท
โดยมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White) สีดำ (Cosmos Black) สีเงิน (Iridium Silver) และสีเทา (Mountain Grey)
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
สุดยอด supercar ราคาดีที่แม้แต่ James Bond ก็ต้องอึ้ง!
8 มี.ค. 2564
สุดยอด supercar ราคาดีที่แม้แต่ James Bond ก็ต้องอึ้ง! กับ Aston Martin DB11 AMR Performmance ตัว Top สุดของรุ่น เอาใจคนชอบงานละเอียด ปราณีต และ สมารท์ แบบ สบาย สบาย พร้อมตอบโจทย์ความแรง

– เครื่องยนต์ 5200cc turbo
– แรงม้า 630 hp
รวมถึงความเร้าใจในการขับขี่ที่เพิ่มมากขึ้น! พร้อมแล้วที่จะให้คุณทดลองขับ ไม่ต้องดูภาพ แบบ 3D อีกต่อไป
ในราคาที่เร้าใจแบบจับต้องได้ ราคาปกติ 27,000,000 บาท
Promotions พิเศษ เหลือ 𝟮𝟮,𝟬𝟬𝟬,𝟬𝟬𝟬 บาท!
ทดลองขับ พร้อมรับรถทันที
.
“The Best of Import Car at TNP CAR ONLY”
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center : 085-209-4444
Add Line : https://line.me/R/ti/p/%40tnpcar
Website : http://www.tnpcar.com
Boxy Car รถกล่องกระแสดี ใครก็อยากครอบครอง
4 Oct 2025

Highlight
“รถกล่อง” หรือ Boxy Car เป็นสไตล์การออกแบบที่ยังคงมีเสน่ห์ในทุกยุคสมัย ด้วยรูปทรงเหลี่ยมอย่างชัดเจน การออกแบบมีอิทธิพลอย่างมากโดยเฉพาะกระแสรถยนต์เอสยูวีที่กำลังมาแรง ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าถูกใจทั้งสายลุย และสายหรู
แม้กระแสรถยนต์ในยุคปัจจุบันจะเน้นไปที่เส้นสายโค้งมน และลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่รูปลักษณ์เหลี่ยมๆ ของรถทรงกล่องที่เรียกกัน “Boxy Design” กลับมีเอกลักษณ์ชัดเจนจนแฟนๆ ทั้งชาย และหญิงชื่นชอบ เพราะมันแสดงถึงความบึกบึน แข็งแรง และยังมอบพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางกว่าในขนาดตัวถังที่ใกล้เคียงกัน



จุดเริ่มต้นจาก “รถทหาร”
รถทรง Boxy ถูกนำมาสร้างเป็นรถครอบครัวใช้งานในเมืองยุคปัจจุบันที่เน้นความกว้าง และการออกแบบที่อรรถประโยชน์เต็มขั้น แต่ในอดีตจัดเป็นรถที่ถูกใช้ในกองทัพ เช่น รถ Jeep Willys ในแถบยุโรปช่วง 1950s ส่วนฟากฝั่งเอเชีย ประเทศแผ่นดินใหญ่อย่างจีน ก็มีรถยนต์อเนกประสงค์ทางการทหาร BJ212 ที่สร้างมาเพื่อการขนของ และตรวจการโดยเฉพาะ ส่วนญี่ปุ่นเองก็เรียกรถเหลี่ยมเหล่านี้เป็นรถยนต์ K-Car หรือที่เรียกกันว่ารถยนต์ขนาดเล็ก เป็นแนวคิดที่แพร่หลายในญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหลายยุคหลายสมัยรถยนต์ได้ถูกสร้างให้มีรูปทรงโค้งมนยิ่งขึ้น และรถกล่องเหล่านี้ก็หายไปจากตลาด



จนกระทั่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รถกล่องทรง Boxy ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจากการมาของเทรนด์เอสยูวีทั่วโลก เช่น Mercedes-Benz G Class เป็นมาตรฐานสำคัญที่โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ของจีน เริ่มเน้นทำรถสไตล์นี้เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าเน้นสายลุยโดยตรง และมีรถยนต์ไฟฟ้าจากการออกแบบที่เน้นความกว้างขวางของห้องโดยสาร ความน่ารัก หรือความทันสมัย ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน และหลายรุ่นที่มาทำตลาดเป็นรุ่นรถที่โด่งดังทั้งสิ้น



โดดเด่นบนท้องถนน เหมาะกับทุกสถานการณ์
ในยุคที่รถยนต์ดีไซจ์นโค้งมนดูเหมือนจะกลืนกันไปหมด Boxy SUV กลายเป็นจุดเด่นที่เบียดแย่งสายตาได้ทันที เส้นสายที่หนักแน่น เหลี่ยมมุมให้ความรู้สึกแข็งแรง และโดดเด่น ทั้งเรื่องของประโยชน์ “ภายใน” ที่เกินคาด ทรงกล่องช่วยให้ใช้พื้นที่ภายในได้อย่างคุ้มค่า ทั้งในแง่ความสูงภายใน ความกว้าง และความจุเก็บของ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางหรือใช้ชีวิตที่ต้องอาศัยพื้นที่ในรถ และความเชื่อมโยงกับอดีต และความทรงจำ แน่นอนใครก็อยากได้รถที่ดีไซจ์นแบบเหลี่ยมๆ กลิ่นอายของรถออฟโรด และ SUV ในอดีต การพลิกกลับมาของ Boxy จึงให้ความรู้สึกวินเทจ และมีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับจิตนาการอดีตได้ดี
รวมรถทรงกล่องแต่ละรุ่นที่มีขายในไทย

- Chery V23
กล่องไฟฟ้าน้องใหม่กระแสแรง สไตล์ล้ำสายลุย วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 430 กม./ การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)

- GWM Tank 300
สายลุยสุดหล่อ มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ 2.4 ดีเซล และ 2.0 ไฮบริด พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 9 โหมด

- Hummer EV
เอสยูวียักษ์ใหญ่กลับมาอีกครั้ง มาพร้อมเวอร์ชันไฟฟ้าล้วน 100% แต่ยังมอบความโดดเด่นทรงกล่องอันเป็นเอกลักษณ์ว่านี่ตัวลุยจากอเมริกันแท้

- Honda N Box
รถจิ๋ว K-Car ฟังก์ชันครบ จุดเด่นที่การออกแบบทรงกล่องพร้อมประตูสไลด์ เข้า-ออก สะดวกสบาย ขับในเมืองหรือแคมป์ก็ทำได้

- Hyundai Santa FE
เอสยูวีแดนโสม พลิกงานออกแบบใหม่หมด ผสานตัว H อย่างลงตัว เน้นพื้นที่ภายในห้องโดยสารแบบ Living room-like

- Jaecoo 6 EV
เอสยูวีไฟฟ้าล้วน มาพร้อมไฮไลท์ดีไซจ์นตรงตัวแบบ E-Cube กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ iWD ไปได้ทุกสภาพถนน วิ่งระยะไกลสุด 418 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)

- Jeep Wrangler
ต้นกำเนิดสายลุยตัวจริง ทรงร่วมสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมจุดเด่นขับเคลื่อนสี่ล้อลุยได้ทุกสถานการณ์

- Kia Soul EV
รถสุดแปลกเส้นสายสะดุดตา คงเอกลักษณ์ทรงกล่อง โลดแล่นด้วยระบบไฟฟ้าล้วนกับระยะทางวิ่ง 452 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (WLTP)

- Land Rover Defender
เอสยูวีสายลุยพัฒนามาเป็นพรีเมียม เพิ่มมิติให้ดูโมเดิร์นขึ้นพร้อมความอเนกประสงค์มีทั้งรุ่น 3 ประตู และ 5 ประตู พร้อมพละกำลังมหาศาล

- Mercedes-Benz G Class
รถทรงกล่องที่โด่งดังที่สุดในโลกต้องยกให้รุ่นนี้ ดีไซจ์นเหนือกาลเวลาและสมรรถนะการขับขี่ให้เลือกตามใจทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน ลุยก็ไม่เกี่ยง หรูก็โดดเด่น

- Nissan Cube
น้องเล็กผู้บุกเบิกรถทรงกล่องในเมืองไทย พื้นที่ภายในกว้างขวางอเนกประสงค์ ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม

- Suzuki Jimny
สายลุยรุ่นจิ๋วแต่ศักยภาพไม่จิ๋ว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ซ่อมดูแลง่ายสไตล์รถญี่ปุ่น

- Toyota BB
รถทรงสุดล้ำสไตล์กล่องดนตรี Music Box ที่มาพร้อมจุดเด่น อรรถประโยชน์ห้องโดยสารกว้างขวาง เครื่องเสียงสร้างบรรยกาศดีเยี่ยม เน้นขับประหยัดน้ำมันในเมือง

- Toyota Land Cruiser
ราชาแห่งเอสยูวีที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ต้นกำเนิดจากรถยุคสงครามโลก พัฒนามาเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์ล้ำยุคแต่ยังคงเอกลักษณ์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ ‘ดั้งเดิม‘

- Wuling Air EV
ไฟฟ้ากล่องเล็กน่ารัก 3 ประตู เน้นขับในเมือง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 300 กม./ การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)


เรียกได้ว่ารถยนต์ Boxy Car แทบจะตอบการใช้งานที่จริงจัง และความปลอดภัยได้ครบถ้วน เพราะก่อนจะพัฒนามาเป็นแฟชันดีไซจ์น และในปัจจุบันกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทั้งสายลุย และสายแฟชันต่างชื่นชอบ รถเหลี่ยมจึงไม่ใช่แค่ “กล่องเคลื่อนที่” แต่คือ สัญลักษณ์ของยุคสมัย และรสนิยม
Station Wagon รถพ่อบ้านเหนือกาลเวลา
Long Wheelbase รถช่วงล้อยาว เอาใจคนติดหรู

