The New Vantage สวยสปอร์ต เร้าใจทุกสัมผัส
ภายนอกของ Aston Martin The New Vantage มาพร้อมรูปลักษณ์น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเส้นสายบึกบึน ผสานแนวทางการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์โค้งมนสะท้อนคาแรคเตอร์ของนักล่าอย่างปลาฉลาม รวมถึงการออกแบบของรถที่ช่วยระบบแอร์โรไดนามิกในการขับขี่ โอเวอร์แฮงค์หน้า-หลัง สั้นเเละโป่งล้อกว้าง เเสดงถึงความคล่องตัวเเละการตอบสนองอยาางมีประสิทธิภาพ ไฟหน้าแบบใหม่เเละไฟท้ายบางเฉียบ

New Vantage ใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า แรงบิด 685 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 314 กม./ชม. โดยเครื่องยนต์ถูกติดตั้งให้ชิดกับตัวถังมากสุดเพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุล 50:50% ขณะที่พิกัด 1,530 กก. ส่งผลให้มีอัตราส่วนแรงม้า/น้ำหนักดีมาก นอกจากนั้น การปรับแต่งระบบไอดี-ไอเสียและกล่องอีซียูอย่างพิถีพิถัน ก็ส่งผลให้ท่อไอเสียคำรามอย่างดุดัน

จังหวะการขับขี่พุ่งทะยานอัตราเร่งคมกริบมั่นใจในการขับด้วยช่วงล่างหน้าดับเบิลวิชโบน หลังมัลติ-ลิงค์พร้อมโช้กอัพปรับความหนืดอัตโนมัติ และเฟืองท้ายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Diff) กระจายกำลังสู่ล้อคู่หลังอย่างเหมาะสม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับ เช่น ระบบความบันเทิงภายในรถ ควบคุมผ่านจอแอลซีดีอเนกประสงค์ 8 นิ้ว ประกอบด้วยชุดเครื่องเสียงของแอสตัน มาร์ติน บลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อกับไอพอด ไอโฟน ช่องเสียบยูเอสบี พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม ช่วยให้ผู้ขับเกิดความรื่นรมย์สูงสุด


DB11 V8 มนต์เสน่ห์แห่งรถสปอร์ตจีที สวยและดูดีที่สุดในโลก
แอสตัน มาร์ติน ‘ดีบี11 วี8’ สานต่อความสำเร็จระดับโลกของสายพันธุ์ ดีบี11 อันเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมจีที มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า แรงบิด 675 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม.


เครื่องยนต์ วี8 สูบ ติดตั้งด้านหน้า ชิดกับผนังห้องเครื่อง ช่วยให้กระจายน้ำหนักได้สมดุล ผสานช่วงล่างอิสระ ให้ความรู้สึกปราดเปรียวยิ่งขึ้น ขณะที่ห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีต พร้อมดีไซน์และสีสันที่ตัดกันอย่างโดดเด่น นอกจากนั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจยังสามารถเพิ่มความเหนือชั้นได้จากแพ็คเกจ Option Packs และ Designer Specification รวมถึงคอลเลคชั่นสุดหรู Q by Aston Martin
รถที่ใกล้เคียง F1 ที่สุด Mercedes-AMG One เปลี่ยนนิยามของรถบนถนน
Aug, 6 2025
มี Mercedes-AMG One เพียง 275 คัน ที่มอบประสบการณ์การขับขี่เหมือนอยู่ในสนามแข่ง Formula 1 แต่สามารถขับบนถนนจริงได้
ถ้าพูดถึงหนึ่งในรถยนต์ที่นำเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 มาปรับใช้ได้อย่างแท้จริง “Mercedes- AMG ONE” คือรถคันนั้น และนี่ก็ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์คาร์ทั่วไป แต่เป็นเหมือนการจำลองประสบการณ์การขับขี่จากสนามแข่งให้สามารถวิ่งบนถนนจริงได้
กว่าจะเป็น Mercedes-AMG ONE ได้ ใช้เวลาปรับจูนและพัฒนาระบบนานกว่า 5 ปี เปิดตัวรถต้นแบบครั้งแรกในปี 2017 ก่อนที่ในปี 2022 จะผลิตจริงด้วยมือที่โรงงานของ AMG ในโคเวนทรี ประเทศอังกฤษและถูกผลิตออกมาเพียง 275 คันทั่วโลกเท่านั้น นั่นทำให้แต่ละคันมีราคาถึง 2.7 ล้านดอลลาร์ หรือราว 90 ล้านบาท
ทั้งหมดถูกจำหน่ายออกเกลี้ยงสต๊อก หลังได้รับคำสั่งซื้อมากกว่า 4 เท่าของจำนวนการผลิตที่คาดการณ์ไว้ มีนักแข่งจาก F1 หลายคนที่ได้ครอบครอง Mercedes-AMG ONE เช่นกัน โดยจากการรายงานของสื่อสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น Valtteri Bottas นักแข่ง F1 ทีม Alfa Romeo และเป็นอดีตนักแข่งทีม Mercedes, Lewis Hamilton แชมป์โลก F1 ถึง 7 สมัย และ Nico Rosberg อดีตนักแข่ง F1

แต่แม้จะขายหมดเกลี้ยง แต่นั่นไม่ใช่แรงดึงดูดใจให้มีการเพิ่มไลน์การผลิต เพราะการต้องการคงไว้ซึ่งความพิเศษของรถรุ่นนี้เอาไว้
ไฮไลต์สำคัญของ Mercedes-AMG ONE คือการใช้เครื่องยนต์ไฮบริด 1.6 ลิตร V6 เทอร์โบ และยังมีดีไซน์ไม่ว่าจะเป็นสปอยเลอร์แบบแอคทีฟ ช่องลมแบบแอโรไดนามิก ระบบกันสะเทือนที่สามารถปรับได้อัตโนมัติ รวมถึงท่อไอเดีย เหล่านี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง F1 ทั้งสิ้น


สมรรถนะของรถรุ่นนี้ ถูกทดสอบในสนามแข่ง Nürburgring Nordschleife ในประเทศเยอรมนี เป็นสนามที่นิยมสำหรับการทดสอบรถยนต์และทำสถิติเวลาต่อรอบ โดยสามารถทำเวลาต่อรอบได้ต่ำกว่า 6 นาทีครึ่ง ในระยะทางกว่า 20.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากขีดความสามารถในการเร่งเครื่องที่อ้างอิงจาก Mercedes-AMG ดังนี้
- เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.9 วินาที
- เร่งความเร็วจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 7 วินาที
- เร่งความเร็วจาก 0-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 15.6 วินาที
Mercedes-AMG ONE ยังทำความเร็วได้สูงสุดถึง 352 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งยังถือว่า เป็นความเร็วสำหรับรถที่ยังวิ่งบนถนนทั่วไปได้อย่างถูกกฎหมาย
นี่ไม่ใช่รถที่สร้างมาเพื่อทำยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ Mercedes-AMG ONE คือรถที่รวมความสามารถและประสบการณ์ระดับสนามแข่ง Formula 1 มาขับบนถนนจริงได้ และความต้องการที่สูงกว่าจำนวนการผลิตหลายเท่า คือคำตอบว่า รถคันนี้พิเศษแค่ไหน

