แอสตัน มาร์ติน เปิดตัว ดีบี11 รถสปอร์ตรุ่นใหม่ครั้งแรกในโลกที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ดูจากรูปลักษณ์แล้วถือว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย
ดีบี11 เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกภายใต้แผน “ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2” ของแอสตัน มาร์ติน โดยจะออกทำตลาดแทนที่ดีบี9 มาพร้อมเครื่องยนต์บิ๊กบล็อก วี12 ใหม่เอี่ยมแกะกล่อง ความจุกระบอกสูบ 5.2 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 600 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรมาที่รอบต่ำเพียง 1,500 รอบ/นาที
ด้วยพละกำลังระดับนี้ทำให้ดีบี11 เป็นรถตระกูลดีบีที่แรงที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 322 กม./ชม. ขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF แบบ 8 สปีด เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปที่มีระบบควบคุมแรงบิดแบบแอคทีฟ
หากเทียบกับดีบี9 แล้ว โมเดลใหม่อย่างดีบี11 มีขนาดยาวขึ้น กว้างขึ้น เตี้ยลง และมีระยะฐานล้อยาวขึ้น น้ำหนักตัวถังอยู่ที่ 1,770 กก. การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังอยู่ที่ 51% ต่อ 49% ใช้ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วหุ้มด้วยยางบริดจสโตนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ
รูปลักษณ์ภายนอกสวยงามทุกมิติ เส้นสายเน้นความลู่ลมที่มีสไตล์คล้ายกับแอสตัน มาร์ติน วัลแคน ซูเปอร์คาร์สำหรับสนามแข่ง โดยมีชิ้นส่วนแอโรไดนามิกรอบคัน บั้นท้ายมีช่องดักอากาศซ่อนอยู่บริเวณเสาหลังคาท้ายโดยใช้ชื่อว่า “AeroBlade” คอยทำหน้าที่สร้างแรงกดขณะพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสารกว้างขวางมากขึ้นเนื่องจากระยะฐานล้อยาวขึ้น มีหน้าจอมาตรวัดขนาด 12 นิ้วและหน้าจออินโฟเทนเมนท์ 8 นิ้ว ควบคุมด้วยสวิทช์แบบหมุนและมีระบบสัมผัสเป็นอ็อปชั่นเสริม เนื้อที่จัดเก็บสัมภาระเพิ่มขึ้น 20% ไปอยู่ที่ 270 ลิตร
ดูจากอ็อปชั่นที่ลูกค้าสามารถควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มมีทั้ง เครื่องเสียง Bang & Olufsen ขนาด 1,000 วัตต์ หลังคาแบบมันเงาสีดำ เบาะที่นั่งระบายอากาศ ที่วางแขนปรับไฟฟ้า และอื่นๆอีกมากมาย
แอสตัน มาร์ตินเคาะราคาจำหน่ายของดีบี11 ไว้ที่ 154,900 ปอนด์ในอังกฤษ 204,900 ยูโรในเยอรมนีและ 211,995 เหรียญสหรัฐฯ ในอเมริกา กำหนดส่งมอบคันแรกจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีนี้
ยลโฉม!! Ferrari Daytona SP3 ไฮเปอร์คาร์คันล่าสุดของคนไทยหนึ่งเดียว พี่อ๋อง ดร.ทิศพล นครศรี
518 จำนวนผู้เข้าชม |

เมื่อพูดถึงนักสะสมรถคนไทยที่ครอบครองรถระดับ Rare item ไม่ว่าจะเป็น Supercar, Hypercar, Classic Car สุดหายาก คงไม่นึกถึงคนนี้ไม่ได้ พี่อ๋อง ดร.ทิศพล นครศรี ถือได้ว่าเป็น Collector มีคลังสะสมรถหายากมากมายที่เก็บไว้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะ Ferrari เป็นแบรนด์ที่พี่อ๋องชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่ละคันก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น อาทิเช่น Ferrari Enzo, F50, F40, Monza SP1, SP2 และล่าสุดพี่อ๋องเพิ่งได้รับ Ferrari คันใหม่ นั่นคือ Daytona SP3 ไฮเปอร์คาร์ตัวเทพที่ผลิตเพียง 599 คัน ในโลก ค่าตัวระดับ 2 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทย 75 ล้านบาท ถ้ารวมภาษีนำเข้าก็ปาไปกว่า 246 ล้านบาทเลยทีเดียว!!!
Daytona SP3 คันนี้ ทาง Bangkok Supercar ได้รับเกียรติร่วมพูดคุยและได้ข้อมูลรถรวมถึงสเป็กรถโดยตรงจากพี่อ๋อง ดร. ทิศพล นครศรี เริ่มจากตัวถังมาในสีพ่น 2 ชั้น แดง Rosso Corsa Metallic ที่ส่วนล่างตัวถังและหลังคาก็สั่งพิเศษเป็นงานคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยสีแดงผิวเงา โลโก้ Scuderia Ferrari Shield ข้างตัวรถแบบ Airbrushed เป็นงานพ่นสีเป็นเนื้อเดียวกับสีตัวถัง ล้อฟอร์จด้านหน้าขนาด 20 นิ้ว หลัง 21 นิ้ว มาในสีเทาผิวด้าน Matt Grigio Corsa สลับผิวเงา Diamond C (Diamond Cut) บริเวณขอบและก้านล้อ และคาลิปเปอร์เบรกเลือกเป็นสีเหลือง Giallo Modena
ภายในห้องโดยสาร Daytona SP3 ของ ดร. ทิศพล เน้นเลือกวัสดุหนังแท้ ร้อนแรงด้วยโทนสีแดง Rosso Ferrari บนตัวเบาะนั่ง พวงมาลัย แผงข้างประตู และแผงคอนโซลหน้า ตัดกับคาร์บอนไฟเบอร์ผิวด้านที่จัดเต็มโดยรอบ เข็มขัดนิรภัย 4 จุด สีแดง Rosso พนักศรีษะมีปักลายนูนม้าลำพองสีเหลือง Giallo เพิ่มความสะดวกสบาย เช่น Apple Carplay, กล้องหน้าหลังช่วยถอยจอด+เซนเซอร์ช่วยจอด, มีระบบ Front lift และคันนี้ยังมาพร้อมแผ่นป้ายโลหะสีเงินสั่งทำพิเศษ เขียนว่า ”TISPOL NAKORNSRI“
Daytona SP3 ไฮเปอร์คาร์ตัวถังสไตล์ Targa ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งยุค 60 ในตำนาน 3 คัน 330 P3/4, 330 P4 และ 412P แชสซีส์สร้างจากวัสดุคอมโพสิตทั้งหมดเทคโนโลยีเดียวกับรถ F1 น้ำหนักรถเปล่าที่ 1,485 กก. ดีไซน์ภายนอกการันตีความหล่อด้วยการคว้ารางวัล Best of the Best จาก Red Dot Design Award 2022 หน้าตาโดดเด่นเอกลักษณ์หลายจุด เช่น โคมไฟหน้าจะมีแผ่นเลื่อนสไลเปิด-ปิดคล้ายไฟ Pop-up แบบรถสมัยก่อน บานประตูยกแบบปีกผีเสื้อพร้อมช่องรับอากาศเข้าในตัว กระจกมองข้างวางตำแหน่งเหนือซุ้มล้อหน้าดูคลาสสิค หลังคาแข็งถอดเองด้วยมือ บั้นท้ายดีไซน์เป็นร่องครีบแนวยาวเต็มพื้นที่ช่วยระบายความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม
หัวใจหลักมาจากเครื่อง V12 N/A ขนาด 6.5 ลิตร ตัวเดียวกับ 812 Competizione แต่เปลี่ยนรหัสเครื่องใหม่จาก F140HB เป็น F140HC เพราะเครื่องย้ายมาอยู่ตำแหน่งวางกลาง มีการปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน เช่น ระบบไอดีไอเสีย ใช้ก้านสูบไทเทเนียม สลักลูกสูบยังมีการเคลือบสาร Diamond Like Carbon (DLC) ลดการเสียดสี เพลาข้อเหวี่ยงก็ปรับสมดุลใหม่ทำให้เบาลงอีก 3% ให้กำลังสูงสุด 840 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 697 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.85 วินาที, 0-200 ใน 7.4 วินาที กับท๊อปสปีด 340 กม./ชม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ F1 คลัทช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง
เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคน ที่มีความฝัน ซึ่งพี่อ๋อง ดร. ทิศพล เองก็เคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความฝัน รักรถ จากรถโมเดลที่สะสมสู่รถคันจริงที่ขับได้ และบางคันไม่ใช่แค่เพียงมีเงินก็ซื้อได้ แต่ต้องเป็นแฟนตัวยงนักสะสมที่แท้จริง กว่าพี่อ๋องจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องใช้ความพยายามในการทำงานอย่างมากเพื่อสร้างความฝันให้เป็นความจริง BANGKOK SUPERCAR ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีความฝัน พยายามให้สุด แล้วฝันนั้นจะเป็นจริง
ทาง Bangkok Supercar ขอขอบคุณพี่อ๋อง ดร. ทิศพล นครศรี เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลสำหรับ Ferrari Daytona SP3 ในครั้งนี้ เพื่อนๆ สามารถติดตาม พี่อ๋อง ดร.ทิศพล นครศรี ได้ที่ IG : @tispol
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
***ห้ามนำรูปไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์***
DO NOT USE THIS PHOTO WITHOUT PERMISSION




















