Devel Sixteen ที่เข้าใจยากถูกพบเห็นอีกครั้ง กลิ้งผ่านทะเลทราย
นาทีที่ 2
El เดเวล สิบหก เป็นหนึ่งใน ซุปเปอร์คาร์ หายากที่สุด พิเศษที่สุด และหายากที่สุดในโลก การดำรงอยู่ของมันมีขึ้นในปี 2013 แม้ว่าจะมีการจำกัดการแพร่กระจาย ทุกครั้งที่ปรากฏ มันทำให้เกิดความปั่นป่วน อย่างไรก็ตามนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากแบรนด์ได้เผยแพร่ใหม่ วีดีโอ ของสิบหก ระยะเวลาสั้นมาก แต่เป็นเอกสารสำคัญ เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าโครงการยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้เก็บไว้ในลิ้นชัก
จัดอันดับ 5 Hypercar รถที่เร็วที่สุดในโลก ปี 2025
Last updated: 23 ก.พ. 2568 | 66725 จำนวนผู้เข้าชม |

หากพูดถึง Hypercar แล้ว หลายคนคงนึกถึงรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสมรรถนะ ดีไซน์และราคาขั้นสุด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า Hypercar คันไหนที่ทำความเร็วได้มากที่สุด วันนี้เราจึงขอจัดอันดับ 5 รถที่เร็วที่สุดในโลกมาให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้อ่านกันครับ โดยจะมีรถรุ่นไหนแบรนด์อะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปดูกันเลย!
จัดอันดับ 5 รถที่เร็วที่สุดในโลกประจำปี 2025
1. SSC Tuatara
SSC Tuatara เป็นไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตโดยบริษัท SSC North America เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 มีราคาเริ่มต้นที่ 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตออกมาเพียง 125 คันเท่านั้น ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูเรียบหรูและทรงประสิทธิภาพ ด้านหน้ามีไฟหน้า LED ทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดใหญ่ และช่องดักอากาศ ด้านหลังมีไฟท้าย LED เรียวยาวและสปอยเลอร์หลังสุดเท่ SSC Tuatara ถือเป็นรถไฮเปอร์คาร์ที่มีครบทั้งความเท่ ความสวยงาม และสมรรถนะภายในที่ยอดเยี่ยมไม่เป็นสองรองใคร
สเปคของ SSC Tuatara
SSC Tuatara ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ V8 ความจุ 5.9 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 1,750 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์นี้จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ พร้อมขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง SSC Tuatara มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลา 2.5 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก ณ ตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
2. Bugatti Chiron Super Sport 300+
Bugatti Chiron Super Sport 300+ เป็น Hypercar ที่ผลิตโดย Bugatti เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตเพียง 30 คันเท่านั้น ตัวรถมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดุดัน โฉบเฉี่ยว และมีความสปอร์ต ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อรองรับการขับขี่ที่รวดเร็วและความสะดวกสบาย ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นรถยนต์ทรงพลังที่ติดอันดับ 1 ใน 5 รถที่เร็วที่สุดในโลกมาจนถึงปัจจุบัน
สเปคของ Bugatti Chiron Super Sport 300+
Chiron Super Sport 300+ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร สี่เทอร์โบชาร์จที่ให้กำลัง 1,600 แรงม้าและแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ใน 2.4 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

3. Hennessey Venom F5

Hennessey Venom F5 เป็น Hypercar ที่พัฒนาและผลิตโดย Hennessey Special Vehicles เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐและผลิตเพียง 24 คันเท่านั้น Venom F5 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรา ไหลลื่น และทันสมัย ส่วนการตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายและเน้นการใช้งานเป็นหลัก เบาะนั่งเป็น bucket seat ที่ทำจากหนัง Alcantara รองรับสรีระผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยเป็นแบบทรงสปอร์ต 3 ก้าน ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ มีปุ่มควบคุมต่าง ๆ อยู่บริเวณแป้นหมุน แผงหน้าปัดเป็นแบบดิจิตอลและมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว
สเปคของ Hennessey Venom F5
Hennessey Venom F5 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,817 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ตัวรถสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 2.6 วินาที พร้อมทำความเร็วได้สูงสุด 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Hennessey Venom F5 ถือเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอันดับสามที่มีสเปคน่าสนใจและไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง
4. Bugatti Bolide
Bugatti Bolide เป็น Hypercar ที่พัฒนาโดย Bugatti Engineering GmbH จากประเทศเยอรมัน เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐและผลิตเพียง 40 คัน Bugatti Bolide โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวและดุดัน การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งฟอร์มูล่าวัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วสูงได้ง่าย ด้านหน้ามีไฟหน้าทรงกลมแบบ LED ที่เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้ามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงดันอากาศและเพิ่มแรงกดลงบนพื้น ส่วนด้านข้างมีช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรก หลังคารถทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของรถและปรับปรุงประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ ถือเป็น Hypercar ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพการขับขี่เป็นหลัก ใครที่ชื่นชอบรถแข่งหรือรถทรงสปอร์ตจะต้องหลงรักรถคันนี้อย่างแน่นอน
สเปคของ Bugatti Bolide
Bugatti Bolide ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร ที่ให้กำลัง 1,850 แรงม้าและแรงบิด 1,850 นิวตันเมตร ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,240 กิโลกรัมเท่านั้น สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ที่ 2.17 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
5. Devel Sixteen

Devel Sixteen เป็นรถ Hypercar ที่ออกแบบและผลิตโดย Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Devel Sixteen มีรูปลักษณ์ที่ดูดุดัน โฉบเฉี่ยว และทรงสปอร์ต ด้านหน้าของตัวรถโดดเด่นด้วยไฟหน้ากลมดีไซน์สวย ซึ่งมาพร้อมกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ด้านหลังมีไฟท้ายทรงเรียวยาวและสปอยเลอร์สุดเท่ ส่วนภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม เช่น หนัง คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะ เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตสามารถรองรับสรีระผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอีกหนึ่งคัน ที่มีดีทั้งสมรรถนะและความสวยงามแบบจัดเต็ม
สเปคของ Devel Sixteen
Devel Sixteen (รุ่นสำหรับสนามแข่ง) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V16 สี่เทอร์โบ 12.3 ลิตร มีกำลังสูงสุด 5,000 แรงม้า แรงบิด 5,094 นิวตันเมตร ตัวรถมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 1.8 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุด 483.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Supercar จอดนานระวังแบตเสื่อม! ป้องกันง่าย ๆ ด้วย CTEK จากสวีเดน
ไม่ว่ารถ Hypercar จะแพงแค่ไหน แต่ถ้าจอดทิ้งนานเมื่อไหร่ แบตเตอรี่ก็หมด และเสื่อมสภาพได้เหมือนกัน เพราะปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้กับรถทุกคันทุกประเภท โดยเฉพาะรถสายจอดอย่าง รถสปอร์ต บิ๊กไบค์ หรือซุปเปอร์คาร์ ที่ไม่ได้ถูกนำออกไปขับทุกวัน ดังนั้นเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนาน เราก็ควรนำรถออกไปขับบ้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือเลือกใช้ที่ชาร์จแบตรถยนต์คอยชาร์จไฟให้เต็มอยู่ตลอด เพราะแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุดก็คือแบตเตอรี่ที่มีไฟเต็มอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
เครื่องชาร์จแบตรถยนต์ CTEK จากสวีเดนจะช่วยดูแลแบตเตอรี่รถให้มีไฟเต็มอยู่ตลอดโดยไม่ต้องเอารถไปวนขับ หรือคอยสตาร์ทรถให้เสียเวลา ซึ่ง CTEK เป็นเจ้าของเทคโนโลยีลิขสิทธิ์การชาร์จที่ปลอดภัยต่อแบตเตอรี่ ระบบไฟภายในรถ และตัวผู้ใช้งาน เพียงแค่เสียบปลั๊กไฟบ้านแล้วคีบขั้วแบตเตอรี่หรือแบตเตอรี่ Terminal โดยไม่ต้องถอดขั้วแบตเตอรี่ หรือ ยกแบตเตอรี่ออกจากรถ CTEK ก็จะชาร์จแบตเตอรี่รถของคุณให้เต็มโดยอัตโนมัติเหมือนชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือโดยที่คุณไม่ต้องเฝ้า คุณสามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือนโดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย ไม่ต้องคอยสตาร์ทหรือเอารถไปวนขับให้สิ้นเปลืองน้ำมันอีกต่อไป
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK ที่อยากแนะนำให้คุณได้ลองใช้เพราะเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดคือ CTEK MXS 5.0 เป็นเครื่องชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ มีกระแสชาร์จสูงสุด 5A สำหรับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด 12V ขนาด 1.2 – 110Ah รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่มีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติแทบทั้งหมด ตัวเครื่องนั้นมีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่ทนทานรับประกันถึง 5 ปี หากคุณกำลังมองหาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์หรือบิ๊กไบค์ CTEK MXS 5.0 ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างแน่นอน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก CTEK MXS 5.0
Nissan GT-R จากหนังรถซิ่งฟอร์มยักษ์ Gran Turismo เตรียมพร้อมให้ครอบครอง ใครอยากได้…ไปตำกัน !
กรกฎาคม 29, 2023
ภาพยนตร์รถซิ่งฟอร์มยักษ์ Gran Turismo จากค่าย Sony Picture เตรียมจะเข้าฉายในจอเงินอย่างเป็นทางการ วันที่ 11 สิงหาคมนี้ หลังจากที่ปล่อยทีเซอร์ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยธีมหลักของภาพยนต์ที่ถ่ายทอดจากเกมรถแข่งที่โด่งดังไปทั่วโลกเรื่องนี้ เป็นการถ่ายทอดชีวิตสุดพลิกผันของ Jann Mardenborough นักแข่งรถอาชีพชาวสหราชอาณาจักร ที่เริ่มต้นเส้นทางในสังเวียนความเร็วผ่านการเล่นวีดีโอเกมแข่งรถ
Nissan GT-R Nismo GT3 จากภาพยนตร์ Gran Turismo พร้อมเปิดให้ประมูลในงาน Silverstone Festival วันที่ 25 สิงหาคมนี้
หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Gran Turismo หรืออะไรสักอย่างในภาพยนต์เรื่องนี้ โอกาสเดียวที่คุณจะได้ครองครองและสัมผัสประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องมาถึงแล้ว ! นั่นคือ คุณสามารถครอบครอง Nissan GT-R Nismo GT3 ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ Gran Turismo ได้ในไม่ช้า (หากกล้าที่จะจ่าย) โดยรถคันที่เห็นอยู่ในภาพนี้ เดิมที่เป็นรถที่อยู่ในความครอบครองของ Darren Cox ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง GT Academy หรือผู้ที่เฟ้นหาเกมเมอร์มือทอง เพื่อผันตัวไปเป็นนักขับมืออาชีพ อย่างที่ Mardenborough (นำแสดงโดย Archie Madekwe) ทำได้ นอกจากนั้น Nissan GT-R Nismo GT3 คันนี้ ยังถือว่ามีบทบาทสำคัญทั้งในภาพบยต์เรื่องนี้ รวมถึงความสำเร็จของนักแข่งในโครงการ GT Academy อีกด้วย
Nissan GT-R Nismo GT3 ฝากผลงานไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ด้วยอันดับ 9 ในการแข่งขัน Nurburgring 24 Hours ปี 2015
ในรอบกว่าทศวรรศที่ผ่านมา Nissan GT-R Nismo GT3 ถือว่ามีบทบาทอย่างยิ่งในวงการการแข่งขันระดับโลก โดยผลงานที่ดีที่สุด ที่ได้รับคำชื่นชมจากคนในวงการมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก คงหนีไม่พ้น การจบอันดับที่ 9 Over All ในการแข่งขัน Nurburgring 24 Hours ปี 2015 ที่สนามนูร์เบิร์กริง ประเทศเยอรมนี ซึ่งนั่นถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตของค่าย Nissan โดยรถคันดังกล่าว ถูกตกแต่งด้วยสีดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับผู้ชมที่เสียชีวิต จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่าง Mardenborough และรถแข่ง GT-R GT3 อีกคัน
Nissan GT-R Nismo GT3 จากภาพยนตร์ Gran Turismo จะถูกนำเข้าประมูลในงาน Silverstone Festival ที่ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ (2 สัปดาห์ หลังจากที่ภาพยนตร์ Gran Turismo เข้าฉาย) ซึ่งคาดว่าจะมีช่วงราคาในการประมูลอยู่ที่ 225,000 – 275,000 ปอนด์ (ประมาณ 9.5 – 12.1 ล้านบาท…มาถึงไทย x 3 เข้าไป จะได้เลขสวยๆ แบบเมคเซนส์) โดย Nissan GT-R Nismo GT3 คันดังกล่าว ถูกคาดหมายกันว่า จะยังคงอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการแข่งขัน
Jann Mardenborough นักขับตัวเอกของเรื่อง รับบทโดย Archie Madekwe
ภาพยนตร์ Gran Turismo นำแสดงโดย David Harbour ผู้โด่งดังจาก Stranger Things ซึ่งจะรับบทเป็นโค้ชสำหรับนักแข่ง GT Academy สบทบด้วยนักแสดงขั้นนำอย่าง Orlando Bloom และ Darren Barnet โดย Gran Turismo เป็นผลงานการกำกับของ Neill Blomkamp ภายใต้การอำนวยการสร้างโดย Kazunori Yamauchi ผู้สร้างเกม Gran Turismo
![[ครบชุด] T0510038 าค ณม เพ อนแบบน](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-152.png)
![[ครบชุด] T0510037 ลวง หลอก part 2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-153.png)