• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0410003 ตอนจบ มหาเศรษฐ ตามหาทายาทพ นล าน เด กคนน ทำไมหน าคล ายเขาจ งเลย part 2

admin79 by admin79
October 6, 2025
in Uncategorized
0
T0410003 ตอนจบ มหาเศรษฐ ตามหาทายาทพ นล าน เด กคนน ทำไมหน าคล ายเขาจ งเลย part 2

MDs’ CAR | Bugatti Tourbillion ไฮเปอร์คาร์ที่มาพร้อมกับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์

เมื่อพูดถึงชื่อ Bugatti ผู้ชายอย่างเราก็มักจะนึกถึงสุดยอดรถไฮเปอร์คาร์ที่มากับพละกำลังมหาศาลพร้อมรูปลักษณ์สุดดุดันที่ทุกคนต้องหันมอง แบรนด์ไฮเปอร์คาร์จากฝรั่งเศสสร้างสรรค์รถยนต์ที่เป็นสุดยอดเครื่องจักรแห่งความเร็วมาทุกยุคสมัยตลอดประวัติศาสตร์ 115 ปี เราอาจรู้จัก Veyron ในฐานะ Production Car ที่มีพละกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้าเป็นรุ่นแรกของโลก และ Chiron ที่เป็น Production Car รุ่นแรกของโลกที่มีพละกำลังถึง 1,500 แรงม้า แต่ Bugatti กำลังจะก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการมาถึงของ Tourbillion ไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดที่มากับเครื่องยนต์ใหม่ที่ล้ำหน้าที่สุด พร้อมด้วยระบบส่งกำลังและโครงสร้างทางวิศวกรรมใหม่ทั้งหมด MenDetails อยากชวนทุกท่านลองมาทำความรู้จักไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ไปพร้อมกันครับ

สืบสาน DNA การออกแบบของ Bugatti

Bugatti Tourbillion
Credit: www.bugatti.com

Tourbillion สืบสาน DNA การออกแบบของ Bugatti ที่มีมาตลอด 115 ปี ผสมผสานกับสัดส่วนใหม่ที่มีความประณีต สวยงาม ทันสมัย และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้โดดเด่นด้วย 4 องค์ประกอบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์ ได้แก่ กระจังหน้ารูปทรงเกือกม้า, เส้นโค้ง Bugatti Line บริเวณข้างรถ, แนวเส้นกลางรถที่พาดผ่านฝากระโปรงหน้า หลังคา มาสิ้นสุดที่ฝาปิดเครื่องยนต์ด้านหลัง และการใช้สีทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความสวยงามทั้งตอนจอดนิ่งและเคลื่อนที่

อีกหนึ่งความโดดเด่น Tourbillion คือเทคโนโลยีไฟหน้า LED รูปทรงเพรียวบาง พร้อมกับเทคโนโลยีไฟท้ายรูปทรงเรียวยาวแบบชิ้นเดียว ทำให้ดีไซน์ในภาพรวมของมีความดุดันและล้ำสมัยกว่ารุ่นพี่อย่าง Veyron และ Chiron ชัดเจน เติมเต็มความสปอร์ตด้วยล้อฟอร์จน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วที่ด้านหน้า และ 21 นิ้วที่ด้านหลัง หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Cup Sport 2 ที่พัฒนาเป็นพิเศษเพื่อไฮเปอร์รุ่นนี้โดยเฉพาะ


เครื่องยนต์ไฮบริด V16 ยุคใหม่

Bugatti Tourbillion
Credit: www.bugatti.com

Tourbillion คือ Bugatti รุ่นแรกในรอบ 20 ปีที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 อันเป็นเอกลักษณ์อีกต่อไป นี่คือความกล้าที่จะฉีกขนบเดิม ๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดแบบ V16 ความจุ 8.3 ลิตร ที่ได้รับออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้ปราศจากระบบอัดอากาศ แต่เป็นการทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ซึ่งให้พละกำลังรวมกว่า 1,800 แรงม้า และสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 60 กิโลเมตร

มอเตอร์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 800V ที่ติดตั้งอยู่ในอุโมงค์กลางและด้านหลังผู้โดยสาร ซึ่งการที่มีระบบไฟฟ้ามาเกี่ยวข้องทำให้ Tourbillion สามารถสร้างแรงบิดมหาศาลได้ทันทีที่ผู้ขับขี่กดคันเร่ง รถสามารถพุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งสู่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 2.0 วินาที ทำความเร็วจาก 0 – 200 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 445 กม./ชม. นับเป็นตัวเลขสมรรถนะที่เหลือเชื่อ แต่มันคือความจริงที่ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ทำได้ ขณะเดียวกัน เครื่องยนต์ระบบไฮบริดก็ยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมากเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ W16 รุ่นเก่า และยังช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่และยกระดับสู่จุดสูงสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์


ประสบการณ์แอนะล็อกที่แท้จริงในห้องโดยสาร

Bugatti Tourbillion
Credit: www.bugatti.com

แม้ว่า Tourbillion จะเป็นไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่ แต่ภายในห้องโดยสารกลับนำเสนอประสบการณ์แบบแอนะล็อกที่ทาง Bugatti พยายามสื่อถึงความเหนือกาลเวลา โดยได้แรงบันดาลใจจากโลกแห่งนาฬิกา Tourbillion ที่แม้จะถูกคิดค้นมาเป็นร้อยปีแล้วแต่ก็ยังสง่างามและใช้งานได้ดีในปัจจุบัน พร้อมกับผสมผสานผสานแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

Bugatti Tourbillion
Credit: www.bugatti.com

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในห้องโดยสารของไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้คือแผงหน้าปัดที่ออกแบบและสร้างขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญของช่างทำนาฬิกาชาวสวิส เป็นแผงหน้าปัดแบบแอนะล็อกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหน้าปัดนาฬิกา Tourbillion ออกแบบเป็นโครงเหล็กที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 600 ชิ้น ผลิตจากไทเทเนียมและอัญมณี เช่น แซฟไฟร์และทับทิม เปรียบเสมือนผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เป็นจุดสนใจของประสบการณ์การขับขี่ โดยหน้าปัดนี้จะยึดติดแน่นอยู่กับพวงมาลัยที่หมุนได้รอบตัว ทำให้ผู้ขับขี่จะมองเห็นแผงหน้าปัดได้อย่างชัดเจนโดยไม่ถูกบดบังไม่ว่าจะหมุนในมุมไหน


พร้อมสัมผัสพื้นถนนในปี 2026

Bugatti Tourbillion
Credit: www.bugatti.com

Bugatti Tourbillon กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบขั้นสุดท้าย โดยรถเวอร์ชัน Prototype ได้ออกวิ่งทดสอบบนถนนจริงแล้วเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งมอบให้ลูกค้าในปี 2026 โดยเบื้องต้นจะมีการผลิตออกมาทั้งหมด 250 คัน ราคาเริ่มต้นที่ 3.8 ล้านยูโร (ราว 150 ล้านบาท) Tourbillon ทุกคันจะประกอบด้วยมืออย่างพิถีพิถันที่โรงงาน Bugatti Atelier ในเมือง Molsheim ประเทศฝรั่งเศส โดยจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตต่อจาก Bugatti Bolide และ Mistral ซึ่งเป็นสองรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ W16


ตลอดประวัติศาสตร์ของ Bugatti ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของความเร็วและสุดยอดยานยนต์ที่เป็นจุดสูงสุดทางเทคโนโลยี Bugatti Tourbillon กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่กับการก้าวเข้าสู่ยุคของเครื่องยนต์ V16 ผสานกับชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะระดับสูงจนยากจะหาใครมาเทียบเคียง นี่จะเป็นไฮเปอร์คาร์ที่ทรงพลังและล้ำสมัยที่สุดของแบรนด์ พร้อมกับความรู้สึกและประสบการณ์อยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Bugatti Tourbillon ได้ที่ www.bugatti.com

สุดยอด Hyper Car “Koenigsegg” เผยโฉมครั้งแรกในไทยรวม 2 คัน 3,000 กว่าแรงม้า

วรัญญู ยอดพรหม

โดย วรัญญู ยอดพรหม

โพสต์เมื่อ 20 October 2563


   สุดยอด Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงกว่าทั่วไปหนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน และครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ได้เผยโฉมถึง 2 รุ่น


Koenigsegg

     บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

 พร้อมเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท 

Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าประเทศไทย 4 คัน จองแล้ว 1 คัน เริ่มผลิตปี 2022 รับรถปี 2024

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท จัดจำหน่ายหมดแล้ว (นำมาโชว์)

Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท)

    ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมาก

    ยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ

    เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ลากรอบได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที สามารถเค้นกำลังสูงสุดที่ 1,600 แรงม้า (ด้วยเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น 

นั่นแปลว่ารถคันนี้ยังเป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถแตะความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. และมากกว่านั้น แต่ ข้อจำกัดสำคัญ คือ ยาง, สถานที่

Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT

    รถ ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

    หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น

ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.

  Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู

บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

Previous Post

T0410002 เธอฟ นค นช พด วยปาฏ หาร และเธอกำล งจะชำระหน แค นคนท ทรยศร กของเขา part 2

Next Post

T0410063 เป นย งไงล ชอบร งแกคนพ การด ก part 2

Next Post
T0410063 เป นย งไงล ชอบร งแกคนพ การด ก part 2

T0410063 เป นย งไงล ชอบร งแกคนพ การด ก part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.