เปิดตัวกันเรียบร้อยกับ Bugatti Tourbillon ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด V16 N/A ที่บอกเลยว่าเขาสร้างคันนี้ไม่ใช่แค่สวยงามในปัจุบันและอนาคตเท่านั้น แต่เพื่อชั่วนิรันดร์
Bugatti Tourbillon มากับดีไซน์ภายนอกใหม่หมดมีความดุดันและล้ำกว่า Chiron ขึ้นไปอีก ครั้งแรกกับประตูยกแบบปีกผีเสื้อทำงานด้วยไฟฟ้า กระจังหน้าเกือกม้ากว้างขึ้น มีเส้นคาดกลางลำตัวรถแบบ Type 57SC Atlantic เส้น C-line ข้างตัวรถโฉบเฉี่ยวขึ้น บั้นท้ายมากับดิฟฟิวเซอร์ที่ใหญ่และสูงมากทำงานร่วมกับปีกหลังแบบแอ๊คทีฟ แชสซีใหม่ทั้งหมดผสานระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิงค์ทั้งด้านหน้าและหลัง ระบบกันสะเทือนใหม่นี้รีดน้ำหนักลง 45% เมื่อเทียบกับ Chiron เบรกคาร์บอนเซรามิก ยาง Michelin Pilot Cup Sport 2 ขนาดด้านหน้า 285/35 R20 และหลัง 345/30 R21 เป็นยางที่พัฒนามาเฉพาะใน Tourbillon
ห้องโดยสารแบบใหม่หมด เริ่มจากพวงมาลัยที่เรียกว่า Fixed hub steering wheel จะเห็นว่าส่วนที่เป็นโลโก้ EB และเกจ์มาตรวัดจะไม่หมุนตามวงพวงมาลัย ไม่ว่าจะเลี้ยวองศาไหนก็ยังสามารถเห็นข้อมูลบนเกจ์วัดได้ครบถ้วนไม่บดบัง ชุดเกจ์มาตรวัดแบบอนาล็อกได้แรงบัลดาลใจจากนาฬิกาเปลือยกลไกระดับหรู ใช้วัสดุไทเทเนียม กระจกแซฟไฟร์ และเม็ดทับทิมแท้ เราจะเห็นเฟืองกลไกเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง คอนโซลกลางเลือกใช้กระจกคริสตัลช่วยเผยให้เห็นกลไกเหล่าสวิตช์ต่างๆ ที่ทำจากอลูมิเนียม และยังมีซ่อนจอกลางสัมผัสซึ่งมันจะโผล่ขึ้นมาเพื่อแสดงข้อมูลตัวรถ การเชื่อมต่อมือถือ และใช้งานกล้องถอยหลัง เบาะนั่งเป็นแบบ semi fixed เพื่อลดน้ำหนักและให้ต่ำสุดเท่าที่เป็นไปได้ ปรับสูง-ต่ำได้ ปรับมุมเอนได้ แต่ไม่มีรางเลื่อนขยับหน้า-หลัง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะมีกล่องแป้นเหยียบสามารถปรับระดับหน้า-หลังด้วยไฟฟ้า
หัวใจหลักที่มาแทน W16 นั่นคือเครื่องยนต์ V16 N/A ขนาด 8.3 ลิตร ที่มีการร่วมมือกับทาง Cosworth ให้กำลังสูงสุด 1,000 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ลากรอบได้สูงสุด 9,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด เจเนอเรชันใหม่ ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สองตัวอยู่ที่เพลาหน้าและอีกหนึ่งตัวที่เพลาหลัง รวมขุมพลังสองแบบจะได้กำลังถึง 1,800 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 2.0 วินาที, 0-200 ต่ำกว่า 5.0 วินาที, 0-300 ต่ำกว่า 10.0 วินาที, 0-400 ต่ำกว่า 25.0 วินาที กับท๊อปสปีด 380 กม./ชม. (จำกัดไว้) และสามารถปลดล็อคไปถึง 445 กม./ชม. เมื่อใช้ Speed Key
แบตเตอรี่ 800V ระบายความร้อนด้วยน้ำมันขนาด 25 kWh ถูกติดตั้งอยู่ในอุโมงค์กลางและด้านหลังผู้โดยสาร ช่วยให้รถวิ่งแบบไฟฟ้าเพียวๆ ได้มากกว่า 60 กิโลเมตร
ตอนนี้ Bugatti Tourbillon ยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบด้วยรถต้นแบบ คาดว่าจะส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในปี 2026 จำนวนผลิตทั้งหมด 250 คัน ด้วยราคาเริ่ม 3.8 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 150 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Bugatti


























































Koenigsegg Gemera ไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่ง ครั้งแรกกับพละกำลัง 1,700 แรงม้า

โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 06 March 2563
Koenigsegg ชื่อนี้มั่นใจได้กับการผลิตรถระดับ ไฮเปอร์คาร์ และรุ่นล่าสุด Koenigsegg Gemera แบบ 4 ที่นั่งครั้งแรก กับการเปิดตัวแบบ เสมือนจริง หลังจากที่งาน Geneva Motor Show ยกเลิก Gemera ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เท่านั้น


สำหรับ Koenigsegg Gemera ได้ถูกพัฒนา โดดเด่นตั้งแต่หน้าตาด้วยงานดีไซน์ตามหลักแอร์โรไดนามิกรอบคัน พร้อมการใช้แซสซีส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque มีอลูมิเนียมเสริมแกร่ง ตามจุดยึดต่างๆ โดยมีน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,715 กิโลกรัม มีพื้นที่เก็บสัมภาระทั้งด้านหน้า และหลังรวม 200 ลิตร กล้องมองภาพถูกนำมาใช้แทนที่กระจกมองข้างแบบเดิม ประตูยังคงเอกลักษณ์แบบ Dihedral synchro-helix เปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้อเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์ Aircore เจนที่ 2 ด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว และหลัง 22 นิ้ว ท้ายรถให้ฝาครอบเครื่องแบบกระจก พร้อมการวางตำแหน่งท่อไอเสียอยู่ด้านบนแบบไทเทเนียม จาก Akarapovic ตัวถังออกแบบให้ยกเป็นสปอยเลอร์ท้ายในตัว และเสริม Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไว้ด้านล่าง



ภายในห้องโดยสาร มาในรูปแบบ 4 ที่นั่ง เป็นเบาะ Bucket Seats วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ที่วางแก้วมากถึง 8 ช่อง ส่วนคนขับมีพวงมาลัยปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ยึดติดกับจอมาตรวัดความเร็วสุดล้ำ มีกล้อง 360 องศา ให้จอสัมผัส Infotainment ขนาด 13 นิ้ว ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ควบคุมระบบภายในรถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ความบันเทิงมากมาย พร้อมลำโพง 11 ตำแหน่ง

ไฮไลท์สำหรับเครื่องยนต์ สำหรับ Koenigsegg Gemera เรียกว่าเป็นลูกผสมพร้อมระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตรสามสูบ Twin-turbo Freevalve กำลังสูงสุด 600 แรงม้า (BHP) ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-7,000 รอบ/นาที ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า อีก 3 ตัว ที่ล้อหลัง 2 ตัว และอีกตัวอยู่ตำแหน่งชุดเพลาะข้อเหวี่ยง ที่มาพร้อมพละกำลัง 800 กิโลวัตต์หรือ 1,100 แรงม้า ส่งผลให้ได้กำลังรวมถึง 1,700 แรงม้า (BHP) แรงบิดมหาศาล 3,500 นิวตัน-เมตร ซึ่งสามารถเร่ง 0-100 ในเวลาเพียง 1.9 วินาที ท๊อปสปีดระดับ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบ Koenigsegg Direct Drive (KDD)
นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งแบบไฟฟ้า 100% ด้วย EV โหมด ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร ส่วนถ้าเดินทางไกลสามารถใช้โหมด Hybrid ได้แบบยาวๆ ถึง 950 กิโลเมตร ระบบเบรคจานคาร์บอน-เซรามิค คาลิปเปอร์ด้านหน้า 6 สูบ ขนาด 415 มม. และคาลิปเปอร์หลัง 4 สูบ ขนาด 390 มม. พร้อม ABS และ Electric Brake Booster




ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

